มะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ชนิดหนึ่งของ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการปลูกกันมาช้านานแล้ว ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชายทะเล และพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำตาปี เพราะมะพร้าวทนกับสภาพน้ำท่วมขังได้ดี  แต่เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทน กับพืชชนิดอื่นแล้ว มะพร้าว ให้ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ  

          พี่น้อย คุณจันทร์ทิพย์ สุวรรณพัฒน์ นวส.ชำนาญการ  สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี  ได้นำไปพบกับ  พี่สมนึก และพี่วิไลวรรณ  จินดาแดง สองสามีภรรยา เป็นเกษตรกร หมู่ที่ 5 ตำบลคลองน้อย (ถนนเลี่ยงเมือง สาย สุราษฎร์ – ไปสนามบิน) อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี หนึ่งในจำนวนเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าว

          พี่สมนึก  เล่าว่า เดิมครอบครัวนี้ทำสวนมะพร้าวในพื้นที่ 20 ไร่และเก็บผลมะพร้าวขายได้ทุก 2 เดือน ซึ่งมีรายได้ไม่ต่อเนื่อง จึงเลือกปลูกกล้วยตานี เสริมภายในสวนมะพร้าว เพื่อตัดใบจำหน่าย เสริมรายได้  โดยมีเกษตรกรในบริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลคลองน้อย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี แห่งนี้ปลูกกล้วยตานี เสริมภายในสวนมะพร้าว ประมาณ 20 กว่าราย

 

           เกษตรกร จะตัดใบกล้วย ในช่วงเช้า โดยตัดสลับกันเป็นพื้นที่  เพื่อให้ใบกล้วยสลับกันออกใบ และสามารถตัดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง  ในแต่ละวันสามารถตัดใบกล้วยขายได้ประมาณ 70 ถึง 80 กิโลกรัม แบ่งเป็นเกรดใบใหญ่ และใบเล็ก ตามการนำไปใช้ประโยชน์  จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 5 บาท  แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งจะจำหน่ายได้ได้กิโลกรัม  6 บาท โดยมีพ่อค้า แม่ค้า เข้ามารับซื้อถึงสวน

        คุณสมนึก บอกว่า การปลูกกล้วยตานี ในสวนมะพร้าว กล้วยจะได้อาศัยร่มเงาของต้นมะพร้าว และเป็นที่บังลม จะทำให้ใบกล้วยที่ได้ สวยงามเป็นที่ต้องการของตลาด ใบไม่แตก และตัดใช้ได้เกือบทุกใบ ถ้าปลูกในที่โล่งแจ้ง เมื่อมีอายุมากขึ้น ใบกล้วยจะเหลือง  กล้วยตานี ปลูกครั้งหนึ่งอยู่ได้หลายปี เพราะจะมีหน่อกล้วยออกมาทดแทนอยู่เรื่อยๆ  แต่ต้องดูแลรักษาให้ดี  โดยหลังจากตัดใบขายแล้ว จะต้องดูแล ตัดแต่ง ต้นที่มีสภาพโทรม และไม่สามารถให้ใบกล้วยได้อีก ออก และนำเศษของต้นกล้วยมากองหมักทิ้งไว้ในสวนเพื่อให้ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย  บำรุงหน้าดิน

      

       นอกจากนี้  คุณสมนึก จะใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 และ ปุ๋ยสูตรบำรุงใบ ในอัตรา  2 ถึง 3 ขีด ต่อต้น ซึ่งการให้ปุ๋ยต้นกล้วย ในแต่ละครั้ง  ต้นมะพร้าวก็จะได้รับปุ๋ยไปด้วยอีกทางหนึ่ง    ในแต่ละเดือน คุณสมนึก จะมีรายได้จากการเก็บมะพร้าวและใบกล้วยตานีจำหน่าย  รวมกันเดือนละประมาณ 2 หมื่นบาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                            ข้อมูล : คุณ สมนึก จินดาแดง โทร. 081-082-6178

                                        ชัยพร  นุภักดิ์