ทุกครั้งที่ฉันยืนอยู่หน้าเสาธงของโรงเรียน
และสายตานับหลายร้อยคู่จับตามองฉันนิ่ง
หากเวลานั้นฉันได้ใช้จิตสัมผัสดวงตาคู่หนึ่ง
มากกว่าการมองด้วยความรู้สึกเพียงแค่บทบาทและหน้าที่ของครูเวร
ฉันคงพบกับความลับข้อหนึ่งเร็วกว่านี้ และสิ่งเลวร้ายคงไม่เกิดขึ้น
มันอาจฝังลึกลงในความทรงจำของเด็กน้อยผู้นี้
ที่ฉันมักพบว่าสายตาที่จ้องมองมานั้นทั้งอ้อนวอน และเป็นมิตรและเรียกร้องบางอย่าง
เสียงเรียกดังขึ้นเบาๆ หลังเสร็จกิจกรรมหน้าเสาธง
"ม่ามี๊ขา ตอนกลางวันหนูไปหาม่ามี๊นะคะ"
เออ....พอดีครูมีงานนะลูก เอาไว้วันหลังได้ไหมคะ
ฉันไม่คิดจะถามเด็กน้อยด้วยซ้ำไปว่าเธอต้องการมาหาฉันเพราะเหตุใด
ทั้งที่บ่อยครั้งมาก ที่เธอจะเก็บกระถินมาให้ฉัน 1 กำมือน้อยๆของเธอ
บางวันเป็นผักต้นเล็กๆ ที่เธอปลูก หรือไม่ก็ผักตำลึงที่เลื้อยตามกอหญ้า
เธอจะวิ่งเอาผักมาให้ฉันและวิ่งออกไปโดยไม่ถามว่าฉันต้องการหรือไม่
เธอมาเร็วและไปเร็ว ฉันได้แต่มองผักที่เธอเก็บมาให้ แล้วเก็บใส่กระเป๋า
โดยไม่มีเป้าหมายว่าจะเอาสิ่งเหล่านี้ไปทำอะไร รู้แต่ว่ามันมีค่ามากสำหรับเธอ
นึกย้อนดูเหตุการณ์ ทำไมฉันช่างใจร้ายกับเธอเหลือเกิน
และทุกครั้งที่เธอเข้ามาเรียนในชั่วโมงที่ฉันสอน
จะมานั่งหน้าใกล้ฉันมากที่สุด ไม่มีปฏิกริยาใดนอกจากนั่งยิ้มน้อยๆ
แล้วทำตามที่ฉันแนะนำ หรือสอน หากเวลาจับกลุ่มฝึกเธอมักไม่มีคู่
และฉันจะเป็นคู่ให้เธอฝึก สัมพันธ์ภาพระหว่างฉันกับเธอ
เกิดขึ้นเพียงเพื่อให้กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไปตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้
ฉันสังเกตเห็นว่า ไม่มีใครทำกิจกรรมกับเธอ ไม่มีนักเรียนหญิงคนไหนพูดคุยกับเธอ
นอกจากเพื่อนนักเรียนชายที่เรียบร้อยมากๆคนหนึ่ง
บ่อยครั้งฉันเห็นความน่ารักในตัวเธอ
เช่นเธออธิบายเพื่อนเมื่อไม่เข้าใจบทเรียนที่ฉันสอน
การชี้แนะเพื่อนที่ทำแบบฝึกไม่ได้
การเสนอความคิดเห็นที่ฉันฟังว่าเด็กคนนี้เข้าท่า
รวมทั้งฉันเห็นเธอมักขอยืมดินสอ ปากกายางลบจากเพื่อน
ในขณะที่ฉันเหลือบเห็นซองเก็บอุปกรณ์ผ้าสีหม่นบรรจุปากกา ไว้เต็ม
และฉันเพิ่งรู้ว่ามันเป็นปากกาที่ใช้หมดและเจ้าของทิ้งมันไปแล้ว
ในเวลาเรียนที่ไม่ใช่ชั่วโมงที่ฉันสอน
ฉันมักได้ยินเสียงเธอต่อล้อต่อเถียงกับครูผู้สอนคณิตศาสตร์
เพราะในขณะที่ฉันสอนอยู่ชั้นล่างของอาคาร
เธอจะเรียนอยู่ข้างบน ในห้องที่อยู่ตรงกับห้องฉัน
ซึ่งสองห้องนี้มีลักษณะเหมือนกันคือมีหน้าต่างรอบห้องเพราะเป็นห้องริมอาคาร
พื้นไม้ของอาคารที่ไม่สนิท เป็นเหตุให้เกิดเสียงอึกทึก ครึกโครมออกบ่อย
เสียงครูเสียงเด็กจะได้ยินไปทั่วบริเวณอาคารเรียน
และบางครั้งเลยไกลออกไปยังอาคารอื่นที่อยู่ใกล้เคียง
ดังนั้น ฉันจึงมักได้ยินเสียงอันไม่พึงปราถนาจะได้ยินของเธอ
