การเลือกชนิดของฉันท์

ให้เหมาะกับเนื้อเรื่องในสามัคคีเภทคำฉันท์

                จังหวะลีลาของฉันท์แต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ทำให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังมีอารมณ์ที่แตกต่างกันไปในการอ่านหรือฟังฉันท์ต่างชนิดกัน กวีได้พยายามเลือกลีลาของฉันท์ให้เหมาะกับเนื้อเรื่องในตอนนั้น ๆ  ซึ่งได้กลายเป็นความนิยมว่าฉันท์ชนิดหนึ่ง ๆ นั้น  เหมาะกับเนื้อเรื่องอย่างหนึ่ง เช่น มาณวกฉันท์เหมาะกับเนื้อเรื่องที่ให้ความคึกคัก  รื่นเริง เป็นต้น  แต่ก็มิได้ตั้งเป็นกฎตายตัวว่าเนื้อเรื่องอย่างใดต้องใช้ฉันท์ชนิดใด  หรือฉันท์ชนิดใดจะต้องใช้กับเนื้อเรื่องอย่างใด  ฉันท์ที่มักนิยมแต่งให้ตรงกับเนื้อเรื่องมีดังนี้

 

๑. สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙ 

      ชื่อของฉันท์แปลว่า เสือผยอง  เพราะมีลีลาประดุจกิริยาแห่งเสือโคร่ง  มีลีลาท่วงทำนองเคร่งขรึม เอาจริงเอาจัง ให้ความรู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์  มีสง่า  จึงนิยมใช้แต่งบทประณามพจน์เป็นการไหว้ครู  หรือกล่าวยอพระเกียรติหรือสรรเสริญพระมหากษัตริย์  หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เช่น 

                ไหว้คุณองค์พระสุคตอนาวรณญาณ

ยอดศาสดาจารย์                                                              มุนี

                อีกคุณสุนทรธรรมคัมภิรวิธี

พุทธพจน์ประชุมตรี                                                           ปิฎก 

 

๒. วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

ชื่อฉันท์แปลว่า ความงามในฤดูฝน  เป็นฉันท์ที่มีลีลางดงามอ่อนช้อยประดุจความงามของหยาดน้ำฝนทั้งเล็กและใหญ่สลับกันในฤดูฝน  มีความไพเราะมากฉันท์หนึ่ง  ใช้สำหรับพรรณนาสิ่งที่สวยงาม  เช่น ชมบ้านเมือง ชมธรรมชาติ ชมความงามของสตรี เป็นต้น  ทำให้ผู้ฟังรู้สึกไพเราะและซาบซึ้งกับความงามนั้น ๆ เช่น

     สามยอดตลอดระยะระยับ             วะวะวับสลับพรรณ

ช่อฟ้าตระการกละจะหยัน                  จะเยาะยั่วทิฆัมพร

บราลีพิลาศศุภจรูญ                           นภศูลประภัสสร

หางหงส์ผจงพิจิตรงอน                     ดุจกวักนภาลัย

รอบด้านตระหง่านจตุรมุข                  พิศสุกอร่ามใส

กาญจน์แกมมณีกนกไพ-                  ฑุรย์พร่างพะแพรวพราย

 

๓. อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

   ชื่อฉันท์นี้แปลว่า เพชรของพระอินทร์  ซึ่งมีลักษณะแสงระยิบระยับ  เป็นฉันท์ที่มีลีลาเสนาะ จังหวะสละสลวยอีกแบบหนึ่ง  กวีนิยมใช้พรรณนาสิ่งที่สวยงาม  พรรณนาความน่าเอ็นดู  ความน่าสงสาร  บางครั้งก็ใช้บรรยายความเพื่อแสดงความรู้สึกที่อ่อนไหว เศร้าหมอง เยือกเย็น เช่น พรรณนาให้เห็นความเสียสละของวัสสการพราหมณ์ว่า

