ถามสักนิดนะครับ ว่าแต่ละท่านยังคงหลงรัก “รำวงชาวบ้าน” กันอยู่บ้างหรือเปล่า แต่สำหรับผมนั้น สารภาพตรงนี้เลยว่า หลงรักชนิดหัวปักหัวปำเลยทีเดียว เพียงแต่ฟ้อนรำไม่เป็นเท่านั้นเอง
ในค่ำคืนของกฐินโบราณนั้น ถึงแม้ฟ้าจะยังไม่สุกใสสว่าง เพราะยังไม่ใช่คืนวันเพ็ญที่พระจันทร์จะสุกสกาวเต็มดวง แต่ก็ต้องยอมรับแหละว่า ค่ำคืนนั้น ฟ้าเปิดโล่ง สวยใสไม่แพ้คืนวันเพ็ญเหมือนกัน

ทั้งผมและทีมงาน ตั้งใจอย่างมากที่จะฟื้นกิจกรรม “รำวงชาวบ้าน” ขึ้นมาในครั้งนี้ โดยรู้ดีว่าในขนบแห่งกฐินโบราณนั้น เราไม่อาจจัดงานสมโภช เฉลิมฉลองด้วยมหรสพอันใดได้ แต่ในเวทีการประชุมร่วมกับชาวบ้านนั้น ก็พูดกันชัดเจนว่า เราจะจัดกฐินโบราณแบบบูรณาการ มีการนำเอาความบันเทิงแบบดั้งเดิมเข้ามาเสริมบรรยากาศในกฐินครั้งนี้ ด้วยหมายว่า งานบันเทิงเริงใจนั้น จะช่วยนำพาให้คนต่างวัยได้สัญจรมาร่วมงานบุญกันอย่างคึกคัก
นอกจากนั้น ยังรวมถึงการเชิญชวนให้คนหลากวัย หลากสถานะได้ทวนเข็มนาฬิกากลับไปร่ำรำลึก “รำวงชาวบ้าน” อันเป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติกันอีกสักครั้ง พร้อมๆ กับการใช้รำวงชาวบ้านที่ว่านี้ เป็นเครื่องมือระดมทุนเข้าสู่กองกฐินร่วมกัน

เด็กๆ จับจองที่นั่งกันล้นหลาม
แรกเริ่มนั้น ชาวบ้านขันอาสาเป็นต้นเรื่อง“รำวง” ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นดนตรี นักร้อง หรือแม้แต่ “สาวรำวง” ก็เถอะ ชาวบ้านก็รับปากแข็งขันว่าจะคัดสรรสุดยอดสาวงาม “ต่างวัย” มาให้อย่างพร้อมสรรพ อันเป็นการการันตีว่า “บ้านนี้เมืองนี้ ไม่สิ้นไร้คนสวย !”
เช่นเดียวกับบางท่าน ยังอดที่จะยกมือขึ้นเพื่อแสดงทัศนะอย่างฉะฉานกลางเวทีประชุมไม่ได้ว่า “นี่คือโอกาสอันดีของการ..วัดใจสามี..ของตัวเอง ว่ารักยังคงหวานฉ่ำอยู่หรือเปล่า!” ทำเอาใครต่อใคร อดที่จะหัวเราะออกมาพร้อมกันไม่ได้ ขณะที่ใครอีกหลายคน ก็อดที่จะออกอาการคิดหนักไม่ได้เหมือนกัน เพราะขืนจะไปโค้งสาวอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตัวเอง มีหวังกลับถึงบ้าน ต้องชี้แจงเป็นยกใหญ่ ดีไม่ดี-มีหวังได้ "นอนนอกห้องนอน” ด้วยก็เป็นได้

ลานเวทีที่จัดขึ้นโดยยึดหลักเอาความง่ายเข้าว่า เอาศรัทธาเข้าขับเคลื่อน
ครั้นถึงเวลาจริง ชาวบ้านก็มาแจ้งว่าประสบปัญหาเรื่องของนักดนตรี ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก เพราะเรามีนิสิตที่พอจะเล่นดนตรีได้บ้าง ทุกอย่างจึงสามารถขับเคลื่อนไปได้ เพียงแต่นักดนตรีของเรานั้น ไม่สันทัดเรื่องความดั้งเดิมในแนวเพลงของรำวงชาวบ้านสักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเราก็ปลงใจร่วมกันว่า ให้เล่นแบบผสมผสาน เพลงเก่าเพลงใหม่เล่นอะไรได้ก็เล่นๆ กันไป ...