บางครั้งได้ยินเสียงของเธอหวีดร้องเมื่อโต้เถียงกับใครที่ฉันไม่เห็นตัว
เสียงที่คุ้นเคยและคำพูดที่ฉันมักได้ยินจนจำได้แม่นยำ
คือทำไมทำกับหนูอย่างนี้
พร้อมกันก็จะได้ยินเสียงพูดดังไม่แพ้เสียงเด็กว่า
ลงโทษเธอเพราะเธอมันดื้อ เธอชอบเถียง เธอไม่พร้อมสักอย่าง
อีกครั้งที่ฉันได้ยินเสียงเธอร้องไห้ เสียงเพื่อนๆของเธอร้องเชียร์
เมื่อเธอทะเลาะกับเพื่อน เสียงนั้นไม่ได้เชียร์เธอ แต่เชียร์เพื่อน
เสียงเชียร์นั้นดูจะมีความสุขเมื่อเธอเพลี่ยพล้ำ
ฉันได้แต่ถอนใจ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ไปชะโงกหน้าดูที่มาของเสียง
แล้วก็ถอยกลับมาเพราะเธออยู่ในชั้นที่มีครูอยู่
บ่อยครั้งที่เด็กๆตัดสินความกันเอง
และลงเอยด้วยการเงียบของทั้งสองฝ่ายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และฉันมักหาโจทย์กับจำเลยไม่เจอ
มันเป็นความลำบากใจสำหรับฉันมากนัก
ที่จะยื่นมือเข้าไปค้นหาความจริงกับทุกๆครั้งที่เกิดเรื่อง
ฉันเป็นเพียงครูสอนประจำวิชาของเธอเท่านั้น
ที่บังเอิญๆได้ยิน ได้เห็น
มันน่าแปลกที่ฉันพยายามหาความจริงบางอย่างเกี่ยวกับเธอ
แต่เสียงบอกเล่าถึงเธอจากคนรอบข้าง
กลับมีแต่เรื่องความก้าวร้าวของเธอในขณะที่เรียน
แปลกที่ฉันไม่เคยพบความก้าวร้าวของเธอในขณะสอน
เธอไม่เคยแสดงให้ฉันเห็นสิ่งที่ฉันรับรู้คือรอยยิ้มน้อยๆ
และอายนิดๆในชั่วโมงเรียน กับดวงตาที่แอบฝัน
ดวงตาที่มองมานั้นเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง
แต่แล้วก็หลบตาเมื่อฉันเพ่งมองตอบ
แต่นอกชั่วโมงสอน
ฉันเคยเห็นเธอวิ่งไปเตะเพื่อนนักเรียนผู้ชายที่กำลังยืนอยู่ในแถวเดียวกัน
และมันเกิดขึ้นในขณะที่ครูเวรกำลังให้นักเรียนร้องเพลงชาติ
ฉันเคยเห็นเธอยื้อแย่งของบางอย่างกับพี่สาวของเธอหน้าห้องเรียน
ในขณะที่ครูที่สอนเธอกำลังสอนอยู่ในห้องนั้นเอง
ฉันรู้สึกแย่จริงๆกับภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
ในขณะที่ฉันไม่อาจก้าวเข้าไปช่วยอะไรได้
นอกจากส่งสายตามองเธอ ด้วยความสงสัย และขอให้เธอหยุด ซึ่งเธอก็หยุด
รอให้หมดเวลาสอนในวิชานั้นๆก่อน ฉันคิดว่า ฉันจะขอคุยกับเธอ
แต่แล้วฉันก็ลืมเมื่อถึงเวลาเรียนในวิชาที่ฉันสอน
ฉันพบกับเธออีกครั้ง และฉันก็สอนในสิ่งที่ฉันเตรียมมา
เราทำกิจกรรมกันจนฉันลืมสิ่งที่ฉันเห็น
และในขณะเรียนฉันพบแววมยุราเมื่อฉันสอนร้องเพลง
เธอสนุก และกล้าแสดงออกมากว่าใครๆในชั้นเดียวกัน
เธอกล้าพูด กล้าถาม และกล้าตอบ กล้าร้องขอว่าเอาอีกค่ะ สนุกดี
เมื่อหมดชั่วโมง เธอและเพื่อนๆกล่าวคำขอบคุณและจากไป
สำหรับฉันยังคงพูดประโยคยอดฮิตติดอันดับเมื่อหมดชั่วโมงว่าแล้วพบกันใหม่นะคะ
..แล้ววันหนึ่งมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ฉันถึงห้องเรียน.........
