หน้าที่...กับงานที่นอกเหนือหน้าที่...
ดวงอาทิตย์ส่องแสงริบรี่ใกล้จะลับขอบฟ้าเข้าไปทุกที
ซึ่งผู้คนแถวนั้นมองเห็นกันจนชินตาแล้ว ย่ำค่ำแล้วสินะ
ฉันแกมเดิน แกมวิ่ง เพราะฝนตั้งเค้ามืดครื้มไปทั้งสองข้างทาง
สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาบ้างแล้ว หล่นกระทบกับไหล่
บ่งบอกความรู้สึกถึงความเย็นที่ไหลผ่านเสื้อยืดคอกลม
สีน้ำตาลได้ดี ใช่สิ...เดือนนี้ก็ย่างเข้าฤดูฝนแล้ว
ฉันปล่อยความคิดไปเรื่อย ๆ ก้าวที่ 1 ก้าวที่ 2
ก้าวที่..... พลัน !!
ความคิดก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดับลง
น้องนก! น้องนก! ขึ้นรถสิจะไปส่ง ฝนตกแล้วนะ
ฉันหันมองต้นตอของเสียงก็เห็นพี่ดำนั่นเองพี่ที่โรงพยาบาลอีกคนหนึ่งที่น่ารักมาก
ๆ ไม่เป็นไรค่ะ ใกล้จะถึงแล้ว ขอบคุณมาก ปากพูดไป
เท้าก็ย่ำไปด้วยความเร็ว สายตาเหลือบมองสองข้างทางที่เดินผ่าน
ด้วยความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
มองเห็นแผงเหล็กที่กั้นเป็นแนวรั้วสูงประมาณ 1 เมตร สีขาวตัดสีม่วง
ที่บ่งบอกถึงความประณีตและความละเอียดอ่อนของผู้ออกแบบและช่างทาสีเป็นอย่างดี
กั้นรอบ ๆ ตลอดแนวทางที่เดินผ่าน มองแล้วเย็นตา สบายใจพอ ๆ
กับสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ
2
ปีแล้วสินะที่ฉันเดินเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว เพราะทุก ๆ
เย็นฉันจะออกจากบ้านเพื่อมาเที่ยวที่โรงพยาบาลเพื่อเป็นการพักผ่อนสมองไปอีกรูปแบบหนึ่ง
ถึงหน้าโรงพยาบาลพอดี
พลันสายตาเหลือบมองไปที่หน้าหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
วันนี้มีผู้คนจำนวนมากหน้า หลายตา เกิดอะไรขึ้น!
ทำไมผู้คนเยอะกว่าทุกวันที่ผ่านมา เท้าไวกว่าความคิด
น้า ๆ ใครเป็นอะไรค่ะ
ฉันร้องถามผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 40 กว่า ๆ
นั่งร้องไห้ ดวงตาบวมแดงก่ำ ญาติที่อยู่ข้าง ๆ
ตอบแทนว่าลูกชายเขาถูกรถชน (คำพูดห้วน ๆ สำเนียงคนใต้พูดสั้น ๆ
แต่ได้ใจความ) ฉันเข้าไปใกล้ ๆ
พร้อมทั้งเอามือขวาสัมผัสกับมือแม่ของเด็กบอกว่าไม่เป็นไรนะค่ะ
มาถึงโรงพยาบาลแล้ว คุณหมอกำลังช่วยชีวิตน้องอยู่
ฉันเลยถามข้อมูลเพิ่มเติมว่าได้ทำบัตรประจำตัวคนไข้หรือยังค่ะ
ยัง...
