“ห้ามปั้นข้าวเหนียว ให้จกใส่เลย”
 
ตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตีสี่ด้วยอารมณ์อันแจ่มใส  อาจจะเป็นเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางทำให้ข้าพเจ้านอนหลับตั้งแต่สามทุ่ม….แต่งองค์ทรงเครื่องนุ่งซิ่นเหมือนแม่ยิงลาว เพื่อให้ได้บรรยากาศ (ใฝ่ฝันมานานแล้วว่าจะนุ่งซิ่นมาตักบาตรข้าวเหนียวที่เมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกแห่งนี้) ใส่กางเกงยีนส์ตัวเก่งไว้ข้างในแล้วนุ่งซิ่นทับ เนื่องจากโปรแกรมต่อจากการตักบาตรนี้ต้องลงเรือไปเที่ยวต่อ...ถ้านุ่งซิ่นไปจะลำบาก (น้องหมีไกด์สาวอาจจะไม่ลำบาก เพราะว่านุ่งซิ่นจนชิน ส่วนข้าพเจ้าถ้าต้องนุ่งซิ่นเดินเที่ยวตะลอนๆ....เฮ้อ ไม่อยากจะคิด) แต่งตัวเสร็จพี่หยองหัวหน้าทัวร์ครั้งนี้ก็บรรจงเกล้าผมให้แล้วปักปิ่น พี่หยองบอกน่ารักดี แต่ข้าพเจ้าดูเงาตัวเองในกระจกรู้สึกเหมือนกุมารทองยังไงไม่รู้แฮะ...
 
หกโมงเช้าทุกคนก็ไปรวมกันที่ถนนหลักในการตักบาตรข้าวเหนียว มีนักท่องเที่ยวมารอตักบาตรข้าวเหนียวมากพอสมควร น้องหมีบอกว่าถ้าเป็นช่วง ฤดูกาลท่องเที่ยว ถนนนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจนแทบจะไม่มีที่นั่ง ที่เค้าเรียกว่าตักบาตรข้าวเหนียวก็เพราะว่าเค้าจะตักเฉพาะข้าวเหนียว ส่วนกับข้าวนั้น อุบาสกอุบาสิกาจะทำข้าวหม้อแกงหม้อไปที่วัด 
 
ก่อนตักบาตรน้องหมีบอกว่า “ห้ามปั้นข้าวเหนียว ให้จกใส่เลย”  ถ้าปั้นข้าวพระท่านจะฉันไม่ได้ เพราะข้าวจะแข็ง  ที่นี่มีบริการจัดการตักบาตรข้าวเหนียวด้วย คือเค้าจะรับจับจองที่นั่ง จัดเตรียมกระติบข้าวเหนียว พร้อมทั้งมีผ้าสไบสำหรับผู้หญิงและผ้าพาดบ่าสำหรับผู้ชายจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อย คิดราคาคนละ 100 บาท..นับเป็นธุรกิจที่น่าจะรายได้งามทีเดียว  นอกจากนี้ก็มีแม่ค้าทำขนมข้าวต้มมาขายให้นักท่องเที่ยว ระหว่างที่รอตักบาตรซึ่งก็แล้วแต่ศรัทธาว่าจะซื้อเพิ่มเพื่อตักบาตรหรือไม่  ถ้าจะตักอย่างอื่นนอกจากข้าวเหนียวก็ได้ ไม่ได้เป็นข้อห้ามแต่ประการใด ถ้าใครตักบาตรจนข้าวหมดแล้วยังต้องการตักบาตรต่อ ที่นี่ก็มีข้าวเหนียวขาย...เรียกว่าบริการให้ความสะดวกสุดๆ จริงๆ
 
ระหว่างรอตักบาตรฝนตกปรอยๆ เหมือนน้ำมนต์จากเทวดาบนฟ้า โชคดีที่ไม่ตกหนัก ไม่งั้นอดตักบาตรเป็นแน่แถมด้วยหวัดอีกตะหาก
 

  

พระสงฆ์จำนวนมากเดินออกบิณฑบาตเป็นแถวยาว สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยว

 
พระสงฆ์ที่หลวงพระบางนี้เยอะมากๆ มีมากกว่า 200 รูปเลยทีเดียว...วัดเฉพาะในเมืองหลวงพระบางนี้ น้องหมีบอกว่ามี 26 วัด แต่ละวัดมีพระไม่ต่ำกว่า 10 รูป ตอนที่ข้าพเจ้าตักบาตรต้องทำเวลาเพราะพระท่านเยอะมากๆ เดินเป็นสายอย่างต่อเนื่อง....ข้าพเจ้าหลังสู้ฟ้าหน้าสู้กระติบข้าวแทบจะไม่ได้เงยหน้า จกข้าวเหนียวใส่บาตรอย่างเดียว 555
 
        
 
ตักบาตรเสร็จเดินทอดน่องชมบรรยากาศเมืองหลวงพระบางยามเช้า... ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเมืองมรดกโลกแห่งนี้เป็นเมืองคนบุญ ตอนเช้ามีคนมานั่งรอตักบาตร พระสงฆ์ห่มจีวรสีส้มสดใสเดินเป็นแถวยาวอย่างสงบ  ชาวหลวงพระบางพากันถือตะกร้า ปิ่นโตเดินกันไปวัด ดูแล้วเป็นบรรยากาศที่สงบ เรียบง่าย แต่ทว่าแฝงไปด้วยความอบอุ่นและ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
 

  ข้าพเจ้าในชุดผ้าซิ่น โดนแซวว่าเป็นไกด์ลาวอีกคน...