เป็นวันที่ฉันได้รับรู้ถึงความไม่มีเมตตาปราณีของคนๆหนึ่งที่เด็กๆเรียกว่าครู
คนที่ไร้วิญญาณ ขาดสติ ฉันได้พบ ได้เห็น
ได้ยินพร้อมๆกับนักข่าวที่มาสัมภาษณ์ฉันในวันนั้น
เสียงนักเรียนคนหนึ่งตะโกนลั่นว่า "ม่ามี๊ขา ม่ามี๊ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ไอ้NMโดนตบน่วมเลย"
นั่นหมายถึงเด็กน้อยคนดังกล่าว วงสนทนาของฉันต้องหยุดลงทันที
ใจเย็นๆลูก ค่อยๆเล่าซิ แล้วเวลานี้ NMอยู่ไหน
เอ้าแล้ววิ่งมานี่ เขาเลิกตบกันไปหรือยัง
เลิกแล้วค่ะ
เค้าอยู่ที่โรงอาหารค่ะ
เอ้า! โรงอาหารก็มีครูนี่คะ
เพียบค่ะ หลายคน
มีครู....ห้ามแล้ว แต่เขาไม่ฟัง เขาตบหน้า เสียงนักเรียนคนหนึ่งดังขึ้น
ไอ้NM ลงไปกองที่พื้น..เขาจับมันลุกขึ้นแล้วยังทุบๆๆๆ
ตีๆๆๆทีไหล่ที่หลังอีกจนมันร้องลั่น
อ้าว ๆๆๆ! ฉันพลอยตกใจไปด้วย
ฉันสอบถามว่า "เวลานี้NMอยู่ที่ไหน"
นึกในใจว่า นี่มันตบเวลากินข้าวเวลาพักกลางวันนะนี่
ได้ยินแล้ว ฉันอยากร้องแงๆ
ฉันรู้สึกอายนักข่าวมาก เสียงนักข่าวถามขึ้นมาว่า
เป็นครูผู้หญิง หรือ...ฉันตอบว่าเอ้อออ......
แต่เด็กอีกคนร้องตอบแทนว่า ไม่ใช่ค่ะ เป็นครูผู้ชาย..
เอ้อ..ขอโทษเขาเป็นข้าราชการหรือไม่
จ้างสอนค่ะ ฉันตอบแบบเบาๆเหมือนแก้ตัวแทนไม่ให้เน่ามาถึงครูประจำการ
เพราะไม่รู้จะพูดอย่างไร
นักข่าวร้อง ไม่น่าเลย พร้อมแสดงสีหน้าแปลกๆที่ฉันไม่อยากแปล
แต่เมื่อหันมาเจอฉันที่ยังนั่งงงๆก็ยิ้มและไม่พูดอะไร
ฉันได้แต่นิ่ง และความรู้สึกหลายอย่างประดังเข้ามา
โกรธ...ที่การกระทำแบบนี้ทำลายเชื่อเสียงวงการครู
เกลียดและขยะแขยงการกระทำของเขา
ฉันนึกนี่มันไม่ใช่การกระทำของลูกผู้ชายตัวจริงนี่หว่า
รู้สึกเหมือนเจ็บแค้น..ที่เขาทำทารุณกับ เพศแม่
และเป็นเด็กผู้หญิงตัวนิดเดียวด้วย
เค้า..มีอำนาจอะไรมาทำร้ายเด็กรุนแรงขนาดนั้น
ครูประจำการเค้าไม่ทำกันอย่างนี้เลย
หรือกฏหมายเอื้อมไม่ถึง กฏระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียน
มียกเว้น และมีไว้เฉพาะใช้กับครูประจำการเท่านั้น
แล้วบางอย่างในความคิดของฉันก็เข้ามาสะกิดให้ฉันสงบลงอย่างยากลำบาก
ฉันรับรู้ถึงหัวใจของฉันที่เต้นตึกตักๆๆๆดีที่ไม่ใช่ขบวนรถไฟ
ไม่งั้นคงตกรางเรี่ยราดไปแล้ว
ฉันพยายามควบคุมการเต้นของหัวใจ
พร้อมภาวนาในใจ นิ่งและดูลมหายใจสั้น-ยาว
ก่อนจะรู้สึกดีขึ้น ฉันเริ่มถามข้อมูลรายละเอียดช้าๆ
และเสียงนักเรียนคนหนึ่งร้องขึ้นว่า
หนูถ่ายโทรศัพท์ไว้ได้ทัน แต่นิดเดียวค่ะ
โอ้ หัวใจแทบหยุดเต้น
