
สวัสดีคะ คุณครู ช่วงนี้ขอโทษด้วยนะคะที่หายไป เพราะกำลังเตรียมตัวเรื่องการสอบอยู่ หลังสอบGAT PAT ผ่านไปก็สบายใจไปส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็คงจะเป็นการสอบโควตา เหนื่อยคะ เครียดด้วย เมื่อเช้ามีโอกาสได้ใส่บาตรหนูนึกถึงคุณครูแป๋มกับคุณครูเป็นหนึ่งด้วยนะคะ คุณครูจะได้ได้บุญด้วยกัน คุณครูเป็นไงบ้างคะ หนูรู้ว่าถึงจะปิดเทอมคุณครูก็ยังไม่ได้พัก ยังไงคุณครูก็ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
วันก่อนได้อ่านข้อคิดดีๆจากการบรรยายธรรมะโดยท่าน ว.วชิรเมธี มาให้พร 4 ข้อคะ
1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่าหลงตัวเองเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อพกพร่องของตนเอง “กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก” คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส “จิตประภัสสร” ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี “แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข”
2.อย่ามัวแต่คิดริษยา
“แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน” คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า “เจ้ากรรมนายเวร” ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอนความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น “ไฟสุมขอน (ไฟเย็น)” เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี “แผ่เมตตา”
3.อย่าเสียเวลากับความหลัง
90 เปอร์เซ็นต์ ของคนที่ทุกข์เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ “ปล่อยไม่ลงปลงไม่เป็น” มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออกเหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมกับแบกเครื่องเคราต่างๆไว้ที่หลัง ขึ้นไปด้วยความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ “อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน” อยู่กับปัจจุบันให้เป็น ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือ “มีสติ” กำกับตลอดเวลา
4.อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
“ตัณหา” ที่มีปัญหา คือความโลภความอยากเกินความพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มเชื้อ ธรรมชาติของตัณหาคือ “ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม” ทุกอย่างต้องดูที่คุณค่าที่แท้ ไม่ใช่คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้จริงของนาฬิกา คืออะไร คือไว้ดูเวลา ไม่ใช่ใส่เพื่อความโก้หรู คุณค่าที่แท้จริงของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าของโทรศัพท์ เราต้องถามตัวเองว่า “เกิดมาทำไม” “คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ที่ตรงไหน” ตามหา”แก่น”ของชีวิตให้เจอ คำว่า “พอดี” คือ ถ้า “พอ” แล้วจะ “ดี” รู้จัก “พอ” แล้วชีวิตจะมีความสุข
หนูเห็นว่าให้ข้อคิดได้ดีมากจริงๆคะ เลยลองมาให้คุณครูอ่านกัน
ปล.รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
********************************************************************
Fw.mail...จาก น.ส.จินตนา โนนทะเสน ม.6/6 โรงเรียนสุรธรรมพิทักษ์
สวัสดีค่ะ... เป็นข้อคิดที่ดีมาก ๆ ค่ะ..."อย่าเป็นนักจับผิด"...แต่ถ้าเห็นว่าเขาทำผิด แล้วตักเตือน เพื่อก่อเกิดประโยชน์คงไม่เป็นไรใช่ไหมค่ะ...แต่ไม่ได้จับผิดเขาไปทุกเรื่อง...ขอบพระคุณสำหรับบทความดี ๆ ค่ะ
มารับข้อคิดดีๆ โดนดุหลายหนก็เรื่อง
คอยไปอยากรู้เรื่องที่ไม่สมควรรู้..เหมือนจ้องจับผิด
น้องแป๋ม...
ตอนนี้พี่เองก็คร่ำเคร่งอยู่กับหลักสูตรฝึกอบรม รอบแรกจะแล้วเสร็จก็วันที่ 9 พ.ย.52
...
เราสามารถแก้ไขอดีตของเราได้
ด้วยวิธีการทำวันนี้ ให้ดีที่สุด
....
ขอบคุณครับ
คิดถึงอยู่นะคะ มีความสุขนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณVij
การเตือนด้วยความหวังดี เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ
แต่การจับผิด ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่สิคะ น่ารังเกียจ
....................................
แบบนี้เจอบ่อยด้วยสิคะ น่าสงสารผู้ที่เป็นเหยื่อ โดยมากเป็นการเมืองในองค์กรค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ครูป.1
กรณีของพี่ น่าจะเป็นภาวะจำยอมกระมังคะ
ถ้าจิตใจต้องการที่จะช่วยเขา ก็น่าจะถือเป็นสิ่งที่ดีมากกว่าค่ะ
..................
ปิดเทอมแล้วใช่ไหมคะ...ไปเที่ยวไหนเอ่ย....
สวัสดีค่ะ คุณบุษรา
การอยู่ใกล้ธรรมะ ทำให้จิตใจของเราอ่อนโยนลงได้
โดยเฉพาะธรรมะจากผู้ทรงศีล
..............
ขอให้มีความสุขในการทำงานเช่นกันค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่พนัส
ความมุ่งมั่นกับงานในหน้าที่ กอรปกับความตั้งใจที่จะปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วงก็หนักมากพออยู่แล้ว
พี่ยังอุตส่าห์แวะมาให้แง่คิดดีๆ สั้นแต่แยบคายให้กับบันทึกของน้อง เป็นปลื้มค่ะ
.....................
ขอบพระคุณและขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจให้พี่ชาย ผู้เป็นตัวแบบในการทำงานของแป๋มค่ะ.
สวัสดีค่ะ คุณkrupom
ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยม
คิดถึงเช่นกันนะคะ พักนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ
ขอให้ดูแลสุขภาพเช่นกันค่ะ