อะไรจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ถ้าราคาน้ำมันยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแบบนี้
"ราคาน้ำมันในตลาดโลกวันนี้พุ่งขึ้นสูงกว่า 79 เหรียญต่อบาเรลแล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ถ้าราคาน้ำมันยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแบบนี้"
จีระ หงส์ลดารมภ์
เคยมีคำถามแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ
ทราบจากวิจัยของ ดร.เดมมิ่งว่าการบริหารที่ไม่มี"ระบบ"รองรับนั้นเสี่ยงบกพร่อง 85%
โดยดูจาก Deming 85/15 rule ใน google
จากประสบการณ์เห็นว่า มากกว่า 95% ของการบริหาร HR ภาครัฐไม่มีระบบรองรับ
มีหลักฐานเห็นได้ชัดเจนคือ ความล้มเหลวของการปฏิรูปการเมืองซ้ำซาก
อยากถามว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร จึงให้การบริหาร HR ภาครัฐมีระบบ
ตอบ คน HR
ผมเองก็ได้พยายามทำงานเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้าง Benchmark ของการบริหาร HR ในระบบราชการมาโดยตลอด แต่เรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลงในการบริหารระบบ HR ของภาครัฐจำเป็นต้องใช้เวลา และการผนึกกำลังกันของหลาย ๆ ฝ่าย ด้วยกำลังเล็ก ๆ ของผมก็ทำได้บางส่วนเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการผลักดันในระดับผู้นำ และต้องเป็นผู้นำในทุก ๆ ระดับขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันแบบมียุทธศาสตร์จึงจะเกิดความสำเร็จได้
หากท่านหรือชาว Blog มีแนวคิดดี ๆ ที่จะช่วยได้ก็ขอให้นำมา Share กันที่นี่ก็คงจะเป็นประโยชน์มาก และขอขอบคุณครับสำหรับคำถามดี ๆ แบบนี้ ที่หลาย ๆ ฝ่ายคงจะต้องช่วยกันหาคำตอบ
จีระ หงส์ลดารมภ์
สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์จีระ
ถ้าราคาน้ำมันโลกยังพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ขอบอกได้เลยว่าชาวประมงจะได้รับความเดือดร้อนมากเพราะจะทำให้ต้นทุนในธุรกิจสูงมากขึ้น รายได้ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการจ่ายค่าน้ำมันทำให้ได้กำไรน้อยหรือบางรายขาดทุนเลยก็มี ทำให้บางรายต้องหลุดจากวงจรธุรกิจประมงไปเลยเหมือนเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วที่ชาวประมงต้องหยุดกิจการไป บางรายหยุดการจับสัตว์น้ำเพื่อรอดูท่าทีไปก่อน บางรายหยุดการจับสัตว์น้ำไม่ได้ต้องทนประกอบการต่อไปเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในการใช้หนี้สินทุกเดือน หรือบางรายต้องดิ้นรนขายเรือเพราะไม่สามารถรับภาระการขาดทุนต่อไปได้ถึงแม้ว่าจะต้องขายเรือในราคาที่ถูกก็ตาม เมื่อน้ำมันแพงทำให้มีผลกระทบอีกอย่างหนึ่งคือ
ราคาสินค้าจะขยับ...ลง... ที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ซื้อปลาบอกว่าต้นทุนของเขาก็สูงขึ้นเหมือนกัน(เวลาซื้อ บอกว่าต้นทุนเขาสูงต้องซื้อราคาลดลงแต่เวลานำไปขายให้กับผู้บริโภค ขายในราคาแพงเพราะตอนนี้ของแพง) อาจารย์ว่าอย่างนี้ใครที่ได้รับกรรมมากกว่ากันคะ
เห็นด้วยกับดร.จีระ ที่ท่านว่าต้องผลักดันระดับผู้นำเพื่อสร้างระบบให้ HR. เพื่อความสำเร็จของการปฏิรูปการเมือง
โดยเฉพาะผู้นำสูงสุด (Top Management)คือนายกรัฐมนตรี
แต่นายกรัฐมนตรีก็ต้องฟัง ก.พ.ร. ซึ่ง ก.พ.ร.ละเว้นไม่สนใจเรื่อง"ระบบ"ตามรัฐธรรมนูญมาเกือบ 10 ปี
ความหวังจึงอยู่ที่รัฐบาลใหม่ ซึ่งใน Deming 85/15 rule แนะนำดังนี้
1. ก่อนการจ้าง หมายถึงก่อนเลือกตั้งต้องดูว่าหัวหน้าพรรคการเมืองมีความรู้เรื่อง"ระบบ"(Management system)หรือไม่
หรือก่อนแต่งตั้งเลขาธิการ ก.พ.ร.คนใหม่ต้องให้มีคุณสมบัติความรู้เรื่องการบริหารคุณภาพ Quality Management ด้วย
2. ก่อนให้ทำงานต้องฝึกอบรมเรื่อง"ระบบ"(HR.Quality system)
3. ให้มี Retrain on the job.
