ตอนนี้ชื่อ...หลวงพระบาง นะคะ เพราะเรามาถึงหลวงพระบางเวลาประมาณ 5 โมงเย็น แดดร่มลมตกพอดี พอเรือเกยฝั่งก็มีชาวลาวมาขอยกกระเป๋า คนที่ยกได้ก็ไม่ใช้บริการค่ะ ขึ้นฝั่ง ไกด์สาวลาวก็มาต้อนรับ เธอทัก “สะบายดี...” พวกเราก็ตอบ “สะบายดี” เช่นกัน เป็นการทักทาย คล้ายๆ How Are You ? นั่นแหละค่ะก็นำคณะเราขึ้นรถตู้บริการของลาว คณะเรา 21 คน ได้ รถหนึ่งคันพอดีเลย นั่งรถไปที่พัก เรียก “เฮือนพัก” “วิลลา มะนีพอน” รับประทานอาหารเย็นที่ ห้องอาหาร “เทพบุปผา” อาหารก็คล้ายๆของไทย แต่มีพิเศษคือ “แกงผักน้ำ” คล้ายต้มผักของไทยเราค่ะ แล้วก็ไป ไนท์พลาซ่า หรือ “ตลาดกลางคืน” เดินดูของสักพักคณะเราบอกอยากไปเที่ยวผับ ไกด์ก็เลยพาไป “บาร์รำวง” ชื่อ “ราตรีเมืองซัว” เริ่ม 3 ทุ่ม เลิก 5 ทุ่ม เป๊ะ ไปดูบรรยากาศกันเลยค่ะ

ไกด์ลสาวชาวลาว ชื่อ ทิพย์ภาวรรณ เรียกเธอว่า "ทิพย์"

แผนที่หลวงพระบาง สีฟ้าคือ น้ำโขง แขนงที่เห็นเป็น น้ำคาน

โรงแรมหน้าที่พัก ชื่อ "โรงแรมมะโนลัก"

ตลาดกลางคืน ของขายคล้ายไนท์พลาซ่าเชียงใหม่ยังไงยังงั้น

อาคารโชว์สินค้าผ้าลาวและการตกแต่งภายใน

ชายลาว นั่งเฝ้าหน้าห้องน้ำ

บรรยากาศบาร์รำวง ที่ ราตรีเมืองซัว พบแต่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทยค่ะ

นักร้อง ชายหญิงของลาว ชอบนักร้องหญิงมากใส่ผ้าซิ่นตลอด

นี่อีกคนหนึ่ง สวยดี และเธอก็ใสผ้าซิ่นด้วยเช่นกัน

นักดนตรีชาวลาว

คณะเรา รำวง และเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน

คู่นี้ ลีลาศพริ้วมาก (คณะเราเองค่ะ)

นักร้องก็มารำวงร่วมกับคณะเราด้วยค่ะ
ติดตามตอน....พุทธศาสนาในลาว..ตอนหน้านะคะ
อัพบ่อยจัง ฮ๋าๆๆๆๆ
เห็นแล้วน้ำยายไหล (ได้ฟ้อนแง้นก่อ) มีความสุขจริงๆเจ็เรา ลืมเมืองสองหม้ด
สนุกมากคะ สงสัยเต้นรำลืมเพื่อน ๆ หมด มีร้องกรี๊ดๆๆ เหมือนเมืองไทยมั้ยคะ
ก้อยังอ่านไปยิ้มไป
ตามอยู่
ตามอยู่
ม่วนซื่นจ๊าดนัก...