ยามเช้าวันนี้ที่เมืองหาดใหญ่อากาศสบาย ๆ สดใสไปตามประสาธรรมชาติอันกว้างไกลมองไปทางไหนไร้ทิศทาง คนเราต้องกำหนดเส้งทางแห่งชีวิตเอาเอง ความไม่รู้ของคนเรานี้เป็นตัวเร่งฉุดกระชากลากถูให้วิถีชีวิตดำดิ่งตกลงไปต่ำสุดก็ก้นเหวลึกแห่งความเลวทรามแล้ว
คนเราถ้าไม่พัฒนาศีลสมาธิปัญญาให้บังเกิดมีอยู่ในจิตใจตนเองแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประเภทอื่นที่ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในโลกใบนี้คือหิวก็หากินง่วงก็หาที่นอน
โกรธก็ใช้กำลังกัดกันฆ่ากัน มีอารมณ์รักก็หาทางเสพกามกันแบบสัตว์ทั่วไป เมื่อเช้าฟังธรรมย่อหลังข่าวทางวิทยุเกี่ยวกับเรื่องบุญ ขณะขับรถไปที่ทำงานในเมืองสงขลาแล้วผมนำมาคิดต่อว่าบุญคืออะไร
ไม่เปิดคัมภีร์ดูละเพราะไม่ติดยึดในคัมภีร์ พระคุณเจ้ารูปที่แสดงธรรมนั้นบอกว่าบุญคือความสำเร็จ
ผมว่าจริงรึคนฆ่าคนตายสำเร็จ คนลักทรัพย์คนอื่นได้สำเร็จ คนดักจับผู้หญิงไปข่มขืนได้สำเร็จ คนโกหกจนได้ดีมีสำเร็จคนเสพสิ่งเสพติดมึนเมาแต่ประสพความสำเร็จคนแทงหวยหลบตาตำรวจได้สำเร็จถูกหวยด้วยช่วยเข้าใจว่าเป็นบุญอย่างนั้นรึ
ผมว่าบุญหรือเรามีบุญเราได้บุญนี้คือความดี ( เป็นนามธรรม ) ทำอะไรแล้วเราได้ดีเรารู้สึกดีจิตใจเราสัมผัสได้ว่านี่ละดีเกี่ยวข้องกับสิ่งดี ๆ ทั้งนั้นแล้วมองเห็นด้วยปัญญาว่านี่ละดี นี้ละคือบุญนั้นแล.
ผมสงสัยถึงเหตุผลที่พระบอกว่า "บุญ คือ ความสำเร็จ" ท่านต้องการสื่ออะไรครับ
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายค่ะ
บุญคือความสำเร็จในที่นี้คงหมายถึง
สำเร็จในความดี ตั้งใจทำดี ทำด้วยใจ
ทำแล้วไม่เดือดร้อน
ทั้งตนเองและผู้อื่น
สวัสดีครับ คุณsmall man
นั่นละสิที่ผมสงสัยเลยคิดเขียนขึ้นมาอย่างนี้ละ ผมอาจจะผิดก็ได้นะ...อิ อิ อิ
เพราะพระคุณเจ้าท่านเหมาเอาว่าความสำเร็จนั่นนะสื่อถึงคำว่า..บุญ... และมาสรุปสั้น ๆ ว่า..บุญคือความสำเร็จ...
สวัสดีครับ คุณตุ๊กตา
ก็ยังพอฟังขึ้นว่าบุญคือความดีนะครับ...อิ อิ อิ
ความสำเร็จคงไม่ใช่เป็นบุญเสมอไปมังคะ
เพราะงานที่ทำอาจไม่ใช่งานที่ดี ที่ได้บุญก็ได้ เช่นเราโกรธใคร แล้วแกล้งให้เค้าเสียหาย พอเค้าประสบเหตุร้ายจริง ผลงานนั้นก็เป็นความสำเร็จของเรา
เพราะความสำเร็จ จึงมีผลให้เกิดปิติ
แต่จากปิติ ผลที่ตามมาเป็นสัญญา สัญญเจตนา สังขารต่อจนเป็นอุปาทาน แล้วก็เข้าสู่วงจนปฏิจจสมุปบาท
อย่างนี้จะเรียกว่าบุญหรือคะ ทำแล้วเกิดวงจรทุกข์อย่างนี้น่ะ
การฝึกอานาปนสติยังให้ฝึกละเวทนาที่จับจิตคนมากที่สุด ก็คือปิติ และสุขนี้
หลงไปในเวทนานี้ก็ไม่อาจพบความสงบที่แท้จริงได้
สงสัยจัง
ทำไมจึงได้กล่าวอย่างนั้นนะคะ
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
มาต่อเติมเห็นภาพชัดขึ้นทีเดียวหนานี่...