มันเป็นความดีใจที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างมีหลักฐาน
เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีกในวงการครู
คนที่ขาดสติ ขาดการยับยั้ง ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
เหมือนสาววัยทองที่มีอาการเลือดจะไปลมจะมา
ฉันขอให้นักเรียนคนหนึ่งช่วยตามผู้เคราะห์ร้าย
ที่โดนดาวเคราะห์กับดาวหางหล่นใส่พร้อมกัน
และขอให้ช่วยตามนักเรียนผู้ชายที่ร่วมกันก่อเหตุ
นักเรียนชายสองคนมาพบฉันก่อน
ฉันเริ่มสัมภาษณ์ โดยมีนักข่าวนั่งอยู่ใกล้ๆ
เป็นการสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูล หาเหตุ
แต่นักเรียนชายสองคนนี้พูดกลับไปกลับมา
จับใจความได้ว่าครูมัจจุราชให้ไปจับตัวผู้เคราะห์ร้ายมาส่งที่โรงอาหาร
แต่ผู้เคราะห์ร้ายขัดขืน ไม่ยอมไปและบอกว่ากำลังกินข้าว
ครูมัจจุราชบอกว่าไปจับมันมาเดี๋ยวนี้
เหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้นเมื่อสองคนช่วยกันจับ
ลากแขน ขาผู้เคราะห์ร้ายจนกระโปรงขาดจึงสามารถลากตัวผู้เคราะห์ร้ายที่ขัดขืน
สุดความสามารถถูกลากเข้าไปในห้องประกอบอาหาร
แปลกที่เสียงของบางท่านห้ามไม่อยู่
แปลกที่คนในที่เกิดเหตุไม่ลุกจากโต๊ะอาหารมาขวางกั้นขัดขวางการกระทำแบบสิ้นคิดนี้
ปล่อยให้เกิดการทำร้ายร่างกายนักเรียนแบบนี้
เมื่อผู้เคราะห์ร้ายมาถึงมาถึงเธอสะอึกสะอื้น ร่ำไห้ ฉันถึงกับพูดไม่ออก
เพราะภาพของเธอนั้นน่าสงสารมาก ใบหน้าแดงไปข้าง
เพราะรอยนิ้วมือมัจจุราชยังปรากฏ
มีการถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกครั้ง
ทั้งที่ใบหน้าและไหล่ที่แดงเป็นแถบด้วยรอยนิ้วมือ
และบันทึกเสียงของเธอในกล้องโทรศัพท์ของฉัน
เธอเล่าว่า
"หนูแค่ร้องเพลงเท่านั้นเอง ก็เรียกไปตบตี
ฉันร้องอ้าว...หนูร้องเพลงอะไร
เธอสะอื้นไม่หยุด ไม่ตอบ เหมือนเธอจะกลัวว่าสิ่งที่เธอพูดอาจทำให้เธอผิดซ้ำสอง
ฉันนึกเองเธอคงกลัว และเป็นการกลัวที่ขาดเหตุผลอย่างไม่มีเหตุผล
ฉันพยายามลูบไหล่เธอ อยากเอาเธอเข้ามากอดเหลือเกินแต่ก็ไม่ได้ทำ
นี่ฉันบื้อไปแล้วหรือ
ถ้าเป็นลูกฉัน ฉันจะทำอย่างไร แผลนี้คงบาดลึกลงไป
และไม่รู้ว่าจะส่งผลอะไรบ้างในอนาคต
มันจะจางหายไปจากดวงใจน้อยๆได้อย่างไร
มันจะเป็นปมด้อยที่แอบฝังอยู่นานเท่าไร
ฉันระวังคำพูดมากขึ้น เนื่องจากเป็นคนชอบพูดเล่น
เพราะเกรงจะไปตอกย้ำใจน้องเหยื่อให้เจ็บปวด
สักครู เธอตัดสินใจร้องเพลงต้นเหตุให้ฟัง
"ใครหนอถูกครู....ข่มเหงรังแกคือNMๆ ใครหนอ.................................