ก.พ.ร.จะได้หลุดพ้นข้อครหาว่าใช้งบประมาณปฏิรูปการเมืองมากกว่า 5 แสนล้านบาทเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
ขอแสดงความเห็นเพิ่มเติม
ที่ใช้นามแฝงว่า"คน HR"เพราะเคยทำงานสายอาชีพนี้มานานตั้งแต่ยังไม่มีคำว่า HR. ...สมัยก่อนเรียกว่า Personnel Management ต่อมาวิวัฒนาการเป็น HR แต่บางองค์กรเรียก HC.(Human Capital) ปัจจุบันเรียก Workforce(Baldrige Criteria) จึงรู้ตื้นลึกหนาบางในวงการนี้เป็นอย่างดี และรู้สึกเป็นห่วงอย่างยิ่งที่ผู้บริหาร HR ระดับมีชื่อเสียงสูงสุดของประเทศไทยทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กว่า 80% ไม่รู้ว่าการบริหารของโลกเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน..ในประเด็นไหน...และอะไรคือต้นเหตุที่โลกเปลี่ยนแปลงการบริหาร หลักฐานคือความล้มเหลวของการปฏิรูประบบราชการหรือปฏิรูปการเมืองที่ชี้ให้เห็นว่า นักบริหาร HR ภาครัฐไม่รู้สาเหตุที่โลกเปลี่ยนแปลงการบริหาร
สำหรับภาคเอกชนก็ยังจำเจย่ำอยู่กับการบริหาร HR สมัยโยราณที่ตกยุคไปแล้ว(Traditional HR Management) วิทยากร HR.ชื่อดังมากท่านหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพนี้มากว่า 20 ปี บอกว่า TQM.(Total Quality Management) มาจากญี่ปุ่น...ชี้ให้เห็นว่า นอกจากไม่รู้"สาเหตุ"การเปลี่ยนแปลงการบริหารของโลก (100%) แล้ว...ยังไม่รู้ว่าโลกเขาเปลี่ยนใน"ประเด็น"ไหนด้วย ยืนยันความเป็นนัก HR ตกยุคตกรุ่น..ไม่ใช่นัก HR ไฮบริจด์แน่นอน
1. สาเหตุการเปลี่ยนแปลงการบริหารของโลก: เกิดจากการวิจัยของ ดร.เดมมิ่ง (Deming,"Out of the Crisis.")เมื่อต้นทศวรรษ 1970s พบว่า...คนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ไม่เปิน 15%... อีก 85% เป็นอย่างน้อยขึ้นอยู่ที่"ระบบ"(ดู Deming 85/15 rule ใน google) ดังนั้น"ประเด็น"ของการเปลี่ยนแปลงของโลกจึงอยู่ที่"ระบบ" เนื่องจากระบบต้องมีการบริหาร(Deming)..ประเด็นที่โลกเปลี่ยน คือ"การบริหารระบบ"(Management system) หรือจะเรียกว่า"การบริหารคุณภาพ" Quality Management ก็ได้...เพราะ"ระบบ"คือหลักประกัน"คุณภาพ"ตามมาตรฐานสากล (Quality Assurance)
การบริหารคุณภาพ(Quality Management) กับ การบริหารคุณภาพ TQM.(Total Quality Management)มีต้นกำเนิดที่สหรัฐเมื่อทศวรรษ 1920s(Dr.Walter Shewhart) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพสหรัฐที่ดูแลญี่ปุ่นได้นำ ดร.เด็มมิ่งไปสอน TQM ให้เจ้าของบริษัทอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ปี 1950...ทั้ง QM. และ TQM.เป็น"การบริหารคุณภาพ"เหมือนกัน เพราะทั้งสองมีเป้าหมายที่ความพึงพอใจของลูกค้า(Customer Satisfaction)เหมือนกัน
การใช้ TQM ภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นมีผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขั้นของชาติแข่งแกร่งถึงขนาดสามารตีตลาดสหรัฐได้ระหว่างทศวรรษ 1970s-1980s