ค่ำคืนนั้น เราจำลองเวทีรำวงอย่างเรียบง่าย นักดนตรีหยัดยืนอยู่บนแคร่ไผ่ ส่วนสาวรำวงทั้งหลายนั้น นั่งเก้าอี้สวยสง่าอยู่บนลานดินนั่นเลย เรียกได้ว่า “เอาความง่ายเข้าว่า เอาศรัทธาเข้าขับเคลื่อน”
ผมแอบรู้มาว่า บรรดาสาวรำวงทั้งปวงนั้น ตื่นเต้นกันมาก มีการแต่งตัวกันอย่างพิถีพิถัน หลายคนวิ่งเต้นหาชุดที่ดีที่สุดมาสวมใส่ โดยมีคุณสามีทำหน้าที่ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่า “จะสวยสง่าสู้คนอื่นไม่ได้”

ครับ,มาคิดดูอีกที เทศกาลสำคัญๆ ของสังคม ก็เป็นส่วนสำคัญของการกระตุ้นความรักระหว่างคนในครัวเรือนและชุมชนได้เป็นอย่างดี บางอย่างที่อาจหลงลืมไปบ้าง ก็ถูกชวนให้หวนคิดและชื่นชมคุณค่าของมันอีกครั้งด้วยหัวใจอันพองโตของแต่ละคนนั่นแหละ-

หลายท่านอยากโค้งสาวรำวงคนอื่น
แต่จำตัดใจโค้งภรรยาตัวเอง..เฉยเลย
ค่ำคืนนั้น แสงไฟสาดสีงามตา แมงหลากชนิดชักชวนกันบินลัดทุ่งมาโฉบเฉี่ยวเป็นพยานในลานรำวงชาวทุ่งอย่างหนาแน่น หรือแม้แต่บางตัว ผมก็เชื่อเหลือเกินว่า พวกมันไม่ได้มาเพื่อเป็นสักขีพยานใดๆ เลย หากแต่มาเพื่อร่ายรำ-ระเริงเล่นกับความบันเทิงนี้ด้วยตัวเองนั่นแหละ
เด็กๆ หลายคนมานั่งจับจองเก้าอี้ตั้งแต่หัวค่ำ ผู้เฒ่าผู้แก่ก็ทยอยออกมาจับจองที่นั่งอย่างหนาตา เราเปิดวงกันด้วยดนตรีบรรเลงแบบง่ายๆ โดยมีสาวรำวงในวัย “หกสิบขึ้น” เป็นคนรำเปิดวงอย่างแสนงาม สร้างความฮือฮากันอย่างยกใหญ่

บรรดาสาวรำวงกิตติมศักดิ์ในวัยไม่ต่ำกว่า ๖๐ ปี..ประเภทรำไปด้วยกินหมากไปด้วย
ถัดจากนั้น ก็เป็นการซื้อตั๋วเข้าสู่การโค้งสาวรำวง โดยเก็บค่าตั๋วคนละ ๕ บาท เหมารอบละ ๒๐ บาท แต่พอผ่านไปได้สักระยะก็กลายกลับเป็นการเหมารอบละ ๑๐๐ บาทไปโดยปริยาย ...หากแต่ในค่ำคืนนั้น เราไม่มีตั๋วกระดาษใดๆ ให้เปลืองต้นไม้ โดยแรกนั้น ผมเสนอให้ใช้ใบไม้แทน แต่ก็อย่างว่า ผมไม่พึงปรารถนาที่จะพรากใบไม้ออกมาจากต้นของมัน จึงล้มเลิกแนวคิดเช่นนั้น และหันมาใช้กล่องรับบริจาคแทนแบบง่ายๆ...สบายๆ...

ผมชอบบรรยากาศเช่นนี้มาก
เราไม่จำเป็นต้องมีหมอลำคณะใหญ่ๆ
ไม่ต้องมีหมอลำซิ่ง หรือดิสโก้เธคมาเล่นให้ “คนตีกัน”
ไม่จำเป็นต้องมี “สาวพริตตี้” ผอมสวยสาวใสมาร่ายเอวส่ายสะโพกเรียกเงินทองเข้าวัด
ที่สำคัญงานนี้,
ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณว่าจ้างคนภายนอกมาสร้างความบันเทิงแม้แต่บาทเดียว
เราใช้ “ทุนที่มีในหมู่บ้าน”เป็นตัวตั้ง
โดยเฉพาะ “ทุนปัญญาที่มีในตัวตนของชาวบ้าน” นั้น
ต้องยอมรับว่า มีอยู่อย่างหลากล้น
เพียงแต่ชุมชนต่างเฉยชาและจำยอมให้กาลเวลาแห่งยุคสมัย กัดกร่อนและถมทับไปเอง เท่านั้นแหละ...
ดังนั้น การศึกษานั่นแหละ คือกระบวนการพลิกฟื้นที่ดีที่สุด
-ผมเชื่อเช่นนั้น และเพราะเชื่อเช่นนั้นนั่นเอง ผมถึงต้องกระตุ้นให้มีกิจกรรมนี้ขึ้น ถึงแม้จะไม่สามารถจำลองเอาความเป็น “ต้นแบบ” มาได้ทั้งหมด แต่ก็พยายามที่จะสื่อและสะท้อนแบบบูรณาการ เอาความพร้อมของชุมชนเป็นตัวตั้ง และเอาความพร้อมเท่าที่มีอยู่ เป็นเครื่องมือนำพาให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตแบบทวนเข็มนาฬิกากลับไปสู่อดีตอันง่ายงาม ด้วยตัวของเขาเอง...
เรื่องบางเรื่อง เราทำได้เพียงการหวนรำลึก เพราะไม่อาจสถาปนาให้มีชีวิตอยู่ได้ในโลกปัจจุบันได้ โลกเปลี่ยน-สังคมเปลี่ยน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ความทรงจำอันง่ายงามของชีวิตและสังคมจะผุพังไปตามยุคสมัยเสียเมื่อไหร่
-ผมเชื่อเช่นนั้น....

สำหรับผมแล้ว ผมมีความอิ่มเอมกับบรรยากาศอันง่ายงามของรำวงชาวบ้านนั้นมาก รู้ทั้งรู้ว่าการละเล่นดังกล่าว ไม่สอดรับกับวิถีกฐินโบราณเลยสักนิด แต่ด้วยความคิดของตัวเองที่ต้องการฟื้นฉากชีวิตอันเรียบงามของชาวบ้านมาให้ทุกคนได้คิดถึงกันอีกสักครั้ง จึงเป็นสิ่งที่ผมไม่ลังเลที่จะให้ "รำวงชาวบ้าน" เป็นส่วนหนึ่งในการสมโภชกฐินโบราณในครั้งนี้
ผมสุขใจกับความรักของสามีภรรยาและลูกๆ หรือเครือญาติที่ถูกกระตุ้นซ้ำด้วยกระบวนการของรำวงชาวบ้าน สุขใจที่ได้เห็นชาวบ้านกรีดกรายตบเท้าออกมาสู่งานบันเทิงร่วมกันแบบเรียบง่าย อีกทั้งยังได้เม็ดเงินสมทบเข้าสู่กองบุญไปในตัว
- ถึงแม้จำนวนที่ได้มานั้นจะน้อยนิดนัก แต่ในทางจิตใจนั้น กลับรู้สึกได้อย่างไม่กังกาว่า ...ยิ่งใหญ่อย่างแทบไม่น่าเชื่อ

เช่นเดียวกันนี้ ผมเองก็อดที่จะคิดถึงประวัติศาสตร์ไทยในยุคแห่งการสร้างชาติภายใต้วาทกรรม “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย” ไม่ได้ เพราะครั้งนั้น รำวงแบบไทยๆ คือตัวตนทางวัฒนธรรมที่มีมนต์ขลังไม่แพ้วัฒนธรรมจากตะวันตก มิหนำซ้ำ ยังกระโดดขึ้นมากระทบไหล่รำวงแบบตะวันตกได้อย่างไม่อาย
นอกจากนั้น ผมยังคิดถึงการเรียนในสมัยแรกหนุ่มที่ยังต้องสอบฟ้อนรำด้วยเพลงงามแสงเดือน ดวงจันทร์วันเพ็ญ หญิงไทยใจงาม หรือแม้แต่เพลงลอยกระทงก็เคยได้ร้องได้รำในโอกาสต่างๆ รวมถึงเพลงประวัติศาสตร์แห่งความเป็นชาติที่เอ่ยร้องด้วยคำว่า “อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน..” ก็ล้วนเป็นความงามฝังใจและฝังจำมาจนบัดนี้
ครับ, ถึงตรงนี้ ขออนุญาตถามซ้ำอีกรอบว่า ท่านยังคงหลงรัก “รำวงชาวบ้าน” อยู่บ้างหรือเปล่า ?