และเนื้อเพลงที่ฟังแล้วฉันรู้สึกเจ็บปวด ต้องแอบกระพริบตาไม่ให้น้ำตามันออกมา
มันเป็นความขมขื่นมากกว่า อะไรที่ทำให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนี้เจ็บปวดรวดร้าว
ถึงกับกลั่นออกมาเป็นบทเพลง และเธอร้องเบาๆเพียงเพื่อระบายความคับแค้นในใจ
ให้เพื่อนสนิทฟังกันสองคนเท่านั้น
แต่เป็นเพราะดาวเคราะห์และดาวหางพร้อมใจกันตกลงมาทำให้เสียงเพลงที่เธอร้องนั้น
ได้ยินไปถึงหูของสองนักเรียนชายจอมซน แล้ววิ่งไปฟ้องครู
ส่วนครูไม่ฟังอีแร้งที่มันร้องเตือน กลับมุแก่โทสะ เดือดปุดๆๆๆๆ
เรียกเธอมาลงโทษ เหมาะสมดีแล้วหรือ
เสียงวิพากษ์ในหมู่นักเรียนผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยให้ฉันตื่นผวา
ถึงขนาดพูดคุยกันทางเว็บ ทางhi 5 ทางอะไรต่อมิอะไร
จนเป็นเหตุให้เกิดคดีตามล่านักวิเคราะห์เหตุการณ์
นักวิพากษ์ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น
เกิดการล๊อบบี้ ปิดข่าวให้แซด และข่มขู่ผู้เห็นเหตุการณ์ที่ทำหน้าที่เป็นปากกา
ฉันไม่รู้ว่าเรื่องนี้ได้มีการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นว่าทำไมทำกับนักเรียน
อย่างนี้หรือไม่อย่างไร
ผิดต้องยอมรับผิด แล้วแก้ไข ไม่ใช่เที่ยวไล่ฟันผู้บริสุทธิ์กันเป็นขบวน
ทำไมสอบสวนเฉพาะนักเรียน
ทำไมต้องไล่ล่านักเรียนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ทำไมกล้าพูดไม่จริงพูดโกหกอย่างไม่อายฟ้าดิน
และทำไมต้องหาแพะ...บ้าที่สุด
วันหนึ่งฉันจะเขียนเรื่องนี้เพื่อเป็นข้อเตือนใจผู้มีอาชีพครู
คนรับครูเข้าทำงาน การตรวจรับรองจากจิตแพทย์ต้องมี
เสียงหัวใจที่ปลุกให้ฉันลุกขึ้นมา และร่วมประชุมกับองค์กรสิทธิต่างๆ
การปรึกษาหารือ พูดคุยในหมู่เพื่อนฝูงที่ทำหน้าที่ทั้งทนายความ ผู้ตัดสินคดีความ
เพื่อนผู้พิทักษ์สันติ เพื่อนนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อนจิตแพทย์
เพื่อนหลากหลายอาชีพรวมถึงพ่อค้า ประชาชนกลุ่มหนึ่ง
ที่พร้อมจะให้การช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้าย
และมองเห็นความป่วยที่เกิดขึ้นในวงสังคม
ความรัก ความเมตตา ความตระหนักในความถูกต้อง
และการแยกแยะให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ยังคงมีบทบาท และจะต้องทำหน้าที่เยียวยาให้ถูกจุดต่อไป
ขอให้เป็นเพียงฝันร้ายเถิดนะเด็กน้อย
ฉันอยากช่วยเด็กน้อยผู้นี้มาก
แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
นอกจากดูแลเรื่องอุปกรณ์เครื่องเขียน เสื้อผ้าใส่อยู่บ้าน
และค่าขนมเล็กน้อย ในแต่ละวันเมื่อมีโอกาส
ชวนมาเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา
ช่วยกันปลูกป่า ช่วยเหลือคนชราภาพ ช่วยคนทุพพลภาพ ช่วยผู้อ่อนกว่า
ช่วยงานเล็กน้อยเวลามีกิจกรรมเท่าที่โอกาสจะอำนวย
เสียดายที่ฉันไม่ได้ประจำชั้นเธอ
ทำให้มีโอกาสใกล้ชิดเธอน้อยมาก

สวัสดีค่ะพี่ต้อย
เศร้าค่ะ
ถ้าเป็นลูกของเรา โดนแบบนี้บ้างละ จะทำอย่างไร
สมัยเป็นเด็ก กระติกก็เคยถูกครูตีนะค่ะ
ตียกห้อง
เพราะดื้อ เสียงดัง ทำประชด มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่อารมณ์ขณะนั้นพาไป ว่าต้องทำ
ผลปรากฎว่า เจ็บก้น ยกห้องเลยค่ะ
วันต่อมา ก็เรียนตามปรกติแถมเรียบร้อยขึ้น
กรณีนักเรียนของพี่ต้อย อ่านแล้ว........... คงไม่ใช่เหมือนของกระติก
เอาใจช่วยค่ะ...........