ช่วงนี้ผมจะได้พบเจอผู้คนหลายคนที่บ่นกับผมเยอะเหลือเกินว่า "เงินไม่พอใช้" หากใครจะบอกว่าเทรนด์เกาหลีมาแรงในเมืองไทย ผมบอกว่าเทรนด์เงินไม่พอใช้ต่างหากที่มาแรงกว่า 

คนไทยเราโดยส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ แถมบางวัฒนธรรมกลุ่มย่อยไปมองเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องเลวร้ายที่จะศึกษาด้วยซ้ำ ทำให้เราตามไม่ท้นกับสถานการณ์ที่เป็นจริงของโลกนี้

ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ มีความรู้เศรษฐศาสตร์เพียงหางอึ่ง แต่ก็ขอแสดงภูมิเล็กๆ นั้นหน่อย เพราะเชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อหลายคนครับ

ตอนนี้โลกกำลังเข้าสู่ช่วง "stagflation" ครับ แปลสั้นๆ คือ "เงินฟืด" แต่ "ของแพง"

"เงินฟืด" (deflation) แปลว่า "ของถูก" ดังนั้นค่าแรงของเราจึงถูกด้วยครับ อย่าลืมว่าแรงการทำงานเป็น "ของ" ประเภทหนึ่งครับ

ส่วน "ของแพง" เป็นปรากฎการณ์ของ "เงินเฟ้อ" (inflation) ครับ ที่จริงแล้วหากเป็นสถานการณ์เงินเฟ้อนั้น แม้ของจะแพงขึ้น แต่ค่าแรงซึ่งเป็น "ของ" ประเภทหนึ่งจะแพงขึ้นเช่นเดียวกัน

ในภาวะเศรษฐกิจไม่ว่าแบบไหนก็ตามก็จะมีผลกระทบต่อพวกเราที่อยู่ในสังคมทั้งนั้น อธิบายแบบง่ายๆ ภาวะที่ประเทศไหนๆ ก็อยากให้เป็นคือ "เงินเฟ้ออ่อนๆ" ที่ผู้คนรู้สึกว่า "ของ" มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ แต่ยากที่จะรักษาสภาวะอย่างนั้นได้ เป็นสภาวะที่รักษาได้ยากมากครับ สภาวะจะเปลี่ยนไปมามากน้อยตามสาเหตุหลายๆ อย่างครับ

ตอนนี้เราอยู่ในสภาวะซึ่งถือว่าพิเศษเพราะไม่ได้ปรากฎบ่อยนัก ภาวะนี้เป็นภาวะ "เงินเฟ้อผสมเงินฝืด" ครับ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เคยปรากฎแล้วในช่วงปี 1970s ในช่วงที่โลกเจอวิกฤติน้ำมันครับ

อะไรนะ "วิกฤติน้ำมัน"?

ใช่แล้วครับ ตอนนั้นเป็นเพราะวิกฤติน้ำมัน และตอนนี้โลกเราเจอภาวะวิกฤติน้ำมันอีกรอบแล้วครับ แล้วรอบนี้ด้วยอิทธิพลโลกาภิวัฒน์ (globalization) ที่แรงขึ้นกว่าสมัย 1970s ทำให้อิทธิพลของมันรุนแรงกว่าเดิมด้วย

ผมเคยคุยกับหลายๆ คนเสมอ ว่าตอนนี้ถ้าเปรียบสภาวะเศรษฐกิจโลกกับท้องทะเลแล้ว เปรียบเสมือนช่วงพายุใหญ่ครับ

ประเทศแต่ละประเทศเปรียบเสมือนเรือ เพื่อจะต่อสู้กับพายุ ลูกเรือแต่ละลำต่างก็ต้องร่วมมือร่วมใจสู้กับภาวะวิกฤตินี้

แต่ "เรือ" ที่ชื่อประเทศไทยนี้แปลก ในภาวะที่พายุกระหน่ำขนาดนี้ ลูกเรือกลับทะเลาะเบาะแว้งกัน แถมต่างฝ่ายก็เจาะเรือให้รั่วเพื่อประชดอีกฝ่ายกันเพื่อความสะใจของตัวเอง

ผลลัพธ์หรือครับ เรือล่มแน่ๆ ครับ

ในช่วงที่ผ่านมามีการประชาสัมพันธ์ว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว แต่ถ้าเราได้ตามสถานการณ์ของโลกอยู่ก็จะพบว่าไม่จริงเลย กลับตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

ตอนนี้ราคาน้ำมันกำลังขึ้นมาอีกครั้ง มาแบบแรงๆ ด้วย คลื่นลูกใหญ่กำลังเข้ามาถึงอีกแล้วครับ ประเทศแต่ละประเทศเหมือนเรือที่พึ่งผ่านพายุยังไม่ทันซ่อมดี โอกาสที่ปัญหาเศรษฐกิจจะลุกลามแล้วกระทบกันเป็นลูกโซ่หนักขึ้นมีอยู่มากครับ

ในระดับบุคคลนั้นก็ต้องวางแผนรับมือกับ stagflation อย่างรุนแรงที่เกิดขึ้น เงินเราจะได้รับน้อยลง แต่ของจะแพงขึ้นอย่างมาก

แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเลวร้ายนัก ทุกวิกฤติมีโอกาสครับ ช่วงนี้ "สินค้าทุน" จะราคาถูกลง ได้แก่ บ้านและที่ดิน และสินค้าต้นน้ำของธุรกิจต่างๆ ครับ อย่างไรก็ตามจะเลือกลงทุนในสินค้าทุนเหล่านี้ก็ต้องวางแผนให้ดี ซึ่งนอกเหนือจากเนื้อความของบันทึกนี้ แปลว่าคุณเสี่ยงของคุณเอง อย่ามาโทษผมเน้อ และต้องอย่าลืมว่า "สินค้าทุน" ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ "ค่าแรง" ครับ หมายความว่ารายได้ของเราจะลดลงด้วยครับ

เราทุกคนเป็นคนตัวเล็กๆ อยู่บนโลกนี้ครับ เหมือนเรือลำเล็กๆ ท่ามกลางพายุใหญ่ สิ่งที่เราทำได้คือพยายามรักษาเรือให้รอดในสถานการณ์ต่างๆ นั่นคือการเรียนรู้ ปรับตัว และเปลี่ยนแปลงกับสถานการณ์นั้นๆ ครับ

และอย่าลืมสุภาษิตชาติไหนก็ไม่รู้ครับ เขาว่า "ในพายุฝน ทุกคนเปียก" ครับ