"แม้ได้ชื่อว่าเป็นคนฉลาด แต่หากไม่รู้จักคำว่า..."อดทน"...ท้อแท้เสียแต่กลางทางแล้ว...ก็อย่าได้หวังว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิต"...

ฉันไม่ทราบจะเริ่มต้นเขียนบันทึกนี้อย่างไรดี หนึ่งปีที่ผ่านมา ฉันคร่ำเคร่งอย่างเอาจริงเอาจังอยู่กับตำรา มุ่งจับอยู่กับทฤษฎี เพียงเพื่อต้องการให้ความคิดบรรเจิด...นอนนึกฝันก็เห็นมีแต่ภาพของเจ้าของทฤษฎีตามมาหลอกหลอนทุกคืนวัน...และฉันมักผวาตื่นขึ้นมาเปิดคอมฯ ครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อฉันปิ้งแว๊บอะไรบางอย่างขึ้นมา ตื่นขึ้นมาพิมพ์เอาไว้ก่อนกันลืม...นี่แหละชีวิตของคนสมองไม่ค่อยจะมีรอยหยักอย่างฉัน...มันเป็นเช่นนี้เองหนอ...

อาจารย์ท่านหนึ่งถามฉันว่า ท้อไหม??...ฉันตอบว่า "ไม่เคยท้อ"...เพราะสิ่งที่ฉันเห็นทำให้ฉันไม่กล้าที่จะท้อถอยเลย...รุ่นพี่ท่านหนึ่งแขนขาดด้วยอุบัติเหตุ ต้องใส่แขนเทียม แต่เธอก็มุมานะที่จะเรียน ฉันเห็นเธอนั่งพิมพ์งานด้วยมือข้างเดียว...เห็นภาพนั้นทุกวัน...แล้วฉันยังจะกล้าท้อได้อย่างไรกัน...แม้แต่คิดฉันก็ยังไม่กล้า..."ม้ได้ชื่อว่าเป็นคนฉลาด แต่หากไม่รู้จักคำว่า..."ดทน"...ท้อแท้เสียแต่กลางทางแล้ว...ก็อย่าได้หวังว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิต"...นี่คือบทสรุปของคนฉลาดแต่ขาดความอดทนในความคิดของฉัน...

ฉันถามอาจารย์ว่า..."สมัยที่ท่านเรียน ท่านมีความเครียดบ้างหรือเปล่า"...ท่านตอบว่า "สนุกกับการเข้าสู่โลกแห่งตำราทางวิชาการ ไม่เคยเครียด สนุกที่จะเรียนรู้ สนุกที่จะค้นคว้า ไม่เคยคิดว่าการเรียนรู้ คือ ความเครียด...แต่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายและยินดีกับความรู้ที่ได้รับมาเสมอ"...ฉันไม่แปลกใจเลยกับตำแหน่งทางวิชาการ..."ศาสตรจารย์"... ที่ท่านได้รับด้วยเพราะความรู้ความสามารถอันท้วมท้น ... และพร้อมจะถ่ายทอดถ่ายเทความรู้เหล่านั้นให้กับศิษย์อย่างไม่หวงแหน...เพียงแต่ขอให้ศิษย์รู้จักขวนขวายที่จะรู้เมื่อรู้จึงจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน...เพราะท่านไม่ได้เป็นครูเพียงเพราะอาชีพ แต่ท่านเป็นครูด้วย "จิตวิญญาณความเป็นมนุษย์" ... ฉันเคารพนพนอบอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา ... ฉัน มิอาจเทียบรอยเท้าท่านได้... แต่ฉันก็จะพยายามที่จะพัฒนา "จิตวิญญาณความเป็นครู" ... หากแม้ได้เพียงเสี้ยวหนึ่งของท่านฉันคงภูมิใจ...เพื่อฉันจะได้ส่งต่อสู่ศิษย์ต่อ ๆ ไป