ปลายทศวรรษ 1980s...รัฐบาลสหรัฐออกกฏหมาย Public Law 100-107,1987(ดู google) จูงใจให้ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐปฏิรูปการบริหารเข้าสู่การบริหาร TQM.(Total Quality Management) โดยให้รางวัลภาคเอกชนที่มี"ระบบ"บริหาร TQM ดีเด่นทุกปีเรียกว่า"รางวัลคุณภาพแห่งชาติบอลริจ" MBNQA (Malcolm Baldrige National Quality Award) สำหรับภาครัฐบาลใช้เกณฑ์ 7 ข้อเหมือนภาคเอกชน แต่รางวัลมีชื่อว่า Presidential Award. อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ทั้ง 7 ข้อของ MBNQA ที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นเกณฑ์ TQM ที่ดีที่สุดนั้น ก.พ.ร.นำมาทดลองใช้กับราชการไทย(PMQA)ในรูปลองผิดลองถูก(Trial and Errors) ที่ว่าลองผิดลองถูกเพราะ ก.พ.ร.ยังสับสนกับความรู้พื้นฐาน TQM เช่น แปลหัวใจของ TQM คือ "ระบบที่ดี"(Good Governance)ว่า"การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี" เป็นต้น
หัวใจของการบริหารคุณภาพ(The heart of TQM)อยู่ที่"ระบบ"...ระบบคำนี้หมายถึง Set of management practices หรือระบบชุดวิธีปฏิบัติ...ระบบคำนี้ ฝร้งใช้คำต่างๆมากมายจนทำให้นักบริหาร HR และนักบริหารอื่นๆพากันสับสนจนถอดใจไม่สนใจใฝ่รู้เรื่องการบริหารระบบสมัยใหม่ของโลก
2. "ระบบ" มีชื่อเรียกต่างๆกันมากมายแต่ละวงการ เช่น ภาคการเกษตรเรียก GAP.(Good Agricultural Practices) วงการอุตสาหกรรมเรียกว่า GMP.(Good Manufacturing Practices) วงการแพทย์เรียกว่า GCP.(Good Clinical Practices) วงการธนาคารนานาชาติ เช่น IMF. เรียก"ระบบที่ดี"นี้ว่า Good Governance อันเป็นเงื่อนไขที่ IMF ทำ LOI หนังสือแสดงเจตจำนงกับรัฐบาลไทยเมื่อสิงหาคม 2540 และบรรดานักปราชญ์ไทยพากันแปลคำว่า Good Governance หลายความหมายตามความรู้สึกของแต่ละคน โดยสำนักนายกรัฐมนตรีแปลว่า"การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี" ต่อมา ก.พ.ร. ใช้คำนี้ตามสำนักนายกรัฐมนตรีจนสร้างความสับสนและสร้างความล้มเหลวให้การปฏิรูประบบราชการอยู่หลานปี ระบบนี้มาตรฐานสากล ISO เรียกว่า Quality system
ความรู้เรื่องการบริหารระบบหรือการบริหารคุณภาพ Quality Management ดังกล่าวข้างต้นเปรียบเสมือนพรวิเศษช่วยแปลงร่างนักบริหาร HRจากความเป็นเต่าล้านปี..ให้กลับกลายร่างเป็นคนได้
นักบริหาร HR ของไทยทั้งภาครัฐและภาคเอกชน..จะใจแข็งไม่ยอมรับพรวิเศษนั้นเชียวหรือ ??!! ขอกระซิบว่า..นั่นคือความสำเร็จของการปฏิรูประบบราชการทุกกระทรวง..โดยเฉพาะอย่างยิ่ง"การปฏิรูปการศึกษา"ที่รับรองได้ว่า เมื่อเดินทางนี้แล้วไม่จำเป็นต้องปฏิรูปการศึกษารอบทศวรรษที่ 3 แน่นอน และการบริหารระบบดังกล่าวคือความสำเร็จของการปฏิรูปการเมืองที่แท้จริง สำหรับภาคเอกชน TQM คือเครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ช่วยปรับปรุงคุณภาพสินค้าและบริหารและลดค่าใช้จ่ายมหาศาล
ครับผม