วันนี้ยอมรับครับว่ามึนเอามาก ๆ เพราะเป็นเพียงนักเรียนประถมดันไปนั่งเรียนร่วมกับนักเรียนมัธยม ความรู้ที่ได้จึงรับได้เพียงกระท่อนกระแท่น กลับมาบ้านมานั่งคิด ทบทวน ไตร่ตรอง ว่าที่ผ่านมานั้น ผ่านการเรียนรู้อะไรมา ได้เรียนรู้อะไรบ้าง

   จาก สรพ. คุณเอก พาผมและคณะไปที่สำนักงานวารสารหมออนามัย ตั้งอยู่ที่ อาคาร ๔ ชั้น ๗ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

   ผมเข้าใจว่าการมาที่นี่ในครั้งนี้ เป็นการแวะมาเยี่ยมเยียนพรรคหมออนามัยพวกของคุณเอก รวมทั้งแนะนำให้เรารู้จักวารสารหมออนามัย

   ผู้จัดทำวารสารหมออนามัย คือ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ผู้สนับสนุนการจัดทำส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานที่ทำงานอยู่ในแวดวงสุขภาพ เอ่ยชื่อมา หลายท่านน่าจะรู้จัก เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กระทั่งองค์การอนามัยโลก

   ผมเดาเอาเองว่ากลไกสำคัญในการจัดทำวารสารนี้ น่าจะเป็น สมาคมหมออนามัย

   วารสารหมออนามัยก่อตั้งและดำเนินการมาจะครบ ๒๐ ปี ในปีหน้า นับว่าเป็นวารสารที่มีอายุยืนยาวฉบับหนึ่งของเมืองไทย

   ผมจำได้ว่าเคยอ่านผ่าน ๆ วารสารฉบับนี้มาบ้างตามสถานีอนามัยที่มีโอกาสไปแวะเยี่ยมเยียน ใช่ครับผมมีเพื่อนอยู่ในแวดวงหมออนามัยบ้างพอสมควร

   เนื้อหาในวารสารส่วนใหญ่จะนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพ โดยเฉพาะการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ของวงการสาธารณสุขบ้านเรา วารสารหมออนามัยนอกจากจะเป็นการเผยแพร่ความรู้ใหม่ ๆ การทบทวนความรู้เดิมให้หมออนามัยได้นำไปใช้ไปปฏิบัติแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ กระทั่งเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติของหมออนามัยทั่วทั้งประเทศอีกด้วย

   จากการพูดคุยกัน ทำให้ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับคุณเอกเพิ่มมากขึ้น เช่น คุณเอกมีอดีตเป็นหมออนามัย เป็นนักเขียนประจำวารสาร คอลัมน์ที่เขียนคือ “หนังสือชวนอ่าน” ผมพลิกอ่านดูคอลัมน์นี้พบว่าคุ้นตาบ้าง เนื่องจากเป็นบันทึกที่ผมเคยอ่านแล้วใน G2K

   ผมและคณะผู้มาเยือนได้รับของที่ระลึก เป็นวารสารหมออนามัยคนละ ๑ เล่ม ซึ่งแต่ละเล่มไม่เหมือนกัน ผมได้ฉบับเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ๒๕๕๒ นอกจากนั้นก็ยังได้หนังสือบันทึกชีวิตหมออนามัย เล่ม ๑ และ เล่ม ๒ ซึ่งเขียนโดยนักเขียนสารคดีมือดี อรสม สุทธิสาคร อีกคนละสองเล่ม สำหรับผมได้เพิ่มเป็นพิเศษอีก ๒ เล่ม จากคุณเอก คือ “กระบวนการเรียนรู้สู่เส้นทางสีขาว” เป็นบันทึกประสบการณ์งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่คุณเอกได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว. และ “เรียนนอกฤดู” ของ พนัส ปรีวาสนา ซึ่งคุณเอกเป็นผู้หนึ่งที่เขียนคำไม่นิยมให้

   บรรยากาศที่นี่สบาย ๆ ครับ ไม่เคร่งเครียด ผมนั่งฟังการสนทนาระหว่างเจ้าบ้านกับแขกเยือนคู่ไปกับการพลิกอ่านวารสารไปพลาง ๆ

   วารสารฉบับที่ผมได้รับมานั้น มีเรื่องราวน่าสนใจหลายเรื่องครับ เช่น อปท.กับการจัดสุขภาวะชุมชน, มาคืนหัวใจให้ระบบสุขภาพกันเถอะ, เรื่องราวของคุณศุภารัสภิ์ ยศปัญญา ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นนางฟ้าบนดิน และบทสัมภาษณ์พิเศษหมออนามัยอาวุโส บุญรักษ์ ถิ่นแสนดี ฯลฯ

...

 

   บ่ายๆ คุณเอกนำผมและคณะไปที่กองทันตสาธารณสุข

   ก่อนขึ้นไปถึงที่นัดหมาย คุณหมอท่านนึงมารอพบและพาเราขึ้นไปที่ห้องประชุม และหากผมเดาไม่ผิด คุณหมอท่านนี้น่าจะเป็นผู้แนะนำและเชิญชวนคุณเอกและทีมงานให้เข้าไปช่วยถอดบทเรียน....

   ในห้องประชุม ผมนั่งถัดจากคุณเอก ถัดไปเป็นคุณน้ำฝนและคุณนายด๊อกเตอร์

   ฝั่งตรงข้ามผมเป็นคุณหมอผู้รับผิดชอบโครงการ เมื่อทักทายและแนะนำตัวกันพอรู้จักแล้วก็มีคำถามยิงมาเป็นชุด จากคุณหมอผู้ประสานโครงการ

   - เคยถอดบทเรียนไหม ?