      โดยเต็มกตัญญู                                กตเวทิตาครัน

ใหญ่ยิ่งและยากอัน                                 นรอื่นจะอาจทน

หยั่งชอบนิยมเชื่อ                                   สละเนื้อและเลือดตน

ยอมรับทุเรศผล                                      ขรการณ์พะพานกาย

ไป่เห็นกะเจ็บแสบ                                   ชิวแทบจะทำลาย

มอบสัตย์สมรรถหมาย                             มนมั่นมิหวั่นไหว 

 

๔. โตฏกฉันท์ ๑๒

       ชื่อฉันท์แปลว่า ปฏักแทงโค  เป็นฉันท์ที่มีลีลากระชั้นคึกคักประดุจนายโคบาลแทงโคด้วยปฏัก  กวีนิยมใช้กับเนื้อเรื่องที่แสดงความโกรธเคือง ร้อนรน หรือคึกคะนอง สนุกสนาน เช่น

       ประลุฤกษมุหุต                               ทินอุตตมไกร

รณรงควิชัย-                                          ยะดิถีศุภยาม

ทิชพฤติปุโร-                                         หิตโกวิทพราหมณ์

ก็ประกอบกิจตาม                                    นิติไสยพิธี

 

 ๕. อีทิสังฉันท์ ๒๐

      ฉันท์นี้มีทำนองสะบัดสะบิ้ง กระโชกกระชั้น เพราะใช้เสียงครุและเสียงลหุสลับกัน  ทำให้เสียงกระแทกกระทั้น  เหมาะสำหรับใช้พรรณนาความรู้สึกที่รุนแรง เช่น พรรณนาความโกรธ  ความรัก  ความตื่นเต้นที่แสดงออกถึงอารมณ์  เช่น

       เออุเหม่นะมึงชิช่างกระไร                                               

ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน                                ก็มาเป็น

       ศึกบ่ถึงและมึงก็ยังมิเห็

จะน้อยจะมากจะยากจะเย็น                       ประการใด

       อวดฉลาดเพราะคาดแถลงเพราะใจ

ขยาดขยั้นมิทันอะไร                               ก็หมิ่นกู

                                                                                                                                                                                                                   

๖. กมลฉันท์ ๑๒

      ชื่อฉันท์แปลว่า ดอกบัว ลีลาของฉันท์มีเสียงครุลหุสลับกัน จึงเป็นเสียงเร่งเร้า

กระฉับกระเฉง  ใช้แต่งพรรณนาเหตุการณ์ที่คลี่คลายอย่างรวดเร็ว เช่น

       ผิวกาลมัชฌัน                                ติกอันรวีสา

หสร้อนและอ่อนกา                                ยสกนธ์พหลหาญ

ก็มิรีบมิรัดเอื้อ                                       ธุระเพื่อสบายบาน

พลปรีดิสำราญ                                      สุขพอก็ต่อไป

 

 ๗. ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒

        ชื่อฉันท์แปลว่า งูหรือนาคเลื้อย  ฉันท์นี้มีลีลาประดุจลีลาศของพญานาค  ทำนองฉันท์มีความไพเราะสละสลวย  นิยมใช้แต่งเกี่ยวกับกับบทชมความงาม ความรัก ความโศก  บางครั้งก็ใช้ในบทสดุดีหรือบทถวายพระพรหรือดำเนินเรื่องให้รวดเร็ว เช่น

        ทิชงค์ชาติฉลาดยล                       คะเนกลคะนึงการ

 กษัตริย์ลิจฉวีวาร                                 ระวังเหือดระแวงหาย

 เหมาะแก่การณ์จะเสกสรร                   ปวัตน์วัญจโนบาย

มล้างเหตุพิเฉทสาย                              สมัครสนธิ์สโมสร

 

 ๘.อินทรวงศ์ฉันท์ ๑๒

     ชื่อฉันท์แปลว่า เหล่ากอพระอินทร์  มีลักษณะคล้ายอินทรวิเชียร  แต่วรรคหลังเพิ่มลหุขึ้นก่อนคำท้ายอีก ๑ คำ  ทำให้ลีลาสะบัดสะบิ้ง  ตอนลงจบคล้ายท่วงทำนองขลุ่ยหรือปี่  จึงมีผู้แปลชื่อฉันท์ชนิดนี้ว่าขลุ่ยหรือปี่ของพระอินทร์อีกชื่อหนึ่ง  นิยมใช้ในการพรรณนาความรู้สึกอันไม่ราบรื่นของตัวละครหรือบรรยายความ เช่น

         หลากเหลือจะเชื่อจิต                    ผิวคิดประหวั่นพะ

เมตตาและเต็มปลง                                มนจักประคับประคอง

หนักข้างระคางอยู่                                 บมิรู้จะรับจะรอง

ภายหลังก็ตั้งตรอง                                 ตริฤเว้นระวังระแวง

 

๙.  มาณวกฉันท์ ๘

         ชื่อฉันท์แปลว่า เด็กหนุ่ม  เป็นฉันท์ที่มีลีลาเร่งเร้า ผาดโผน คึกคักประดุจเด็กหนุ่ม  นิยมใช้กับเรื่องที่ตื่นเต้นและรื่นเริง เช่น

       ล่วงลุประมาณ                               กาลอนุกรม

หนึ่งณนิยม                                          ท่านทวิชงค์

เมื่อจะประสิทธิ์                                     วิทยะยง

เชิญวรองค์                                          เอกกุมาร

       เธอจรตาม                                    พราหมณไป

โดยเฉพาะใน                                       ห้องรหุฐาน

       จึ่งพฤฒิถาม                                  ความพิสดาร

ขอธประทาน                                        โทษะและไข

 

 ๑๐.วิชชุมมาลาฉันท์ ๘

         ชื่อของฉันท์แปลว่า  ระเบียบแห่งสายฟ้า  เป็นฉันท์ที่มีเสียงหนักหรือคำครุล้วน  เสียงอ่านจึงสั้น กระชับ รวดเร็ว  ใช้บรรยายความที่แสดงความรู้สึกในทางวุ่นวายใจ เช่น

        ข่าวเศิกเอิกอึง                              ทราบถึงบัดดล

ในหมู่ผู้คน                                           ชาวเวสาลี

แทบทุกถิ่นหมด                                    ชนบทบูรี

อกสั่นขวัญหนี                                      หวาดกลัวทั่วไป

       ตื่นตาหน้าเผือด                             หมดเลือดสั่นกาย

หลบลี้หนีตาย                                      วุ่นหวั่นพรั่นใจ

ซุกครอกซอกครัว                                  ซ่อนตัวแตกภัย

เข้าดงพงไพร                                       ทิ้งย่านบ้านตน

 

 ๑๑. มาลินีฉันท์ ๑๕

      ชื่อฉันท์แปลว่า ดอกไม้  เป็นฉันท์ที่แต่งยากแต่ทว่ามีความงามประดุจดอกไม้  ทำนองฉันท์สั้นกระชับในตอนต้น  แล้วราบรื่นในตอนปลาย  เป็นฉันท์ที่มีท่วงทำนองเคร่งขรึมน่ายำเกรง  กวีมักใช้แต่งเพื่ออวดความสามารถในการใช้ศัพท์และเป็นเชิงกลบท  เช่น

        กษณะทวิชะรับฐา                          นันดร์และที่วา

จกาจารย์

        นิรอลสะประกอบภาร                      พีริโยฬาร

 

และเต็มใจ

 

 ๑๒. สาลินีฉันท์ ๑๑

          ชื่อฉันท์มีความหมายว่า ฉันท์ที่มากไปด้วยครุซึ่งเปรียบเสมือนแก่นหรือหลัก เป็นฉันท์ที่มีเสียงครุมาก  มักใช้บรรยายความในการดำเนินเรื่อง เช่น

         วัชชีภูมีผอง                                สดับกลองกระหึมขา

ทุกไท้ไป่เอาภาร                                  ณกิจเพื่อเสด็จไป

         ต่างทรงรับสั่งว่า                          จะเรียกหาประชุมไย

เราใช่เป็นใหญ่ใจ                                 ก็ขลาดกลัวบ่กล้าหาญ

 

 ๑๓. สัทธราฉันท์ ๒๑

         ชื่อฉันท์มีความหมายว่า ฉันท์ที่มีลีลาวิจิตรงดงามประดุจสตรีเพศผู้ประดับด้วยพวงมาลัย มักใช้เป็นฉันท์พรรณนาความงามหรือความโศกอย่างลึกซึ้งหรือบรรยายความก็ได้ เช่น

        ครั้นล่วงสามปีประมาณมา              สหกรณประดา

ลิจฉวีรา                                                   ชทั้งหลาย

      สามัคคีธรรมทำลาย                         มิตรภิทนะกระจาย

สรรพเสื่อมหายน์                                    ก็เป็นไป

 

 ๑๔. อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

        ชื่อฉันท์แปลว่า อินทรวิเชียรฉันท์น้อย  มีลักษณะคล้ายกับอินทรวิเชียรฉันท์  ท่วงทำนองของฉันท์เรียบ ๆ เย็น ๆ ไม่กระแทกกระทั้น  มักใช้บรรยายเนื้อความเป็นการดำเนินเรื่อง เช่น

            ทิชงค์เจาะจงเจตน์                   กลห์เหตุยุยงเสริม

กระหน่ำและซ้ำเติม                              นฤพัทธก่อการณ์

           ละครั้งระหว่างครา                     ทินวารนานนาน

เหมาะท่าทิชาจารย์                               ธก็เชิญเสด็จไป

 

 ๑๕. อุปชาติฉันท์ ๑๑

         ชื่อฉันท์มีความหมายว่า ฉันท์ที่แต่งด้วยอินทรวิเชียรฉันท์และอุเปนทรวิชียรฉันท์ปนกันนิยมแต่งเพื่อบรรยายความในการดำเนินเรื่องหรือบทเจรจาของตัวละคร เช่น

          สดับประกาศิต                          ระบุกิจวโรงการ

จึ่งราชสมภาร                                     พจนาถประภาษไป

เราคิดจะใคร่ยก                                   พยุห์พลสกลไกร

 

ประชุมประชิดชัย                                 รณรัฐวัชชี

 

 ๑๖. อุปัฎฐิตาฉันท์ ๑๑

       ชื่อฉันท์หมายความว่า ฉันท์ที่กล่าวสำเนียงอันดังก้องให้ปรากฏ  กวีนิยมใช้บรรยายความทั่วไป เช่น

         เห็นเชิงพิเคราะห์ช่อง                  ชนะคล่องประสบสม

 พราหมณ์เวทอุดม                               ธก็ลอบแถลงการณ์

 ให้วัลลภชน                                      คมดลประเทศฐาน

 กราบทูลนฤบาล                                 อภิเผ้ามคธไกร

 

 ๑๗. จิตรปทาฉันท์ ๘

        เป็นฉันท์ที่มีทำนองเสียงกระชับคล้ายมาณวกฉันท์  เพราะมีเสียงลหุใกล้ชิดกัน  จึงให้ความรู้สึกคึกคะนอง ตื่นเต้น  จึงใช้ในลีลาแห่งความตื่นเต้น ความสับสนอลหม่าน เช่น

         นาครธา                                   นิวิสาลี

เห็นริปุมี                                           พลมากมาย

ข้ามติรชล                                         ก็ลุพ้นหมาย

มุ่งจะทลาย                                       พระนครตน

        ต่างก็ตระหนก                            มนอกเต้น

ตื่นบมิเว้น                                         ตะละผู้คน

ทั่วบุรคา                                           มจลาจล

เสียงอลวน                                        อลเวงไป

 

 ๑๘. วังสัฎฐฉันท์ ๑๒

        ชื่อฉันท์มีความหมายว่า เป็นฉันท์ที่มีสำเนียงไพเราะประดุจเสียงปี่  มีลักษณะคล้ายอินทรวงศ์ฉันท์  ใช้บรรยายความเช่นเดียวกับอินทรวงศ์ฉันท์ เช่น 

       ประชุมกษัตริย์รา                          ชสภาสดับคะนึง

 คะเนณทุกข์รึง                                   อุระอัดประหวัดประวิง

 ประกอบระกำพา                                 หิรกายน่าจะจริง

 มิใช่จะแอบอิง                                     กลอำกระทำอุบาย