บุญที่เราคุ้นเคยในความหมายที่เราเข้าใจนะครับ...
บุญคือความสำเร็จ เข้าใจว่าน่าจะคือความสุขใจค่ะ ก็นำพาใจสงบ แล้วมีสมาธิ แล้วก็ปัญญาจะเกิด นั่นแหละนำพาความสำเร็จค่ะ
เห็น k. small manถามเลยตอบให้ค่ะ
ไม่รู้ว่าเป็นคำตอบเดียวกับ อ.ยูมิหรือเปล่าค่ะ
ขอบคุณค่ะ
พระท่านคงลืมไปกระมังคะว่า พูดแล้วจะตีความได้หลายนัยยะ
หากผู้ฟังมีพื้นฐานจิตสำนึกไปทางไหนก็จะไถลไปทางนั้น
เอ ท่านอ.หล่อใหญ่คะ หรือว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่เค้าคิดว่าบุญคือความสำเร็จ
กันไปแล้วตามค่านิยม ทัศนคติที่เปลี่ยนไปตามสภาพสังคม ...
... เอ เขียนเองปูยังงงเองเลย บุญไม่ค่อยทราบ ขอให้ละอายและเกรงกลัวต่อบาป ก่อนคงพอกระมังค่ะ ... ฝันดีค่ะ
สวัสดีครับ คุณberger0123
เรื่องนี้มองได้หลายมุมเลยนะครับ
ดีจังได้เข้ามาเติมเต็ม...อิ อิ อิ
สวัสดีครับ คุณเอกชน
เพียงแวะเข้ามาชม เราก็นิยมคุณอยู่ในใจ...อิ อิ อิ
สวัสดีครับ คุณpoo
เป็นเรื่องที่น่าคิดติดตามต่อยอดนะครับ
เรื่องบุญนี้เราต้องทำด้วยตนเองจึงจะได้รับโดยตั้งหลักทางดี ( กุศล ) ในจิตใจเป็นเส้นชัยไว้ก่อนนะครับ อิ อิ อิ
สวัสดีค่ะอาจารย์
พบคำบรรยายของท่านพุทธทาสที่น่าสนใจเกี่ยวกับบุญ กุศล ในหนังสือภูเขาแห่งวิถีพุทธรรม น่าสนใจดีค่ะ ขออนุญาตินำมาแปะไว้ในบันทึกนี้ด้วยนะคะ
"พวกหนึ่งทำดี หรือทำบุญเพื่อเอาผลตอบแทนเหมือนกับทำนองการค้า และเล็งผลอนูโลมตามกิเลสตัณหาของตัว เป็นการลอยตามกระแส เป็นไปเพื่อเวียเกิดในภพใหม่ไม่มีสิ้นสุด อย่างนี้อาตมาบัญญัติว่า บุญ
ส่วนอีกพวกหนึ่งตรงกันข้าม ทำดีด้วยการเสียสละ ขูดเกลากิเลส ฝืนตัณหา หรือเผาตัณหา เป็นการทวนกระแส เป็นไปเพื่อความดับไม่เหลือ คือพระนิพพาน อย่างนี้อาตมาบัญญัติว่า กุศล" ( หน้า184)
" สรุปความสั้นๆว่า ความดีที่ทำไปเพื่อผลตามอำนาจของตัณหาและกิเลส เป็นไปเพื่อการเกิดอีก นี้เรียกว่าบุญ ความดีที่ทำเพราะไม่ยอมให้ตัณหา หรือกิเลสลูบคลำ เป็นไปเพื่อการไม่เกิดอีก นี้เรียกว่ากุศล" (หน้า 185)
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
ก็เป็นมุมมองที่ชัดเจนน่าสนใจนะครับ...
เป็นการตีความตามแนวปรัชญาพุทธของท่านอาจารย์พุทธทาส ภิกขุ...