หลังได้รับโทรศัพท์นัดหมายเวลาจากพี่ที่โรงเรียน พรุ่งนี้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์เรา จะไปสำรวจสถานที่เข้าค่ายที่อุตรดิตถ์กัน รู้เพียงแค่นี้ แต่รับปากทันที เจ็ดโมงครึ่งพบกัน มิได้ซักรายละเอียดอะไร เพราะเคยคุยกันบ้างว่า ที่ภูสอยดาวสวยมาก 

ระหว่างนั่งรถไปจึงรู้ เป้าหมายเป็นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน และอุทยานแห่งชาติคลองตรอน สำนักงานทั้งสองอุทยานอยู่ไม่ไกลกัน บริเวณนี้ยังมีวนอุทยานต้นสักใหญ่ ใหญ่ที่สุดของประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์อยู่ด้วย รวมทั้ง อยู่ไม่ไกลจากเขื่อนสิริกิตต์ ซึ่งเรารู้จักกันเป็นอย่างดี

ทำไมไม่ไปภูสอยดาว? ผมถามคณะ คำตอบคือ ต้องเดินเท้าขึ้นไปอีกหลายกิโล คล้ายๆเขาหลวง หรืออุทยานแห่งชาติรามคำแหง จ.สุโขทัย ซึ่งเราเคยไปมาสองครั้งแล้ว การต้องเดินเท้าอีกเป็นระยะทางไกลๆ แถมขึ้นเขา ทำให้ไม่สะดวกในการขนย้ายอุปกรณ์กินอยู่ช่วง 2 คืน 3 วันในการเข้าค่าย เหตุผลผมคิดเองจากประสบการณ์ 

พอถึงอุตรดิตถ์ เราเลี้ยวขวาเข้าเขื่อนที่แยกเด่นชัย(วังสีสูบ) ไม่นานนัก ก็สังเกตเห็นป้ายบอกอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านสามสิบกว่ากิโล ที่นี่พบไกด์ตัวน้อยอัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้ม สวัสดี ทักทาย พร้อมเชิญชวนให้ไปดูปลา มีปลาด้วยนะครับ แกนำเดินไปหลังสำนักงาน ซึ่งเป็นอาคารแสดงพันธุ์ปลา ถ้าจะดูแม่น้ำล่ะ ไปไง? แกบอกดูตรงนี้ก็ได้ครับ พร้อมเปิดหน้าต่างอาคารซึ่งปิดอยู่ เป็นการเชิญชวนอีกครั้ง โอ! สวยครับ 

ขับรถต่อไปยังบริเวณที่กางเต็นท์และทำกิจกรรม เป็นมุมเดียวกับที่ไกด์ตัวน้อยเปิดหน้าต่างให้ถ่ายภาพเมื่อครู่ แต่โล่งตากว่า เพราะไม่มีต้นไม้ หรือกิ่งไม้มากั้น แอบสูดหายใจลึกๆเข้าไปเต็มปอดหลายครั้ง..สดชื่นครับ อีกด้านหนึ่งก็น่าสนใจมาก เพราะมีหมู่บ้านชาวประมง อาศัยอยู่บนแพเยอะเลย 

ขับรถย้อนกลับมาทางเดิม แล้วอ้อมไปอีกทางหนึ่ง เพื่อไปดูบ้านพัก ทางนี้ทำให้ได้เข้าใกล้หมู่บ้านชาวประมงยิ่งขึ้น สวยมากๆครับ 

เราใช้เวลาชั่วครู่ ในการเดินทางต่อ ไปยังวนอุทยานต้นสักใหญ่  เจ้าหน้าที่ที่นี่ให้ความรู้ว่า ถ้าจัดค่ายช่วงมกรา-กุมภา น้ำตกคลองตรอนเหมาะกว่า เพราะช่วงนั้นป่าสักนี้ จะผลัดใบเกือบหมด อากาศค่อนข้างร้อน 

จึงไปน้ำตกคลองตรอนกัน อย่างที่บอก เราวางแผนจะมาที่นี่อยู่แล้ว เส้นทางก่อนจะถึงสัก 5-6 กิโล มีลักษณะแคบมาก รถบัสซึ่งจะใช้ขนส่งนักเรียน ไม่น่าเข้ามาได้ ทางขึ้นเขาด้วย แม้ไม่ชันมาก แต่ก็วกวนเอาเรื่อง แถมบางช่วงเป็นโค้งหักศอก 

เรามาสะดุดอยู่ที่ระยะอีกไม่กี่เมตรจะถึงตัวสำนักงาน เพราะหลุมบ่อและความชันของเส้นทาง พยายามย้อนกลับ เพื่อเลี่ยงไปใช้อีกทางหนึ่ง แต่พบเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำงานอยู่บริเวณนั้นพอดี แกบอก ทางนี้ ฤดูนี้ น้ำท่วม รถยนต์ผ่านไม่ได้ ถ้าอยากจะไปให้ถึงน้ำตกจริงๆ ต้องเดินเท้าราว 2 กิโล การเดินทางสำรวจของเรา จึงยุติลงที่นี่ เพราะคะเนเวลากลับแล้ว ถึงพิษณุโลก ถึงบ้านกร่าง คงย่ำค่ำ 

จากการสำรวจสถานที่จริงในวันนี้ เท่าที่มีเวลา พอสรุปได้ไม่ยากครับว่า..จะเลือกใช้ที่ใด