หรือเอาเถอะ..ถ้าจะให้รวมความถึงคำถามที่ว่า "ยังหลงรักสาวรำวง" กันอยู่หรือเปล่า (ด้วยก็ได้- ชอบคำถามไหน ก็ตอบคำถามนั้น นะครับ)
สำหรับผมนั้น ผมยังขอยืนยันว่า ยังคงหลงรักอย่างหัวปักหัวปำ
ส่วนนิสิต เขาเองก็บอกกับผมสั้นๆ แต่เพียงว่า เขามีความสุขกับการเรียนรู้ในครั้งนี้มาก..

๒๙ ตุลาคม ๕๒
บ้านโคกนางาม ต.ภูดิน
อ.เมือง-กาฬสินธุ์
ภาพสาวน้อยกิตติมศักดิ์รำวง เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ได้ใจไปเต็มๆ ค่ะ น่ารักซะ
เคยเห็นสาวน้อยปากแดงรำวงไปพลาง น้ำหมากไหลไปพลาง น่าฮักขนัด
ภาพสองหนุ่มน้อยคุณแผ่นดิน ท่าทางมุ่งมั่น สายตาจับจ้องมิกระพริบเลย ...
ใช้ทุนปัญญาของท่านแผ่นดิน นำเอาชุมชนมามีส่วนร่วม แต่ที่บ้านผมเขาก็จัดแต่ไม่เก็บเงิน
ชอบนางรำใส่กระโปรงสั้นสวยจัง เสน่ห์รำวงคือสาวกระโปรงเหี่ยน เพราะมันติดตาสมัยเด็ก
ขอบคุณที่นำเอาสิ่งดี ๆ กลับคืนมา
ประกวดศิลปะหัตกรรมนักเรียน มีการแข่งขันรำวงมาตรฐาน ในปีนี้
สวัสดีครับ อ.ขจิต ฝอยทอง
ต้องถือว่ามีบารมี มีวาทศิลป์
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณปู poo
คนที่รำไปด้วยกินหมากไปด้วย..บอกว่า คำรำรอบละ 5 บาทไม่คุ้มค่ายาเลย เพราะปวดเหน็บไปทั้งตัว...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อ.พรชัย
งานนี้,ไม่ค่อยมีสาวกระโปรงเหี่ยนเท่าใดนัก สงสัยคุณสามีไม่พึงใจให้ "เหี่ยน"
บรรยากาศคึกคัก-คึกครึ้นกันมาก เราจัดแบบจำลอง..ฟื้นอดีตเพื่อศึกษา-รำลึก
แต่ก็ถือว่า ประสบความสำเร็จมากพอตัว...
อย่างน้อย ก็ความสุขที่เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ...
