ตั้งสถาบันคุรุ

ตั้งสถาบันคุรุฯไม่แก้วิกฤตแม่พิมพ์ ชี้เกณฑ์ประเมินสมศ.ไม่ครอบคลุม

นายอำนาจ เย็นสบาย รองอธิการบดีฝ่ายเครือข่ายการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และประธานโครงการจัดตั้งโพธิวิชชาลัย แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก หรือ World University Rankings ว่า ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับการจัดอันดับหรือไม่ แต่โลกวันนี้ทำให้การศึกษาเป็นสินค้าบริการชนิดหนึ่งไปแล้ว ซึ่งสามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศของตนมหาศาล ซึ่งรายได้นี้สัมพันธ์กับการจัดอันดับ จะเห็นว่าประเทศมหาอำนาจ หรือกลุ่มประเทศมหาอำนาจที่มีมหาวิทยาลัยชั้นนำติดอยู่ใน 100 อันดับแรกของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกนั้น มีทีมงานที่ได้รับรางวัลโนเบล มีผลอ้างอิงงานวิจัย มีสัดส่วนจำนวนอาจารย์ต่อจำนวนนักศึกษาที่เข้าเกณฑ์ เป็นต้น แต่ทำไมประเทศเหล่านี้จึงต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ สงครามแย่งชิง วิกฤตชั้นบรรยากาศโลกและสิ่งแวดล้อม ดูแล้วขัดกับการเป็นมหาอำนาจทางความรู้ หรือว่าความรู้ที่มีไม่ใช่ความรู้แบบมีวิชชา หรือแบบสร้างคนให้มีปัญญา แต่การศึกษาของไทยก็ยังเดินตาม ตามแม้กระทั่งหลักคิดและเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษา คำถามคือมาตรฐานที่เกิดขึ้น จะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด จะนำประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่ คิดว่านักการศึกษาทั้งหลายต้องช่วยกันหาคำตอบ

นายอำนาจกล่าวว่า ส่วนการประเมินคุณภาพการศึกษาของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นั้น ตนเห็นด้วยในหลักการประเมิน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคน องค์กร การจัดการ ซึ่งหัวใจของการประเมินไม่ใช่มหาวิทยาลัยได้อันดับใด และจุดหมายของมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ที่จะได้เงินงบประมาณแผ่นดินเพิ่มตามจำนวนกลุ่มมหาวิทยาลัยที่ถูกจัดอันดับ อันดับจะมีความหมายต่อเมื่อเกณฑ์ที่ตั้งครอบคลุมความแตกต่างหลากหลายของมหาวิทยาลัย ทั้งปรัชญา และจุดหมาย ครอบคลุมมหาวิทยาลัยที่คิดนอกกรอบของ สมศ.ซึ่ง สมศ.ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ หรือตัวบ่งชี้ตรงนี้ ทั้งที่คือเสรีภาพทางวิชาการ

"จะเห็นได้ว่าความตกต่ำของศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ เนื่องจากว่าทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพราะวิกฤตการศึกษา วิกฤตวิชาชีพครู เป็นภาพสะท้อนที่เชื่อมโยงทั้งระบบ และไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติเพื่อผลิตครู เพราะถ้าใช้ฐานคิดเช่นนี้ คงต้องแก้ปัญหาวิกฤตประเทศด้วยการตั้งหน่วยงานใหม่ๆ ขึ้นอีกหลายหน่วยงาน พร้อมๆ กับเพิ่มตำแหน่งหน้าที่การงานให้กับคนกลุ่มใหม่ ซึ่งไม่ใช่หนทางของการแก้ปัญหา"เราควร จะหันกลับมาพัฒนามหาวิทยาวัยที่ผลิตครูอยู่แล้วพร้อมทั้งรัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณกำหนดมาตรฐานของแต่ละมหาวิทยาลัยให้เป็นระบบเดียวกันก็จะสามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานวิชาชีพได้