ภารกิจหลังบ่ายวันนี้ ล้วนแต่เป็นเรื่องไม่ค่อยดี มีของเสีย ของชำรุด ต้องเอาไปซ่อมหลายชิ้น เริ่มจากต้องเอาแว่นไปซ่อม เพราะมันบิดเบี้ยว หลังจากนั้นขี่รถเข้าไปในเมืองเชียงใหม่ เพื่อนำกล้อง Olympus SP-570UZ ไปประเมินราคาซ่อม "ซูมขัดข้อง" อย่างที่หลายท่านได้อ่านบันทึกที่ผ่านมาไปแล้ว ศูนย์ซ่อมฯ ว่าอย่างไร เขาจะโทรมาแจ้งให้ทราบอีกที เหอ เหอ มาเสียอะไรวันลอยกระทงหว่า น่าเสียดายจริง ๆ

อ๋อ ลืมบอกไปว่า ร้านที่นำไปส่งซ่อม คือ Photo Bugs สาขาท่าแพ โห รถเยอะมากวันนี้ เพราะเขามีงานลอยกระทงเล็กในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แหละ

ขอไปแวะอีกทีก่อน คือ ร้านสุริวงศ์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือประจำที่อยู่ใกล้ ๆ ไนท์บาซาร์เชียงใหม่ ขณะที่กำลังจะถึงร้าน เห็นหน้าร้านมีรถบัสคันใหญ่ มีรถตำรวจ มีตำรวจยืนอยู่ ให้ชวนสงสัยว่า มีคนใหญ่คนโตมาแวะร้านหนังสือแห่งนี้หรือเปล่า

จอดรถ เดินเข้าไปในร้าน เห็นพนักงานทุกคนแต่งตัวเต็มยศ มีผ้าพันคอสีฟ้า เหมือนแอร์โฮสเตสเลย หุ หุ จึงถามพี่ ๆ เขา ได้ความว่า วันนี้เจ้าของร้านมา (โห ขนาดนั้น)

แต่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เดินขึ้นไปข้างบน เพื่อดูหนังสือตามปกติ

ระหว่างการเดินเข้าไป กำลังจะเดินไปที่มุมหนังสือคอมพิวเตอร์ ได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังดูหนังสือบ้านและสวน ...

โดยปกติ เวลาผมเห็นหญิงสาวสวยและน่ารัก สายตาของช่างภาพสมัครเล่นอย่างผม จะโฟกัสไปที่หน้าตาและตัวของหญิงสาวคนนั้นอย่างฉับพลัน และสายตาจะเคลื่อนตามจังหวะการเดินของหญิงสาวผู้นั้นโดยอัตโนมัติ (อิ อิ)

กลับมาหญิงสาวคนที่สายตาผมกำลังให้ความสนใจอยู่ เธอกำลังเปิดดูหนังสือบ้านและสวน ผมมองเห็นด้านข้าง แล้วรู้สึกถึงว่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะเธอมีรังสีออร่าขึ้นรอบ ๆ ตัวเธอ ... หน้าคุ้น ๆ อ่ะ น่ารักอีกต่างหาก เธอเป็นใครกัน ผมกำลังคิด ... แต่งตัวก็แสนจะธรรมดา ผมยาว หน้าขาวใส เสื้อยืด กางเกงขาสั้น ตัวเล็กกว่าผม

ผมไม่แน่ใจว่า เธอมากับรถบัสคันนั้นหรือเปล่า

เมื่อเธอลุก ผมนึกออกมาทันใด

เธอ คือ "คุณหนูดี" นักเขียนหนังสือและคอลัมนิสต์เกี่ยวกับ "อัจฉริยะ" ต่าง ๆ นั่นเอง

ขอบอก ขอบอก ... ตัวจริง ธรรมดา ติดดิน และน่ารักมาก

ไม่แต่งหน้าจัดเหมือนในรูปที่ปกหนังสือ หรือ ปกนิตยสาร เลย

 

 

ตื้นเต้นครับ แต่พยายามทำตัวแบบธรรมดาที่สุด เดินดูหนังสือไป ก็แอบมองไม่ได้ แถมเวลาผมดูหนังสือมุมประจำ เธอก็จะเดินผ่านไป ผ่านมา รอบ ๆ ตัวผมนี่แหละ

เธอดูหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ การแพทย์ จิตวิทยา ฯลฯ จนเธอถึงกับเลือกหนังสือแล้วมานั่งอ่านที่โต๊ะพนักงานเลย

 

"กล้องถ่ายรูป" ได้ทรยศผมไปเรียบร้อยแล้ว ไม่มีกล้องจะถ่ายมาเป็นหลักฐาน

ระหว่างการเดินดูหนังสือ ในใจผมคิดอะไรอยู่มากมาย

 

"...การเป็นคนมีชื่อเสียง นี่ลำบากเนอะ เวลาไปเดินไหนมาไหน ย่อมเป็นเป้าสายตาของคนทั่ว ๆ ไปไม่ยากนัก..."

"...การเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จักดีกว่านะ สำหรับตัวผมเอง ไม่ต้องมีใครรู้จักเราก็ได้ ไม่ต้องมารู้จักหน้าค่าตา รู้จักการวิธีคิดของเราก็พอ เป็นส่วนตัวกว่ากันเยอะเลย..."

 

ผมเชื่อว่า พนักงานร้านหนังสือทุกคน จำ "คุณหนูดี" ได้ แต่ปล่อยให้เธอเดินดูหนังสืออย่างเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะทุกคนไม่อยากเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตอันมีความสุขของเธอตอนนี้ แต่ในใจคงอยากจะวิ่งไปขอถ่ายรูปกะลายเซ็นต์บ้างแหละ อิ อิ

 

"... นักเขียน คือ ผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ได้อ่านความนึกคิด ..."

"... คุณหนูดี คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง กับการเป็นคนมีชื่อเสียงในสังคมไทย ..."

 

อูย สารพัดที่ความคิดจะผุดมาในหัวสมอง

ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วอยากได้มีโอกาสนั่งคุย แลกเปลี่ยนความคิดกับเธอบ้าง แต่ "ความกล้า" ไม่ได้เดินทางมาด้วย อิ อิ อดครับ อด

แต่อย่างน้อย ผมก็เลือกซื้อหนังสือที่ต้องการ พร้อม ๆ กับ "คุณหนูดี" เธอมาจ่ายสตางค์ค่าหนังสือที่เคาน์เตอร์ข้าง ๆ ผมพอดี

ทราบว่า คุณหนูดี เธอมาเชียงใหม่ได้ 2 - 3 วันแล้ว และร้านหนังสือสุริวงศ์บุ๊คเซ็นเตอร์ คือ เป้าหมายที่เธอตั้งใจจะมาในครั้งนี้ด้วย ไม่ได้มาเพราะผ่านทางมาแต่อย่างใด

...

...

ถ้าคุณหนูดีผ่านเข้ามาในบันทึกของผมบ้าง โปรดทิ้งร่องรอยไว้ให้ด้วย

ซึ่งขณะนี้ผมกำลังฝันอยู่ครับ อิ อิ

 

อนึ่ง วันนี้ผมเพิ่งทราบว่า "ร้านสุริวงศ์บุ๊คเซ็นเตอร์" เปลี่ยนเจ้าของจากเดิม คือ คุณจ้อย พระสหายสมเด็จพระเทพฯ เป็น เจ้าของเบียร์ช้าง (ตระกูลภิรมย์ภักดี)

 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ

บุญรักษา ทุกท่านในวันลอยกระทง ครับ ;)

(กรุณา หลบพลุที่วิ่งผ่านหัวให้ทัน เพราะมันอันตราย ครับ  อิ อิ)