 
เดินไปเรื่อยๆก็ ไปถึงตลาดเช้าที่หลวงพระบางซึ่งไม่ไกลจากถนนที่ตักบาตรมากนัก มีอาหารให้เลือกซื้อมากมายอีกแล้ว เห็ดปลวกหรือเห็นโคนที่ประเทศลาวขาเห็ดยาวมากๆ ตอนแรกมองไกลๆ นึกว่าข่าลวกแล้วเขาม้วนไว้ แต่ที่ไหนได้เป็นเห็ดปลวก ข้าพเจ้าหมายมั่นปั้นมือว่าวันจะกลับต้องซื้อกลับไปให้ได้ อยากรู้ว่ารสชาติจะอร่อยเหมือนกันเห็ดปลวกที่เมืองไทยหรือเปล่า...ราคาก็ใช่ว่าจะถูกนะ เค้าทำเป็นมัดเล็กๆ มี 3-4 ดอก ขายราคามัดละ 10 บาท (ราคาที่ต่อแล้วนะเนี่ย)
 
       
 
ค่อยๆ เดินดูสินค้าในตลาดอย่างเพลิดเพลิน ก็ไปเจอข้าวเหนียวดำ หรือข้าวก่ำ...เค้านึ่งแล้วใส่มะพร้าวขูดราดกะทิเล็กน้อย ทำเป็นห่อใส่ใบตองเล็ก ดูท่าทางน่าอร่อย เลยซื้อมาชิมซักหน่อย....เดินๆ ไปอีกก็เจอปากหม้อญวน แม่ค้าทำปากหม้อท่าทางทะมัดทะแมง แต่ไม่รู้รสชาติจะอร่อยเหมือนปากหม้อญวนที่อุบลบ้านเกิดของข้าพเจ้าหรือเปล่า?
สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจในการเดินเที่ยวตลาดในเมืองลาว คือการที่แม่เค้าใช้ใบตองห่ออาหาร มีบ้างที่ใช้โฟมแล้วก็ถุงพลาสติก แต่ส่วนมากก็ยังใช้ใบตอง ทำให้นึกถึงเมืองไทยสมัยก่อนที่ใช้ใบตองเหมือนกัน คงจะดีไม่น้อยถ้าคนหันกลับมาใช้ใบตองอีก จะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีสารเคมีตกค้างในอาหาร แล้วก็ยังเป็นการช่วยลดขยะ ลดภาวะโลกร้อนด้วยอีกทาง
 
          
 
ผ่านจากตลาดเช้าก็พากันไปกินกาแฟที่ร้านประชานิยม เป็นร้านกาแฟชื่อดังที่นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาหลวงพระบางต้องพากันมาลิ้มลอง ขอบอกว่ากาแฟของเขาอร่อยจริงๆ เป็นกาแฟโบราณ รสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์
 

บรรยากาศหน้าร้านกาแฟประชานิยมซึ่งมีแขกมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย นักคนมาถ่ายทำรายการทีวีด้วย....แสดงว่าของเค้าขึ้นชื่อจริงๆ

 
ร้านข้างๆ กาแฟ เป็นร้านขายเฝอ...ในที่สุดข้าพเจ้าก็จะได้กินเฝอแล้ว มีคนบอกว่าถ้ามาประเทศลาวแล้วไม่ได้กินเฝอก็เหมือนมาไม่ถึงประเทศลาว เฝอที่ร้านนี้คนกินเยอะมาก เป็นเครื่องการันตีความอร่อย มีให้หลายแบบ เลือกเส้นว่าจะเอาเส้นเล็กหรือเส้นใหญ่  เลือกว่าจะเอาหมูหรือว่าเนื้อ...พี่จ้อยหนึ่งในสมาชิกทัวร์กินไปตั้งสามชามแน่ะ อ๊ะ พูดผิด สามถ้วย...ถ้าสั่งเฝอหนึ่งชามจะได้เป็นเฝอขนาด 1 กะละมัง (ถ้าไปที่ลาวอย่าเผลอไปสั่งผิดนะคะ)
 
 
ข้าพเจ้ากินเฝอเนื้อหมูถ้วยหนึ่ง...แล้วก็กาแฟอีกแก้วหนึ่ง กับข้าวก่ำเล็กน้อย...เพื่อเป็นเสบียงสำหรับการท่องเที่ยววันนี้....อิ่มหนำสำราญเสร็จ  เปลี่ยนผ้าซิ่นออกเป็นชุดกางเกงยีนส์พร้อมเดินทางต่อไป.....
 
To Be Continue.....