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ เป็นไอเดียที่เจ๋งเลยนะคะ
งานวัดทุกวันนี้ใช้เงินจ้างความบันเทิง จนหักค่าใช้จ่ายแล้วเข้าวัดนิดเดียว
อ่านแล้วก็ได้ขำนะคะ...อยากไปโค้งเมียคนอื่น ระวัง...สามีที่รักคงไม่อยากให้ภรรยาตัวเองน้อยหน้าคนอื่น...ดีค่ะ ทำให้ครอบครัวใกล้ชิดกัน...น่าจะมีรางวัลคนทีแต่งตัวจ๊าบนะคะ ชอบชุดเขียวค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์ แผ่นดิน คนอายุ กึ่งศตวรรต แทบทุกคนล้วนผ่านเวทีรำวงมา ถึงไม่รำ รำไม่เป็น ก็ไปร้องเพลงเชียร์ ร้องเพลงตาม มาแล้วแทบทั้งหมด อาจารย์ ค้นทุนทางสังคมที่สั่งสมอย่างยาวนาน เอาออกมาใช้ได้เหมาะมากครับ
และวาทะเด็ด "เอาง่ายเข้าว่า เอาศัรทธาเข้าเคลื่อน" เอาประเพณีมาย้ำเตือน หาทางออกให้ชุมชน
สวัสดีค่ะ พี่ชาย
ดูแววตาใสซื่อของเด็กๆสิคะ...น่ารักจริงๆค่ะ
สวัสดีค่ะอ.แผ่นดิน
อ่านบันทึกนี้แล้วทำให้นึกถึงภาพตอนที่เป็นเด็กๆ
สาวรำวงคล้ายๆอย่างนี้เลย ชอบบรรยากาศค่ะ
ละแวกหมู่บ้าน ไม่ค่อยจะได้เห็นภาพนี้ซักเท่าไหร่เลยค่ะอาจารย์ มันหายไปนานมากเลยนะคะนั่น
เห็นภาพแบบนี้....ชื่นใจดีแท้....มันเป็นความสมามัคคีกันในหมู่บ้านนะคะ และก็ได้ความสนุกสนานอีกต่างหาก
เมื่อวานครูแอนเองมีโอกาสได้ไปงานทอดกฐินเหมือนกันค่ะ เป็นสำนักสงฆ์ที่ จ.ปัตตานี (3 จังหวัดทางใต้) เลยเค้าจัดงานกันเฉพาะกลางวันน่ะค่ะ ด้วยเหตุผลว่าท่านเจ้าอาวาสของสำนักสงฆ์แห่งนี้ (เคยเป็นเพื่อนเรียนร่วมชั้นเรียนสมัยเรียนชั้นประถมน่ะค่ะ) ท่านฝากใบฎีกาบอกบุญมาให้ เลยได้ไปทำบุญด้วยกันกับแม่และน้าสาว ติดสอยห้อยตามด้วยพี่สาวอีกคน แต่ระหว่างเส้นทางที่ไปก็มีหวาดเสียวอยู่บ้าง แต่คิดว่าเราไปทำบุญล่ะ คงบุญรักษาเราด้วยเช่นกัน แล้วก็เลยมาบอกอาจารย์ว่า "สาธุรับบุญกันถ้วนทั่วนะคะ"
อาจารย์สบายดีนะคะ....บุญรักษานะคะ....ขอบคุณค่ะ
วันลอยกระทงในหมู่บ้านจะนำภาพ สาวรำวง มาอวดนะคะ อาจารย์
ชอบค่ะ ไปงานวัด ได้สอยดาว เล่นชิงช้าสวรรค์ เห็นลีลาท่วงท่าของสาวรำวง และการฟ้อนเกี้ยวพารา ของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ เป็นศิลปะที่น่าชม และอาจหาดูได้ยากในภาคกลาง แต่ยังคงมีให้ชมค่ะ รายได้ที่ได้จากแต่ละกิจกรรมก็จะนำเงินเข้าวัดเพื่อทำนุบำรุงศาสนสถาน และกิจกรรมทางพุทธศาสนา แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่เห็นความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชนค่ะ
เคยไปช่วยเชียร์รำวงการากุศล หารายได้ช่วยพัฒนาชุมชน ในวัน ปีใหม่บ้าง
ลอยกระทง บ้าง ปัจจุบันเขาให้ไปเป็นกรีรมการตัดสินประเภทกระทง นางงาม
ไม่เห็นเขาบอกเลยว่าเราแก่เลยแล้วถูกปลด (แต่สนุกมาก ขอบอก)
สวัสดีครับ พี่แดง
วันนี้ผมก้เพิ่งพานิสิต ไปต่อยอดกฐินที่กาฬสินธุ์ อันเป็นหมู่บ้านที่นิสิตเคยไปออกค่ายเรียนรู้ชุมชนมา มีโอกาสได้คุยกับหมู่บ้านใกล้เคียงถึงบุญกฐินที่ผ่านมา ซึ่งได้เงินก้อนโตพอสมควร แต่พอหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว กลับเหลือเงินไม่ถึงสามหมื่น โดยท่านได้ยินข่าวกฐินโบราณที่ผมและทีมงานจัดขึ้นแล้วสนใจมาก ทำกันแบบเรียบง่าย เหลือเงินเข้าวัดมากมายเลยทีเดียว สำคัญคือ ชาวบ้านได้พลิกฟื้นความทรงจำดีๆ อีกครั้ง และเยาวชน หรือคนรุ่นลูกหลานก็ได้เรียนรู้ความเป็นไทยผ่านยุคสมัยนี้ด้วยเช่นกัน
ส่วนกรณีรำวงชาวบ้านนั้น ต้องยอมรับว่าประสบความสำเร็จมาก สร้างความบันเทิงได้เป็นอย่างดี สร้างความรักสามัคคีให้กับคนในครอบครัวได้อย่างเนียนงาม ดูแล้วยังอดยิ้มและขำๆ กับความหวนของสามีภรรยาไม่ได้
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ พี่วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
รำวงชาวบ้าน เป็นศาสตร์และศิลป์ที่สะท้อนวัฒนธรรม หรือภูมิปัญญาคนไทยได้อย่างน่าชื่นชม คนไทยเรามีเลือดศิลปินเข้มข้นกันอยู่แล้ว แค่ชวนคิดชวนคุยในเรื่องเหล่านี้ ชาวบ้านก็ขานรับอย่างเต็มใจ ถึงแม้จะเป็นเพียงการจัดแบบสาธิตเท่านั้น แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการสาธิตที่มีชีวิตชีวามากอย่างแทบไม่น่าเชื่อ...