   - ทำอย่างไร ?

   - ถอดบทเรียนแล้วสรุปให้เขาไหม ?

   - การสรุปเอกสารใช้เวลาเท่าไร ?

   เพราะผมนั่งอยู่กลางตรงหน้าคุณหมอผู้ตั้งคำถาม และเมื่อตอนถามก็มองหน้าผม ผมจึงทำได้เพียงยิ้มเจื่อน ๆ เพราะตอบไม่เป็น ไม่รู้จะตอบอะไรอย่างไร ผมได้แต่หันซ้ายหันขวา โป้ยไปให้คุณเอกและคุณน้ำฝน จากนั้นผมก็พยายามนั่งก้มหน้าไม่สบสายตา กลัวถูกถาม จากนั้นจึงเป็นผู้ฟังที่ดีตลอดรายการ

   คุณเอกกับคุณน้ำฝนเป็นผู้ตอบคำถามเหล่านั้น หลังจากนั้นจึงเป็นการพูดคุยเนื้อหาของงาน

   ผมมิได้เข้าใจสิ่งที่คุณหมอนำเสนอทั้งหมด ด้วยเหตุผลเดียวกับช่วงเช้าที่ สรพ

   แต่อย่างไรก็ตาม ก็พอจับความได้ว่า กองนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สปสช. ให้มาดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาทันตแพทย์ที่อยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

   โครงการฯ เริ่มจากการคัดเลือกทันตแพทย์ในแต่ละภาค ภาคละ ๕ คน รวมทั้งสิ้น ๒๐ คน มาอบรมเกี่ยวกับ KM และอื่น ๆ เช่น CROP, OM, EE (แหะ แหะ คำภาษาอังกฤษผมจดมาอย่างนั้นแหละครับ ไม่รู้สักนิดว่ามันคืออะไร หมายความว่าอย่างไร...) ซึ่งผู้ดำเนินการคือ มูลนิธิแพทย์ชนบท ทั้งหมดเรียกว่าเป็นการอบรมสร้างครู ก

   จากนั้นทันตแพทย์ ที่เป็นครู ก. ก็จะไปจัดอบรมในภูมิภาคของตนเองทั้ง ๔ ภาคแต่ละภาคมีกลุ่มเป้าหมายเป็นทันตแพทย์ภาคละ ๒๐ คน ซึ่งได้ดำเนินการไปแห่งละ ๒ ครั้ง

   ฟังจากที่คุณหมอผู้รับผิดชอบโครงการเล่า ในแต่ละภูมิภาคดำเนินการไม่เหมือนกัน บางแห่งดำเนินการตรงตามที่ได้รับความรู้จากการอบรมครู ก. ไป บางแห่งมิใช่ แต่ไปใช้วิทยากรจากภายนอกที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับการอบรมในคราวแรก ซึ่งตรงนี้คุณเอกเห็นว่าน่าสนใจ ที่แต่ละแห่งมีการดำเนินการแตกต่างกันไป ซึ่งจะทำให้มีความรู้และประสบการณ์ที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป

   ผมเดาว่า คุณหมอผู้รับผิดชอบโครงการน่าจะต้องการผลสองประการ โดยใช้การถอดบทเรียนเป็นเครื่องมือ ซึ่งเป็นวิชาที่ผมกำลังเรียนรู้อยู่ในขณะนี้

   ประการแรกน่าจะเป็นการประเมินกระบวนการทำงานของโครงการ ว่าที่ทำผ่านมาแล้วเป็นอย่างไร เกิดมรรคผลอะไรขึ้นมาบ้าง การออกแบบโครงการเหมาะสมแล้วหรือยัง รวมทั้งการค้นหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน ฯลฯ

   ประการที่สองน่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้าร่วม ซึ่งทางทีมงานเชื่อว่าจะทำให้เกิดการพัฒนางานไปในทิศทางที่ดีขึ้น

   ช่วงท้ายเป็นการหารือเรื่องวิธีการดำเนินงาน มีการหารือกันหลายแนวทาง เช่น

   - การจัดกลุ่มแลกเปลี่ยนกันตามลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้ประสาน/บริหารโครงการ กลุ่มทันตแพทย์ที่เป็นครู ก และกลุ่มที่เป็นทันตแพทย์ที่เข้าร่วมอบรมในแต่ละภูมิภาค

   - การจัดกลุ่มตามภูมิภาค เป็นการจัดกลุ่มทันตแพทย์ทั้งครู ก และผู้เข้าร่วมกิจกรรมในแต่ภูมิภาค ได้แก่ เหนือ กลาง อีสาน และใต้

   สำหรับประเด็นการถอดบทเรียนยังมิได้ลงรายละเอียด ซึ่งคุณน้ำฝน (ได้รับการอุปโลกให้เป็นทีมประสานงานจากคุณเอก) ได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการไปศึกษาเพิ่มเติม เข้าใจว่ารายละเอียดอื่น ๆ จะมีการหารือกันในภายหลัง

  ...

   วันนี้ยอมรับครับว่ามึนเอามาก ๆ เพราะเป็นเพียงนักเรียนประถมดันไปนั่งเรียนร่วมกับนักเรียนมัธยม ความรู้ที่ได้จึงรับได้เพียงกระท่อนกระแท่น กลับมาบ้านมานั่งคิด ทบทวน ไตร่ตรอง ว่าที่ผ่านมานั้น ผ่านการเรียนรู้อะไรมา ได้เรียนรู้อะไรบ้าง

   ขออนุญาต ต่ออีกตอนนะครับ ตอนหน้าผมจะลองตอบคำถามตัวเองว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง