ความดีเป็นสิ่งที่มีอยู่ด้วยตัวของตัวเอง ไม่ขึ้นกับความเห็นหรือการกำหนดของผู้ใดหรือกลุ่มชนใดทั้งสิ้น

 

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วเกี่ยวกับจริยศาสตร์ด้านการตัดสินจริยธรรม ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจในความหมายของคำศัพท์ทางจริยศาสตร์ที่ว่าสัมพัทธ์นั้นคือหมายถึงอะไร  อย่างเราเทน้ำใส่ในแก้วน้ำก็เป็นรูปทรงของแก้ว 

 เราเอาน้ำในแก้วแล้วเข้าตู้เย็นมันกลายเป็นน้ำแข็ง พอเราเอาน้ำเทใส่กาต้มน้ำเมื่อมันเดือดน้ำกลายเป็นไอระเหยไป  นั้นคือเรารู้ว่าน้ำไม่ถือว่าเป็นสิ่งตายตัวเราจึงสรุปว่าคุณสมบัติหรือลักษณะของน้ำนั้นแลเป็นสิ่งสัมพัทธ์ 

 ทีนี้เรามาดูความหมายของคำศัพท์ที่ว่าสัมบูรณ์หมายถึงอะไรสิ่งที่เป็นแก่นแท้ของทุกสิ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีคุณสมบัติไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งใดประเภทเถรตรงกินอุดมการณ์หรือเป็นมาอยู่อย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้น  เราเรียกว่าสิ่งสัมบูรณ์ 

 เมื่อเราเข้าใจประเด็นดังกล่าวแล้วทีนี้เราลองมาพิจารณาดูว่าคุณค่าทางจริยศาสตร์จริยธรรมนั้น 

 อย่างความดีนี่ละเป็นสิ่งสัมพัทธ์หรือสิ่งสมบูรณ์ตามความหมายนี้คือ...

สัมพัทธนิยม...relativism  ถือว่า...ความจริงหรือคุณค่าไม่มีอยู่ในตนเอง  แต่ต้องขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยอื่น

และสัมบุรณ์นิยม...absolutism ถือว่า...ความดีเป็นสิ่งที่มีอยู่ด้วยตัวของตัวเอง  ไม่ขึ้นกับความเห็นหรือการกำหนดของผู้ใดหรือกลุ่มชนใดทั้งสิ้น