สาวรำวงหลายคน เป็นทั้งแม่ครัวด้วยนครับ เสร็จภารกิจทางครัว ก็รีบไปแต่งองค์ทรงเครื่องออกมาเป็นสาวรำวง เรื่องนี้ก็เรียกได้ว่า "เอาใจนำพา เอาศรัทธานำทาง" เหมือนกัน
ส่วนเรื่องสถานที่นั้น เน้นความง่ายเป็นหลักครับ ยึดเอาลานบ้านเล็กๆ แถวๆ องค์กฐินเป็นที่ตั้ง ไม่ต้องลงทุนอะไรให้เปลืองงบประมาณ จัดแต่งเพียงเสี้ยวนาทีก็เนรมิตรเป็นเวทีรำวงได้อย่างลงตัว เสียดายก็แต่ นิสิตไม่ได้เตรียมเพลงที่เป็นต้นแบบการรำวงมาสักเท่าไหร่ เพลงที่เล่น หรือถูกร้องขอให้เล่น จึงออกมาในแนวสมัยใหม่เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ดีใจนะครับที่ยังมี "นกหวีด" เป็นสัญญาณบอกรอบอย่างฮาเฮ...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ครูแป๋ม
อยากให้ดูลีลาเด็กๆ ที่งัดเอาท่ารำแห่งยุคสมัยไปประยุกต์ในเวทีรำวง ...
ส่วนภาพถัดมา น้องแดน หรือเจ้าจุกนักเลงลูกทุ่ง ก็เกาะติดขอบเวที เหมือนกัน
สวัสดีครับ นาง...มณีวรรณ
ผมเองก็เกิดทันบรรยากาศแบบนี้นะครับ แต่พอโตมากพอที่จะไปเที่ยวงานวัดด้วยตัวเอง รูปแบบรำวงก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว มีการเน้นเปิดแผ่น และมีสาวรำวงมาจากที่อื่นแทน รวมถึงมีการยกพื้นเวทีสูงขึ้นจากพื้น แต่ละรอบคนแน่นมาก จนบางทีใจหายใจคว่ำว่าจะมีการตบต่อยกัน
สำหรับครั้งนี้มีความสุขมากที่ได้จัดกิจกรรมในแบบเรียบง่าย และมีมิตรภาพ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ...Lioness_ann
ขอบคุณที่นำบุญมาฝากนะครับ
ก็เหมือนที่บอก แค่บอกบุญมายังเราๆ ท่านๆ ก็ได้ร่วมสาธุบุญไปด้วยเหมือนกัน
ผมยังคิดนะครับว่า จะเดินทางในเรื่องเหล่านี้ต่อไปในทุกปี
ชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จัดกฐินโบราณไปเรื่อยๆ
เป็นการช่วยชุมชนไปในอีกทาง และยังชวนให้ชุมชนได้หันมาทบทวนกระแสวัฒนธรรมของตนเองไปพร้อมๆ กับการเสริมสร้างความสามัคคีโดยยึดเอากระบวนการทางศาสนาเป็นตัวขับเคลื่อน
ขอบคุณครับ
อิ่มบุญ อิ่มใจ กันถ้วนหน้านะค่ะอาจารย์