
การป้องกันโรคอ้วนนั้น ในทางพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าได้หาทางแก้ไขไว้เรียบร้อยมานานกว่า 2500 ปีแล้ว คือการสอนให้พิจารณาอาหารก่อนรับประทาน ต้องมีสติ ต้องรู้เท่าทันกิเลศ การเจริญสติในพระพุทธศาสนาก็เพื่อให้เกิดปัญญา เกิดพุทธะภายในใจ ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของชีวิตอย่างถูกต้อง การพิจารณาอาหารเป็นการเจริญสติรับรู้กับอิริยาบถในขณะรับประทานอาหาร รับประทานอาหารเพียงเพื่อให้มีพลังงานสำหรับปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และการรับประทานอาหารหนักมื้อเพล(มื้อเที่ยง) รับประทานน้อยในมื้อเย็น ช่วยให้ไม่มีพลังงานเหลือขณะพักผ่อนในเวลากลางคืน ในขณะขบเคี้ยวก็ต้องกำหนดรู้ชนิดอาหารจึงรับประทานช้าลง ช่วยให้ระดับน้ำตาลไม่พุ่งสูงเร็ว การหลั่งอินซูลินจะช้าทำให้ไม่หิวบ่อย การมีสติจะทำให้เกิดความยับยั้งที่จะรับประทานตามความอยาก เกิดปัญญาหยั่งทราบว่าถ้าทำตามความอยากก็จะเกิดปัญหาสุขภาพคือแก่เร็ว เจ็บป่วยตามมา
บทสวดพิจารณาอาหาร (แปล)
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาทัง ปะฏิเสวามิ เรายอมพิจารณาโดยแยบคาย แล้วฉันบิณฑบาต
เนวะ ทวายะ ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน
นะ มะทายะ ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเมามัน เกิดกำลังพลังทางกาย
นะ มัณฑะนายะ ไม่ให้เป็นไปเพื่อประดับ
นะ วิภูสะนายะ ไม่ให้เป็นไปเพื่อตกแต่ง
ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา แต่ให้เป็นเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้
ยาปะนายะ เพื่อความเป็นไปได้ของอัตภาพ
วิหิงสุปะระติยา เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย
พรัหมะจะริยานุคคะหายะ เพื่ออนุเคราะห์แห่งการประพฤติพรหมจรรย์
อิติ ปุรานัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ ด้วยการทำอย่างนี้ เราย่อมระงับเสียได้ซึ่งทุกขเวทนาเก่า คือความหิว
นะวัญจะเวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ และไม่ทำทุกเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น
ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ อนึ่ง ความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตภาพนี้ด้วยความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย และความเป็นอยู่โดยผาสุกด้วยจักมีแก่เรา ดังนี้
โดยสรุปการรับประทานแบบพุทธะ คือ มีสติกับการรับประทานอาหาร ดังนี้
ไม่เพลิดเพลิน สนุกสนานกับการรับประทานอาหาร ไม่คำนึงว่าอาหารจะทำให้สวยงามหรือเกิดกำลังกายแข็งแรง
แต่รับประทานเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ได้อย่างสะดวก สบาย และเพียงเพื่อระงับเวทนา คือความหิว และไม่สร้างเวทนาอื่นขึ้นมาเพิ่ม เช่น อาการแน่นอึดอัดหรือสะสมเป็นไขมัน คือเกิดโรคอ้วนตามมา
จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า การเจริญสติ ทำให้การทำงานของสมองด้านขวาเด่นชัดขึ้น ซึ่งอาจมีผลทำให้ระบบการควบคุมในสมองกลับสภาพปกติ ดังนั้นการฝึกสติโดยสวดบทพิจารณาอาหารอย่างเข้าใจความหมายก่อนรับประทานอาหารจะมีอานิสงค์จะช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันโรคอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ
************************************************************************************
ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today, Updated: 29/09/2009
ขอยคุณมากค่ะ พี่ครูแป๋ม.... พอลล่าได้มากกว่าการลดน้ำหนักอีกนะคะ
สวัสดี ครับ ครูแป๋ม
สมัยตอนบวชเณร...ได้พิจารณาอาหารก่อนฉันท์ เสมอ
อาหารที่ฉันท์ จะถูกคลุกเคล้าก่อนฉันท์ จึงทำให้ไม่ติดยึดในอาหาร และรสชาด
....
มีทุกข้อ..ที่ครูแป๋มใส่ไว้ในบันทึก
ปัจจุบัน
การกินอาหาร..สำหรับตัวเอง จึงกินง่าย...ส่วนใหญ่อะไรก็ได้
ที่เลือก คือ ไม่กินเนื้อวัว อย่างเดียว
....
บันทึกนี้ ทำให้คิดถึงเพศบรรพซิต อีก ครั้ง
กินเพื่อความเป็นไปได้ของอัตภาพ
ขอบพระคุณ บันทึก ดี ดี ครับ
(อาจจะไม่มีเวลาใช้บริการ internet มากเหมือนเมื่อก่อน
แต่เมื่อมีโอกาส ก็จะมาทักทายกัน เสมอ ๆ )
ดีจังเลยค่ะ วันหลังมาเล่าสู่กันฟังนะคะ คุณพอลล่า
สวัสดีค่ะ คุณแสงแห่งความดี
ด้วยความระลึกถึงค่ะ
ขอบคุณน้องแป๋มที่แนะนำ การบริโภคอาหาร ได้ทั้งการลดความอ้วน พร้อมได้ธรรมะคะ
รับประทานอาหารเพื่อให้เกิดพลังงาน คงจะลักษณะกินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน ประเด็นนี้ หนักมื่อเที่ยง เอาไว้ทำงาน เบาๆตอนเย็น และทุกอย่างที่ปฏิบัติต้องมีสติ
ขอบคุณคะ ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมพี่สุในบล็อคบทความ อยากคบเพื่อน หลากหลาย เป็นคนอีสาน เหมือนกัน อีสานตอนบน พี่สุเขียนนิสัยคนอีสานไว้ด้วยคะ
มอบหัวใจจากบล็อค บทความนี้มาให้ ด้วยหัวใจที่แข้งแกร่งแรงฤทธิ์ สู้ สู้ คะคนดี
พี่สุจ๋า...
คิดถึงนะคะพี่สุ...พี่สาวแสนดีของแป๋ม
สวัสดีค่ะ คุณบุษรา
โอ๊ะโอ...
ไม่น่าเชื่อนะคะว่า สามารถนำมาเกี่ยวข้องกันได้
เป็นประโยชน์มากๆคะ จะเก็บไว้นำไปปฏิบัตินะคะ
ฮุฮุ..จะได้ผอมสักกะที+มีสุขภาพที่ดีด้วยคะ
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาทัง ปะฏิเสวามิ บทนี้เคยสวดตอนบวชชีพราห์ม ไม่อยากผอม อยากอ้วนค่ะ ขอซักห้ากิโล ...
คุณครูก็เหมือนกันนะคะ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และที่สำคัญ "ต้องนอนหลับให้เพียงพอคะ" ออกกำลังกายบ้าง ถึงจะครบสูตร