นักวิชาการอิสระที่ออกจะวัยอาวุโส แถมซ่อนตัวอยู่ในท้องทุ่ง คุ้งน้ำ นานๆจึงจะถูกออกปากไหว้วานจากกัลยาณมิตรที่สนิทสนมให้ได้ต้องออกจากบ้าน ไปช่วยงานที่เป็นประโยชน์หลากหลาย เป็นครั้งคราว

นานปีขึ้นที่มีชีวิตสงบ รู้สึกพอจากภายใน อัตตาที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้มีความสามารถค่อยๆบางเบา ทำให้คัดกรองคำชวน โดยพิจารณากิเลสตัวเอง อีกทั้งดูประโยชน์ของงานและความตั้งใจ จริงใจในงานของผู้ชวน (ระลึกถึงคำชี้แนะและเมตตาคุณของ ท่านชยสาโร ที่เคยกล่าวให้สติผู้เขียนว่า ...อาตมาไม่คิดว่าโยมเป็นคนเก่งที่สุดในโลก หากไม่มีโยม เขาก็ต้องหาคนเก่งๆที่มีอยู่อีกมากมายมาทำให้งานสำเร็จจนได้...)

การที่จะพาตนไปเกี่ยวข้องกับงานใด ต้องมีศรัทธาในงานนั้นเป็นที่ตั้งพอๆกัน ทั้งเขาและเรา ไม่ให้เงื่อนไขเป็นแบบการรับจ้างทำงาน มิฉะนั้นก็จะเกิดประโยชน์น้อย แถมอาจทำให้เราจิตตกบ่อยๆ

ปีนี้มีผู้มาชวนเป็นระยะๆให้ไปช่วยกันทำเรื่องดีๆที่นั่น ที่โน่น ได้เดินทางห่างบ้านค่อนข้างบ่อย ที่นับว่าเป็นโครงการเป็นทางการตอนนี้ก็มีอยู่สองโครงการ ต้องขอขอบคุณหนุ่มมหัศจรรย์ คุณเอก-จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ที่ให้เกียรติมาชวนพร้อมทีมงานถึงบ้าน เป็นที่มาของการได้มีโอกาสทำประโยชน์ให้ประเทศชาติด้วยกันกับ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ และ สสส. ในโครงการ

  • Humanized EduCare การศึกษาเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในระบบการศึกษาไทย  งานนี้คุณเอก และ คุณศิลา ได้เขียนเล่าไว้หลายตอนในบล็อกของทั้งสองท่าน แถมยังมีโอกาสร่วมงานกับคุณซวง-นพรัตน์ และ คุณหนานเกียรติ ด้วย เป็นโอกาสได้ร่วมเรียนรู้จากคนทำงานจริง

 และ

  • โครงการแกนนำภาวนา โครงการนี้เป็นการสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคุณหมอและพยาบาลสองสามแห่งในจังหวัดโคราช ซึ่งมีการใช้ธรรมะในการปฏิบัติงาน อย่าง ครองตน ครองคน และครองงาน ผู้ทำหน้าที่ในการเป็นคุณอำนวย-Facilitator เพื่อให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นไปอย่างราบรื่นและตรงวัตถุประสงค์ก็คือ คุณมล และ พี่ฉัตร (หรือพี่อ้วน)Fa มือเยี่ยมแห่งกรมอนามัย

 

ผู้เขียนนั้นถูกขอให้เป็นผู้สังเคราะห์ข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อถอดบทเรียน ว่าธรรมะนั้นจะช่วยให้การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ทำงานอย่างมีความสุขขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร เพราะอาชีพทางสายนี้มีความเครียดและความเศร้ากับการสัมผัสชีวิตผู้คนที่เจ็บป่วย และ เสียชีวิต จำประโยคหนึ่งที่ได้ยินจากงานสานจิตรเสวนาว่า “ผู้เยียวยาก็ต้องการการเยียวยาเช่นกัน

 

คุณสมหญิง สายธนู แห่ง แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ เธอเห็นว่าผู้เขียนนั้นศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่บ้างคงจะพอมีความเข้าใจในเรื่องนี้และสามารถทำงานนี้ได้ จึงเอ่ยปากชวน ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจมากและจะมีประโยชน์ยิ่งในการใช้ธรรมะกับงานด้านการแพทย์อย่างเป็นระบบ มีทิศทาง ที่เอื้อให้บุคลากรทุกฝ่ายมองเห็นและสามารถน้อมนำธรรมะสู่การปฏิบัติแห่งตน เป็นต้นทางการพัฒนาการทำงานให้มีความสุข

****

จากงานทั้งสองโครงการนี้ มีทีท่าว่าจะถูกขอให้ไปร่วมทีมทำงานโครงการอีกสองโครงการใหญ่ ยังไม่อยากคิดอะไรมาก แค่นี้คนข้างกายก็ชักจะค้อนๆเอาแล้วว่าทิ้งบ้านบ่อยๆ ไหนว่าชอบอยู่สงบ กลัวผู้เขียนจะไปสนุกกับการโลดแล่นในการทำงานวิชาการที่เคยชอบ

ทุกครั้งที่ไปอยู่ในวงทำงานที่ต้องอยู่ในโรงแรมทั้งวันในห้องแอร์ จะรู้สึกหมดแรง ตามประสาคนที่มาคุ้นเคยกับชีวิตชนบท-ธรรมชาติเสียแล้ว

รู้สึกคิดถึงการเล่าเรื่องต้นไม้ใบหญ้า นกน้อย และเหล่าผีเสื้อ จริงๆเลยค่ะ

ฝากภาพชวนยิ้มให้ชมกันไปพลางนะคะ ทุกภาพในบันทึกนี้เก็บจากการไปทำเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แกนนำภาวนา ครั้งที่ ๑ จัดที่ กระท่อมหินนันทภัค วังน้ำเขียว โคราช ค่ะ