เฌวาชอบบ้านปู่ย่าที่ดอยมูเซอ เพราะมีพื้นที่กว้างขวางให้วิ่งเล่น มีดอกไม้นานาชนิดให้ดม เด็ดและกิน

   เฌวา เป็น หลานคนแรกและคนเดียวของปู่และย่า

   แม้ว่าผมจะเป็นลูกชายคนโต และมีน้องชายอีกสองคน แต่พ่อแม่ผมก็มีหลานเฌวาเพียงคนเดียว เนื่องจากน้องคนเล็กแต่งงานแล้วแต่ไม่มีลูก ส่วนน้องคนกลางออกบวชแทนการออกเรือน พรรษานี้เป็นพรรษาที่สิบสาม

   กว่าจะได้อุ้มหลานเป็นปู่เป็นย่า อายุก็ล่วงเลยแซยิด คงมิต้องบอกว่าเฌวาจะเป็นที่รักและหลงใหลของปู่ย่าเพียงใด ผ่านพ้นเดือนไปหากมิได้พาเฌวาไปเยี่ยมเยียนก็จะถูกทวงถามวันเว้นวัน

   เฌวาไปเยี่ยมปู่กับย่าที่ดอยมูเซอ จ.ตาก แทบทุกเดือน อยู่สั้นบ้างยาวบ้างขึ้นอยู่กับภารกิจของพ่อแม่ คราวนี้ตั้งใจไปอยู่ที่นั่นสัก ๓–๔ วัน

   เฌวาชอบบ้านปู่ย่าที่ดอยมูเซอ เพราะมีพื้นที่กว้างขวางให้วิ่งเล่น มีดอกไม้นานาชนิดให้ดม เด็ดและกิน

   ปู่และย่ามีหน้าที่คอยดูแล ระมัดระวังมิให้เฌวาวิ่งตกเขา รวมทั้งพาเฌวาไปเดินดูดอกไม้

   มาบ้านปู่ย่าคราวนี้ ถึงที่หมายราว ๓ ทุ่ม มีเพียงย่าอยู่บ้าน ส่วนปู่ไปนอนเฝ้าย่าทวดซึ่งไม่สบาย

   พอรถจอดเฌวาก็ตื่น ตาใสแวววาว ทั้งพ่อและแม่กล่อมให้นอนเท่าไรก็ไม่นอน ย่าจึงมาเล่นเป็นเพื่อนกับเฌวาจนเกือบจะห้าทุ่มจึงจะยอมนอน

   ตื่นเช้ามา ย่าเฌวามาเรียกผมให้ไปส่งใส่บาตร พระที่ไปใส่บาตรก็มิใช่ใครอื่น ท่านคือน้องชายคนกลางของผม มีศักดิ์เป็นหลวงอาเฌวา ผมจึงพาเฌวาไปใส่บาตรด้วย

 


ย่ากับเฌวาใส่บาตร

 

   เฌวาเคยมีประสบการณ์ใส่บาตรมาแล้วหลายครั้ง ไปหลวงพระบางคราวนั้นเฌวาก็ได้ใส่บาตรข้าวเหนียวกับพระหลายสิบรูป เมื่อคราวอยู่บ้านหากมีเวลาผมและแม่เฌวาจะพาเฌวาออกมาใส่บาตรที่หน้าปากซอย และกับหลวงอาเฌวาก็เคยมาใส่บาตรแล้ว

   บ้านที่ดอยมูเซอคราวนี้เฉอะแฉะไปด้วยน้ำฝน พระพิรุณโปรายปรายต่อเนื่องกันมาหลายวัน เฌวาจึงไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน นอกจากป่ายปีนอยู่ในบ้าน และเมื่อฝนหยุดปู่ ย่า ผมและแม่เฌวาอุ้มเฌวาไปเดินดูดอกไม้บ้าง

 

 

   ช่วงนี้ดอกไม้ไม่มากนัก กล้วยไม้ออกดอกไม่มากนัก มีกล้วยรองเท้านารีออกดอกเกือบโรยแล้ว ๑ กระถาง นอกนั้นร่วงโรยไปหมดแล้ว และมีอีกหนึ่งกระถางที่กำลังจะผลิดอก ไม่เพียงเฌวาเท่านั้นที่ชอบรองเท้านารี ผมเองก็ชื่นชอบมิใช่น้อย หากเทียบกับกล้วยไม้ชนิดอื่น ๆ

 


รองเท้านารีที่บ้านดอยมูเซอ...
บน : ดอกบานอีกไม่นานก็ร่วงโรย
ล่าง : ดอกตูมกำลังจะบานในอีกไม่กี่วัน

 

   วันแรกที่อยู่บ้าน ฝนตกเกือบตลอดทั้งวัน ผม แม่เฌวา เฌวา รวมทังปู่และย่า จึงได้นั่งคุยกันอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีปู่กับย่าดูแลและเล่นกับเฌวา ผมและแม่เฌวาจึงมีเวลาทำงานเต็มที่ ทำให้ผมออกแบบโรงเรือนที่จะใช้เป็นที่รับประทานอาหารและโรงครัวที่มีหลังคาเป็นดาดฟ้าไว้ชมแสงจันทร์ เดือนดาว แมกไม้กระทั่งมวลเมฆ สำหรับ “The Musoi” สถานที่พำพักของนักเดินทาง ได้สำเร็จก่อนเที่ยงคืน

   เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศแจ่มใส เฌวาตื่นแต่เช้าปู่และย่าพาไปเดินเล่น ผมถูกแม่เฌวาปลุกตื่นให้ไปชมหมอกที่หน้าระเบียงบ้าน มิทันจะล้างหน้าแปรงฟันก็รัวชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปคู่ใจจนการ์ดเต็ม

 


เมฆและหมอกที่บ้านดอยมูเซอ

 

   ระเบียงบ้านที่ผมยืนอยู่นั้น พื้นที่ด้านล่างลาดลงไปเป็นที่ทำกินของชาวบ้าน ฝั่งตรงกันข้ามเป็นภูเขาสูงใหญ่ ส่วนฝั่งซ้ายและขวาเป็นภูเขาที่ระดับความสูงพอ ๆ กับภูเขาที่เป็นที่ตั้งบ้านซึ่งผมยืนอยู่ในขณะนั้น

   พื้นที่เบื้องล่างค่อนข้างกว้างขวาง และรายล้อมด้วยภูเขาสูง เมื่อมีหมอกปกคลุม อาณาบริเวณนี้จึงกลายเป็นทะเลหมอกที่งดงามจับใจ แม้วันนี้หมอกจะไม่แผ่คลุมทั่วพื้นที่ มีเพียงหมอกบาง ๆ ลอยเลียดอยู่กับภูเขาฝั่งตรงข้ามก็งดงามมิใช่น้อย ยิ่งพอเงยหน้าแหงนมองฟ้าไปทางทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ มวลเมฆถูกแสงจากดวงตะวันสาดใส่ ก็ยิ่งเห็นความงามของมวลเมฆ เป็นการต้อนรับการกลับบ้านอย่างวิเศษ

   เช้า สาย ไปจนเที่ยง อากาศแจ่มใส ไม่มีวี่แววว่าฝนจะตก เฌวาจึงได้ออกไปวิ่งเล่นที่สนามกับปู่ ย่า และแม่เฌวา ส่วนผมนั่งทำงานต่อ

 

 

 

   วันนี้งานผมก้าวหน้าไปมาก แม้ว่าจะทำๆ หยุดๆ เพื่อออกมาชมมวลเมฆ วันผมออกแบบบ้านพักซึ่งประยุกต์จากบ้านชาวลาหู่ให้เป็นที่พักได้สำเร็จก่อนเย็น

   บ่ายแก่ ๆ ท้องฟ้าครึม เมฆฝนก่อตัว สักพักฝนก็ตก เฌวานอนไปพักนึงตื่นมาร้องอยากเล่นน้ำฝน ผมจึงให้เฌวาเล่นน้ำฝนที่ระเบียงบ้าน

   เฌวาเล่นน้ำฝนอย่างสนุกสนานและเมามัน แรก ๆ ก็เดินและวิ่งไปมา พอลื่นล้มตัวไถลไปก็นึกสนุก ทีนี้แทนที่จะวิ่งเล่นอย่างเดียว เฌวาก็นอนเอาตัวไถลไปกับระเบียงบ้านอย่างชอบอกชอบใจ

 

 

   เฌวาเล่นน้ำฝนอยู่พักใหญ่ก็ตัวสั่นเริ่มหนาว ผมจึงไปอุ้มเพื่อพาไปอาบน้ำ “เอาอีกรอบนึง” เฌวาบอก ผมก็ใจอ่อนปล่ยอเฌวาไปเล่นอีกพัก พอเข้าไปอุ้ม เฌวาบอก “เอาอีกรอบนึง” ทีนี้ผมไม่ใจอ่อน ขณะอุ้มไปอาบน้ำ เฌวาแหกปากบั่นบ้าน “เอาอีกรอบนึง เอาอีกรอบนึง...” จนอาบน้ำเสร็จก็ยังจะออกไปเล่นน้ำฝนอีก

   “ไปเที่ยวดูดาว...” เฌวามักจะบอกให้ผมพาไปเดินเล่นนอกบ้านในยามหัวค่ำ วันนี้ก็เช่นกัน ฝนหยุกตกไปตั้งแต่เย็น ฟ้าเปิด ผมพาเฌวาออกไปดูดวงเดือนและดวงดาว

   วันนี้พระจันทร์ค่ำนี้กลมเกลี้ยงจริงๆ ค่อยๆ เคลื่อนขึ้นมาทักทายบริเวณเดียวกับพระอาทิตย์เมื่อเช้า มวลเมฆที่อยู่รายรอบ ถูกทาบทาด้วยแสงจันทร์ ดูงดงามอย่างยิ่ง แน่นอนผมลั่นชัตเตอร์ไม่ยั้ง หลังจากย่ามาพาเฌวาไป

 

 

   รุ่งขึ้นอีกวัน ก่อนกลับกรุงเทพฯ ผมพาเฌวาไปหาหลวงน้าที่กุฏิในป่า เนื่องจากท่านเป็นพระป่า จำพรรษาอยู่ในป่ารูปเดียวตั้งแต่พรรษาที่สามจนกระทั่งปัจจุบัน เฌวาได้กินขนมก้นบาตรหลวงน้าหลายชิ้น

   ก่อนขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ย่าเห็นเฌวาชอบเล่นต้นไมยราบ เอามือไปแตะแล้วใบหุบเฌวาตื่นเต้นมิน้อย ย่าจึงเอาต้นไมยราบใส่กระถางให้เฌวาติดมือกลับมากรุงเทพฯ ด้วย

   ปู่กับย่าดูหงอยไปถนัดตาเมื่อเฌวานั่งรถออกมา...