เช้าวันนี้ผมกำลังฟังการบรรยายหัวข้อ "การบริหารจัดการองค์การ” ตอน“การจัดองค์กรและระบบงาน” โดยมีอาจารย์ธนิตสรณ์ จิระพรชัย
เป็นวิทยากร
ปัจจุบันอาจารย์ธนิตสรณ์ฯ เป็นอาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ และดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมระบบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ก่อนเข้าสู่บทเรียน วิทยากรแจ้งให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมรับรู้ร่วมกันว่า ไม่จำเป็นต้องจดบันทึกเลยก็ได้ แต่ขอให้ตั้งใจฟังและขบคิดตามไปด้วยก็เป็นพอ ถึงกระนั้นผมก็ไม่วายที่จะบันทึกแบบสดๆ ลงในบล็อก (Blog) ไม่ได้อยู่ดี ด้วยหวังว่า ลูกทีมที่อยู่ที่มหาวิทยาลัยฯ จะได้ฟัง (อ่าน) และคิดไปพร้อมๆ กับผม

อาจารย์ธนิตสรณ์ จิระพรชัย
และนี่คือส่วนหนึ่งของประเด็นที่วิทยากรได้หยิบมาชวนให้ผู้เข้าฝึกอบรมได้ร่วมฟังร่วมคิดและร่วมสนทนา ซึ่งผมได้ถอดความ และตัดแต่งตามสไตล์ของตัวเอง ดังว่า
- ผู้บริหาร คือ ผู้ทำหน้าที่หลอมรวมศักยภาพ หรือความสามารถของคนในองค์กรให้เกิดความเป็นทีมเพื่อการพัฒนางานและพัฒนาองค์กร ซึ่งนั่นก็หมายถึงการพัฒนาคนไปในตัว
- ผู้บริหาร คือ ผู้ทำหน้าที่ในการสร้างแรงจูงใจ (สวัสดิการ,ขวัญกำลังใจ) แก่บุคลากร
- ผู้บริหาร คือ ผู้ที่ทำงานด้วยแนวคิดของการสร้างนวัตกรรมและเชื่อว่าในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้
- ปัญญาชนคือ ผู้ที่นำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาของตัวเองและสังคมอย่างมีจิตสำนึกสาธารณะ
- คุณลักษณะพิเศษของคนไทย คือ น้ำใจ (นิยามนี้ชาวต่างชาติได้นิยามให้กับคนไทยผ่านสื่อสาธารณะต่างๆ)
- หัวใจของมหาวิทยาลัย คือการสร้างคนออกไปรับใช้สังคม
- KM คือ การโสเหล่เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
นอกจากนี้ ก่อนเข้าสู่เนื้อหาหลัก ยังเปิดประเด็นเรื่อง “รากฐานภูมิปัญญา” ให้เราได้ร่วมถกคิดร่วมกัน ดังว่า
-
Data : รับรู้ได้ คือการรับรู้สรรพสิ่งที่เป็นจริง
- เปิดใจสู่การเรียนรู้ -
Information : จดจำได้ คือสุตมยปัญญา
- ฟังมาก
- อ่านมาก
- เห็นมาก
ทั้งหมดนั้น ก็เพื่อนำไปสู่การทำให้ "รู้มาก" -
Knowledge : กำหนดได้ คือ จินตามยปัญญา
- วิเคราะห์ได้
- ใช้ทฤษฎี
- มีประสบการณ์
- ประสานสารสนเทศ -
Wisdom : แก้ปัญหาได้ คือ ภาวนามยปัญญา
- รู้แจ้ง เห็นจริง

ครับนี่เป็นยกต้นๆ ที่ผมได้รับฟังแนวคิดมาจากวิทยากร ลองดูนะครับว่ากัลยาณมิตรทั้งหลาย
ลองพิจารณาดูว่า ...
- การนิยามความหมายคำต่างๆ ข้างต้นนั้นสอดคล้องกับคุณลักษณะของคนในองค์กรของท่านกี่มากน้อย บ้างหรือไม่?
- การถามทักตัวเองว่า ในแต่ละวัน เราได้แสดงความเป็น “คนไทย” ด้วยการมี “น้ำใจ” ได้สักกี่ครั้งและกี่เรื่องบ้างแล้ว?
- การจัดการความรู้ของเราทั้งหลายนั้น ในวิถีแห่งวัฒนธรรมของการ “โสเหล่” นั้น
ได้ก่อเกิดความรู้และนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติสักกี่ยกกันแล้ว?
ครับ บางทีการดำรงเพื่อให้เกิดการงอกงามของชีวิต
ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ "คำถาม" เป็นเครื่องมือนำพาไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเสมอ
บางคำถามก็เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ
แต่บางทีบางคำถามก็ไม่ต้องการคำตอบ...
สำคัญอยู่ที่ว่า เราได้ตั้งคำถามบ้างแล้วหรือยัง เท่านั้นเอง
สำหรับผมแล้ว ขณะนี้ ขอทำหน้าที่ของการสื่อสารเป็นหลักก่อนแล้วกัน ...
โชคดีกันทุกคน นะครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วก็นึกเป็นห่วง KM ของบางหน่วยงานที่พอเปลี่ยนผู้บริหาร การจัดการความรู้สู่การปฏิบัติต้องหยุดชะงัก
น่าเสียดายยิ่งนักค่ะ
ในแต่ละวันเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ บ้าง และนำไปปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน
... มีความสุขกับการเรียนรู้ สู่การแก้ปัญหา ค่ะ คุณแผ่นดินเจ้าของคำศัพท์ "คนแห่งความรัก" ...
มาชวนร่วมรำลึกถึง องค์แม่ฟ้าหลวง ที่รักยิ่งของพวกเรา ทรงเป็นแบบอย่างในการจัดการความรู้หลายหลากแขนง เช่น เรื่องการปลูกป่าแก้จน ปลูกคน เพื่อปลูกป่า..
สวัสดีครับ อ.ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
ตอนนี้กำลังพูดถึงประเด็นผู้นำ..รวมถึงการมีส่วนร่วมของการกำหนดวิสัยทัศน์ ประเด็นที่ถุกหยิบขึ้นมาพูดถึงมากที่สุดก็ดูเหมือนประเด็นศักยภาพของผู้บริหารในการบริหารจัดการกับความเป็นทีม ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรเดียวกัน...
บางที ปัญหาหนึ่งก็คือ ในบางองค์กรไม่มี หรือไม่กล้ากำหนดวัฒนธรรมองค์กรนี่แหละครับที่ทำให้เราเหมือนขาดหลักยึดในทางวัฒนธรรมของการอยู่ร่วม
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อาจารย์ อ้อม ฐิติรัตน์ สุวรรณสม
ขอบคุณที่แวะมาแลกเปลี่ยน นะครับ
การเปลี่ยนผู้บริหารแล้วกระบวนการ KM ชะงัก หรือแม้แต่ยุติลงนั้น เป็นสิ่งน่าเสียดายมากครับ แต่สำหรับผมนั้น เคยอยู่ในภาวะเช่นนั้นมาก็บ่อย ถึงแม้ระบบใหญ่จะอ่อนล้าไปบ้าง แต่เราก็ไม่หยุดนิ่งที่จะเดินต่อในมุมของเรา และหันกลับมาทำในส่วนย่อยในสังกัดให้เต็มที่และดีที่สุด แล้วผลของมันก็จะสะท้อนถึงภาพรวมได้ในที่สุด ..
นั่นคือ วิธีการที่ผมเลือกใช้ นะครับ
สวัสดีครับ คุณปูpoo
สวัสดีครับ พี่นงนาท สนธิสุวรรณ
ขอบพระคุณที่นำภาพต้นแบบของชีวิตมาฝากถึงบล็อกนะครับ..
ชวนคิดถึงเรื่องราวของแพทย์ชนบท หรือแม้แต่การพัฒนากลุ่มคนบนดอยต่างๆ...ไม่ได้
สิ่งเหล่านี้เป็นยิ่งกว่านวัตกรรมใดๆ...
และหากจะเป็นนวัตกรรม ก็ถือเป็นนวัตกรรมที่เต็มไปด้วยชีวิตและลมหายใจอย่างมหัศจรรย์
...
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
*** การกำหนดวัฒนธรรมองค์กรขึ้นใหม่ ... ศักยภาพของผู้บริหาร...เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน
*** แต่ทุกวันนี้ ดิฉันขอคิดตามอาจารย์ว่า "เราก็ไม่หยุดนิ่งที่จะเดินต่อในมุมของเรา " เคยมีคนพูดว่าตรงนี้ไม่ใช่ผลงานทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ แต่ดิฉันมองว่าเป็นเชิงประจักษ์ที่เห็นชัด โดยไม่ต้องทำวิจัย
*** ...สุดแท้แต่ใครจะใช้มาตรฐานในการประเมิน...ตัวชี้วัดอยู่ที่ปริมาณผู้รับสาร สถิติจากบันทึกประเมินได้ไหมคะอาจารย์
สวัสดีครับ พี่ครูคิม
บางทีก็อดคิดเองไม่ได้โดยการแปลงสำนวนว่า "ผู้บริหารดี..มีชัยไปกว่าครึ่ง"...ใช่ไหมครับ
สำหรับผมแล้ว ผมชอบผู้บริหารที่ปกครองคนเป็น..เพราะเมื่อปกครองคนได้นิ่ง องค์กรก็นิ่ง..เมื่อองค์กรนิ่ง ก็นำสู่กระบวนการของการพัฒนาคนและองค์กร ซึ่งหมายถึงมีความเป็นทีมและเป้าหมายเดียวกัน
แต่ความเป็นจริงก็ไม่สวยงามเหมือนที่วาดหวัง แต่สำคัญก็คือ เราต้องไม่หยุดที่จะทำงาน เพราะงานจะเป็นกำแพงอันทรงพลังในการปกป้องเราและปกป้องลูกศิษย์ของเรา ทั้งวันนี้ และวันหน้า..นะครับ
...
ผมเป็นกำลังใจให้
สวัสดีครับ อ.กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
ผมมักจะมีคำถามกับตัวเองเสมอว่า ที่ใคร ๆ ในหน่วยงานผมต่างก็พูดถึง KM กันทั้งนั้น และบอกว่ารู้จัก KM กันดี แต่พอเอาเข้าจริง เรารู้ดีกันจริงหรือเปล่า และเรากำลังอยู่ ณ จุดใหนที่เรียกว่า KM แต่วัฒนธรรมของคนไทยเรื่องของการมีนำใจ ทำให้ผมไม่กล้าที่จะ ถามเขาตรง ๆ ว่า รู้ดีและปฏิบัติได้จริงแท้แค่ไหนกัน เพราะผมก็เป็นคน คนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้นในสังคมที่ผมอยู่นี้ ...
ขอบคุณ คุณแผ่นดิน สำหรับความรู้ที่แบ่งปันนะครับ
แวะมาเรียนรู้ ประสบการณ์ดี ๆ ทางอ้อมค่ะ
ทุกวันนี้มีคนที่อยากเป็นผู้บริหาร ทั้ง ๆ ที่บริหารงานไม่เป็น
ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย แล้วก็สร้างปัญหาให้กับองค์กรมมากมาย
พวกเราโชคดีที่มีกัลยาณมิตรที่ได้นำเอาความรู้จากประสบการณ์ตัวเองบ้างผู้อื่นบ้างมาแบ่งปันกันเหมือนพี่แผ่นดินในขณะนี้ ซึ่งเปรียบเหมือนหนึ่งในสายธารแห่งปัญญาที่ไหลลงสู่มหาสมุทรแห่งปัญญาที่ชื่อว่า Gotoknow เราได้เก็บเกี่ยวองค์ความรู้ต่างๆมากมายผ่านเว็ปนี้ หลายคนอาจมีคำถามไว้เพื่อแก้ปัญหาหรือตอบคำถามนั้น ถ้าเราใช้คำถามเพื่อสร้างความหวังแล้วกำหนดทิศทางการพัฒนาก็เป็นเรื่องที่ท้าทายเหมือนกันนะครับ
สวัสดีคะ อาจารย์
ต้องขอบคุณนิสัยรักการันทึกของอาจารย์ที่ทำให้หลายๆ คนได้เรียนรู้ร่วมกันไปด้วยค่ะ
พอลล่า เหนื่อยจังค่ะ แต่ ก็ยังสู้ไหว ค่ะ อิอิ
สวัสดีค่ะ
ปัญญาชน คือ ผู้ที่นำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาของตัวเองและสังคมอย่างมีจิตสำนึกสาธารณะ
.......
ชอบครับ
มาคารวะปัญญาชน อย่างพี่พนัสด้วยครับ