ขมูขีเล่าเรื่องราวย้อนกลับไปว่า ครั้งหนึ่งขิณี เขาและเพื่อนอีกคนที่ชื่อปักหลั่น ได้รู้จักกับยักษ์ตัวแดง และเป็นเพื่อนรักกัน แต่ชาวบ้านไม่มีใครยอมรับและต่างพากันหาทางกำจัดยักษ์ตัวแดงออกไปจากหมู่บ้าน ในที่สุดทั้งสี่คนก็โดนเนรเทศออกจากหมู่บ้านให้นั่งเรือออกไปจากเกาะนั้น ในที่สุดเวลาผ่านไป ขิณีหมดแรงจนสลบเพราะไม่มีน้ำไม่มีอาหารกินและต่อมายักษ์ตัวแดงจากไป เหลือเพียงขมูขี ปักหลั่นและเขาจึงจำต้องหาทางอยู่รอด ด้วยการกินเนื้อเพื่อนของเขา “ยักษ์ตัวแดง”ที่ตายไปก่อนและโกหกขิณีว่าเนื้อที่เธอกินนั้นคือหูฉลาม...



ยักษ์ตัวแดง
วันนี้เสร็จจากงานประชุมวิชาการของสถาบันพระปกเกล้าที่ตึก UN ก็รีบบึ่งไปดู“ลิเกยักษ์ตัวแดง”
คำว่า“ลิเก” นั้นว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ยาวนานจนมาถึงวันนี้ก็ได้มีการดัดแปลงเป็นศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เรียกว่านำมาประยุกต์ โดยมูลนิธิสื่อชาวบ้าน แสดงโดย ทีมละครมะขามป้อม
เนื้อเรื่องนั้นนำมาจากละครของญี่ปุ่นชื่อเรื่องว่า Red Demon (AKAONI) เป็นของ Hideki Noda ผู้กำกับที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก แต่ลุงเอกไม่รู้จักดอกนะ เขาได้นำมาทำเป็นลิเกร่วมสมัย จัดแสดงแบบคนดู คนเล่นสามารถปฏิสัมพันธ์กันได้ ภายใต้โรงละครของบ้านจิมส์ ทอมสัน ที่มีที่นั่งเพียง 80 ที่นั่ง
คนที่มาดูนั้นมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่นับว่าเป็นสิ่งดีที่มีการแสดงแบบนี้ทำให้ทุกฝ่ายดู “ลิเก” อย่างไม่เคอะเขินทั้งเด็กรุ่นใหม่หรือผู้ใหญ่รุ่นเก่า แต่ก่อนอาจจะมองว่าลิเกนั้นโบราณ ในขณะเดียวกันทราบว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมก็มาร่วมด้วย

เรื่องนี้นำแสดงโดยคุณ ต็อบ(ประดิษฐ ประสาททอง) เป็นศิลปินศิลปาธรสาขาการแสดงคนแรกในปี 2547 บอกว่ากว่าจะคิดทำเรื่องนี้ยากมาก แถมทำให้เครียดมากๆด้วย เพราะเป็นเรื่องจริงๆที่น่าเศร้ามาก จึงพยายามที่จะสร้างลิเกเรื่องนี้ที่สะท้อนภาพความขัดแย้งในสังคมไทย
สิ่งที่ทำให้คิดระหว่างดูก็คือ คนชอบเอาเรื่องเล็กๆน้อยๆมาเป็นประเด็นปัญหาโดยตลอด แค่เจอขวดใบเดียวก็ตีความไปต่างๆนาๆล้วนแล้วแต่นำไปสู่ความร้ายแรงทั้งสิ้น สังคมอยู่กับข่าวลือแล้วก็เชื่อๆๆๆๆจนเพี๊ยน ชอบมองคนที่เปลือกไม่ได้มองลึกลงไปในจิตใจ ยักษ์ตัวแดงที่มองกันว่าชั่วร้ายแท้จริงเป็นคนที่ดีงามจิตใจดีมีมนุษย์ธรรม คนกลัวกันว่ายักษ์จะกินคนแต่สุดท้ายของการแสดงกลายเป็นคนนั้นกินยักษ์
ลิเกร่วมสมัยเรื่องนี้จะนำไปแสดงที่ประเทศญี่ปุ่น
ในโครงการ “Mekong Festival 2009”
เป็นการเฉลิมฉลองปีแห่งการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในลุ่มน้ำแม่โขงและประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่
18 – 25 พ.ย.นี้ และเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลละครกรุงเทพ 2552
ด้วย
ลิเกเรื่องนี้จะเป็นความภาคภูมิใจว่าในปีนี้
คุณต็อบ-ประดิษฐ ได้รับเชิญจาก ฮิเดกิ โนดะ (Hideki Noda)
ผู้กำกับการแสดงและนักเขียนบทชาวญี่ปุ่น
ผู้เลื่องชื่อทางด้านการละครไปทั่วโลก ให้นำบทละครเรื่อง
“ยักษ์ตัวแดง” มาดัดแปลงในสไตล์ของมะขามป้อม
ที่โดดเด่นในเรื่องการแสดงลิเกร่วมสมัย
ในเรื่องจะเปลี่ยนชื่อตัวละครจากชื่อญี่ปุ่น มาเป็นชื่อไทย เพลงที่ใช้ก็ปรับเป็นเพลงไทยดั้งเดิมที่หาฟังยาก
พี่ชายนางเอกที่คนมักเรียกชื่อว่า"ไอ้ติ๊งต๊อง"ในขณะเรียกนางเอกว่า"อีนั่น" เป็นคนใจงามทั้งคู่ ตอนจบเขาให้ลุงเอกพูดแสดงความคิดเห็นเลยบอกว่าลุงเอกชอบ ไอ้ติ๊งต๊อง เพราะมีความสุขดีไม่เคยทุกข์วันๆเอาแต่ฝันแล้วก็ไม่ยึดติดอะไร จริงใจซื่อตรง ส่วนนางเอกของเรื่องคือคุณ ตุ๊กตา(บุญพร พูนล้ำเลิศ) ที่แม้จะรับบทเด่นในการแสดงลิเกร่วมสมัยให้กับมะขามป้อมมาหลายเรื่องแล้ว บอกว่าเรื่องนี้ยากจริงๆ

ตอนนี้ยังมีแสดงอยู่ใครสนใจเชิญร่วมได้ครับ

น่าสนุกนะคะ ไม่เคยดูลิเกมาก่อนเลยค่ะ
สวัสดีครับ ลุงเอก
มาดูลิเก กับลุงเอกครับ
ปกติจะไม่ได้ชมลิเกบ่อยนัก เพราะลิเกบ้านนอก จะแสดงช่วงกลางคืน จึงไม่มีโอกาสได้ชม
ระลึกถึงลุงเสมอครับ
ขอบคุณมากนะครับลุงเอกสำหรับทุกสิ่งที่มอบให้ ประทับใจทุกคนที่พระปกเกล้ามากครับ...หลานเขียนบันทึกไว้แล้วครับ
ตามนี้เลยครับ
สวัสดีครับลุงเอก
เสียดายอยู่ไกล ไม่มีโอกาสได้ดูละครเวที ลิเก โขนหนัง ธรรมดาผมชอบดูสิ่งเหล่านี้มาก ครับ.
2.
3.
4.
9.
สวัสดีครับลุงเอก มาดูลิเกแต่ไม่มีที่นั่งแล้วครับ
13.
13.
ดูลิเกย้อนยุค ย้อนเวลาตามลุงเอกแบบนี้ได้ข้อคิดหลายมุมคิด
เรื่องราวในอดีตล้วนมีที่มาและมากความหมาย
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครูต้อยติ่ง