นี่คือเสียงตอบของญาติคนเดิม
ขอโทษนะค่ะน้องคนที่ถูกรถชน ชื่ออะไร
ญาติให้ความร่วมมือและได้บอกรายละเอียดเป็นอย่างดี
ฉันก็เดินไปที่ห้องบัตร เพื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำห้องบัตร
ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อยู่เพราะต้องไปเปิดไฟบริเวณรอบ ๆ โรงพยาบาล
ฉันเลยเดินตามหาเพื่อจะให้มาช่วยทำบัตรให้คนไข้ให้เร็วที่สุด
หน้าที่รองของฉันก็สิ้นสุดลงก็จะทำหน้าที่เท่าที่จะช่วยได้
ไปทำหน้าที่หลักดีกว่าบอกกับตัวเอง
พร้อมทั้งเดินมาที่ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพ (หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่าห้อง
HA นั่นเอง) มาดูต้นไม้ที่ปลูกไว้แรก ๆ
ต้นไม้ไม่เจริญเติบโต เท่าที่ควร เริ่มมีสีเหลือง กิ่งก้านไม่สมบูรณ์
ต้องช่วยฟื้นฟูอย่างมาก ทั้งรดน้ำ ใส่ปุ๋ย
บางครั้งก็เช็ดทำความสะอาดใบ และลำต้น เชื่อไหมว่าเวลาไม่ถึง 2
เดือน ตอนนี้ต้นไม้ทุกต้นเขียวชอุ่ม
ด้วยความร้อนอบอ้าวของห้องทำงาน
พอมองไปเห็นสีเขียวของต้นไม้ทีไรสามารถผ่อนคลายอารมณ์ให้เย็นได้ในช่วงเวลาหนึ่ง
ๆ (ห้องทำงานไม่มีแสงสว่างมากนัก
จะปลูกได้เฉพาะไม้ที่อยู่ในร่มเท่านั้น) มันทำให้ฉันไม่อยากกลับบ้านอยากอยู่
อยากดู อยากมอง มองครั้งใดก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ที่ที่ฉันกล่าวถึงก็คือที่ทำงานของฉันเอง
หลังจากชื่นชมกับต้นไม้สักพักใหญ่ ๆ เสร็จแล้วก็เดินดูบริเวณรอบ ๆ
ตึกผู้ป่วยนอกทั้งหมดซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
สังเกตเห็นบริเวณงานผู้ป่วยนอกและทางเดินไปห้องหัวหน้าฝ่ายการเปิดไฟทิ้งไว้
บ่อยครั้งหน่วยงานต่าง ๆ ลืมปิดไฟ พัดลม คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เพราะต่างคนก็คิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง
ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของยามก็เลยเกิดเหตุการณ์นี้บ่อย ๆ
ฉันเห็นเสียจนชินตาไปแล้ว บอกกับใจตนเองว่าไม่มีใครปิด
เราเห็นเราก็ปิดก็แล้วกัน ทำเพื่อโรงพยาบาลของเรา
อย่าคิดมากเดี๋ยวไมเกรนจะมาทำความรู้จักเอา (บอกกับใจตัวเอง
เพราะเริ่มท้อใจกับสภาพที่เป็นเช่นนี้)
แต่ก็ยังไม่ละความพยายามยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ
(บางวันทำงานเหนื่อยพอถึงบ้านแล้วเผลอหลับไป)
ตกใจตื่นขึ้นมา อุ๊ย! วันนี้ยังไม่ได้ไปทำภารกิจเลย บางครั้งนึกได้
2 ทุ่ม
แล้วก็ยังต้องเดินมาโรงพยาบาลมันกลายเป็นหน้าที่หลักไปแล้วก็ว่าได้
มีคนตั้งคำถามว่า ทำ ๆ
ทำไม? ทำแล้วได้อะไร ? เจอคำถามแบบนี้บ่อยครั้ง
ทำเอาอึ้ง ไปเลย...
ได้แต่ยิ้มแบบปลง ๆ (สิ่งที่ได้มันไม่ใช่เป็นรูปธรรม แต่เป็นนามธรรม
เพราะมันคือความสุข
สุขที่ได้ทำอะไรเพื่อทดแทนองค์กรบ้าง บอกได้เลยว่างานนี้ไม่ได้ทำเพื่อหวังผลประโยชน์ที่อยู่ในรูป
สิ่งของ เงินเดือน หรือหน้าตา
แต่วันนี้ฉันได้รู้จักการเป็นผู้ให้กับองค์กรแล้ว
มันเป็นความภาคภูมิใจลึก ๆ นะ
วันนี้เราได้ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ตั้งหลายอย่าง ทั้งได้ช่วยปิดไฟ
ปิดน้ำในห้องน้ำที่ไหลมาตลอดทั้งวัน ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามสิ่งเล็ก ๆ
เหล่านี้หรืออาจละเลยไป ยิ่งคิดทำให้ความคิดฮึกเฮิม ก่อเกิดเป็นพลังใจ
บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า
“อย่าหยุดทำนะ” นี่คือคำสัญญากับตัวเองที่ยังดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทตลอดมา ไม่นานหรอกต้องมีคนเห็นใจ
และเข้าใจบ้าง (ปลอบใจตัวเอง) ซึ่งถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ
ฉันจะร้องไชโย ๆ ๆ ๆ ดัง ๆ แต่คนเขียนแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่าความคิดเล็ก ๆ
เหล่านี้จะช่วยเติมเต็มให้เจ้าหน้าที่ทุกคนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและหันหน้ามาร่วมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเป็นการ
ลดภาวะโลกร้อน เช้ามาก็ช่วยกันปิดไฟดวงที่ไม่ใช้
ช่วงเที่ยงก็ปิดคอมพิวเตอร์ ปิดไฟในห้องช่วงพักเที่ยง
หลังเลิกงานก็ช่วยกันปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น
ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน
เราทุกคนก็ต่างมีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้นเพราะเพียงแค่เราหายใจอยู่เฉย
ๆ ก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแล้ว ยังไม่รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ
มากมายที่เราทำอยู่ทุก ๆ วัน ถึงเวลาที่เราต้องเลิกคิดว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่ธุระของใครคนใดคนหนึ่ง
หันมาร่วมมือกันมาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาโลกร้อนกันเถอะ
ถ้าทุกคนคิดว่าการลดภาวะโลกร้อนนั้นมันทำได้ยาก
หรือคิดว่าท่านคนเดียวช่วยโลกไม่ได้
หรือว่าจะทำตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว ท่านกำลังคิดผิด!!
ทุกอย่างที่เราทำจะส่งผลดีต่อโลก และมันยังมีเวลาอยู่
ถ้าไม่เริ่มที่ตัวเราก่อนก็ไม่รู้จะให้ไปเริ่มจากตรงไหน
แค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของเราทำอยู่ในวันๆหนึ่ง
ก็สามารถช่วยลดภาวะโลกได้อย่างน้อย ๆ
เราก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
สวัสดีค่ะน้องนก
มาชื่นชมคนน่ารักกำลังชักชวนใครๆให้ช่วยลดโลกร้อนน่ะค่ะ
ก็คิดว่าตอนนี้รอบเอวมันเพิ่มแล้วอ่ะ
ขอเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม(ลดรอบเอว)ช่วยลดโลกร้อนกับน้องนกอีกคนหนึ่งนะคะ
สวัสดีครับ
สนับสนุนความคิดครับ
ขอบคุณบันทึกเรื่องราวดีๆครับ
สวัสดีค่ะ
ชุมพรฝนตกมากเลยซินะคะ.... ทางเหนือก็ตกเหมือนกันค่ะ...
จะขอเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ลดโลกร้อนนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณบุษรา
แวะมาเป็นเยี่ยมชมและเป็นกำลังใจให้
ขอบคุณค่ะ^^
สวัสดีค่ะคุณนก วันนี้น้ำชามาแนะนำตัว พร้อมร่วมด้วยช่วยกันลดโรคร้อนค่ะ
ว้าภาษไทยผิดอีกแล้ว "ลดโลกร้อน" ค่ะ
ปลื้มทุกครั้งที่อ่านเรื่องราวของคุณนก เขียนได้ดีมากกกกกกกกกก ขอเป็นแฟนคลับเลยนะคะ
สวัสดีครับคุณ บุษรา
ต้องขอขอบคุณ ที่นำความคิดดีๆ และข้อเขียนที่ดีมาบันทึกไว้ได้แบ่งปัน
เพราะเชื่อมั่นว่ายังมีคนที่ทำแบบนี้อยู่หลายแห่งหลายที่ในองค์กร
เพราะสิ่งที่ทำที่หวังมิใช่การสรรเสริญ
เพราะลดภาวะโลกร้อนต้องลงมือกระทำ และ......
".มีคนตั้งคำถามว่า ทำ ๆ ทำไม? ทำแล้วได้อะไร ? เจอคำถามแบบนี้บ่อยครั้ง ทำเอาอึ้ง ไปเลย... ได้แต่ยิ้มแบบปลง ๆ (สิ่งที่ได้มันไม่ใช่เป็นรูปธรรม แต่เป็นนามธรรม เพราะมันคือความสุข สุขที่ได้ทำอะไรเพื่อทดแทนองค์กรบ้าง บอกได้เลยว่างานนี้ไม่ได้ทำเพื่อหวังผลประโยชน์ที่อยู่ในรูป สิ่งของ เงินเดือน หรือหน้าตา แต่วันนี้ฉันได้รู้จักการเป็นผู้ให้กับองค์กรแล้ว "
เพราะสิ่งนี้คือความสุขที่เป็นที่หลายคนมีอาจพบพานมัน ทั้งที่อยู่ไกล้มือเอื้อม
ด้วยความขอบคุณที่นำมาแบ่งปันครับ
มาอีกที ลืมบอกว่าไปทำหน้าของลูกจ้างประจำมาครับ แล้วจะนำมาบอกกล่าวผ่านบันทึกครับ
ทางสมาคมแต่งตั้งให้เป็น กกบห.ด้วย ครับ งานมาอีกแล้วครับ
สวัสดีค่ะ
- ตามมาชื่นชมด้วยคนจ้า
- คนคุณภาพจริง ๆ เลย
- เขียนเก่งจริง ๆ ค่ะ มองเห็นภาพไปหมด
- อย่างนี้เป็นนักเขียนได้สบายเลย
สวัสดีครับ บุษรา
สังคม สิ่งแวดล้อมและตัวเอง
เรียน สาวน้อยเจ้าคารม
อ่านที่ไรก็ให้ความรู้สึกอยากติดตาม คนในองค์กรหากเขาได้อ่านจะเกิดความตระหนัก
ในการแก้ปัญหาร่วมกัน มีจิตสาธารณะต่อพลโลก ศรัทธาในความคิด ขอให้มีความสุขในการทำความดีต่อไป