พอข้ามแดนมาฝั่งประเทศลาวเรียบร้อยแล้ว เราก็มารวมตัวกันที่หน้าร้าน  ดาวเฮือง ดิวตี้ ฟรี  เพื่อรอให้รถของเราจากฝั่งไทย  เข้ามารับเพื่อเดินทางต่อไป 

ผ.อ.โรงเรียนกมลาไสย (เสื้อสีชมภู)  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ครู  และนายกสมาคมครูและผู้ปกครอง ร่วมเดินทางไปด้วย

ออกจากด่านช่องเม็ก วังเต่าได้ 42 กม.  ก็พบสะพานแขวนข้ามแม่น้ำโขง  ที่มีความยาว 1,380 เมตร  ฝั่งตรงข้ามคือเมืองปากเซ  แขวงจำปาสักมองเห็นอยู่ตรงหน้าค่ะ

การเดินทางไปต่างประเทศ (ลาว) ในครั้งนี้  ฉันไปร่วมเดินทางกับคณะครูโรงเรียนกมลาไสย สพท.กาฬสินธุ์ เขต 1 ในฐานะผู้ติดตาม  ซึ่งคณะเดินทางทั้งสิ้นจำนวน 80 คน  ใช้รถบัสของบริษัททัวร์ 1 คัน และรถบัสโรงเรียนอีก 1 คันค่ะ  บัส 1 เป็นครูวัยรุ่นและมีหัวใจเป็นวัยจ๊าบ  ส่วนบัส 2 ส่วนใหญ่เป็น ส.ว. สูงวัยค่ะ

ความเจริญของเมืองปากเซ เมืองหลวงของแขวงจำปาสัก  มีโรงแรมใหญ่เกิดขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมากมาย  มีมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (มล.)  มีโรงเรียนผลิตครู  มีการค้าขายที่คึกคัก  เศรษฐกิจดีมากค่ะ 

 และในช่วงนี้เองที่เราได้รูจักกับไกด์สาวลาวคนสวย  ขึ้นมากล่าวทักทายและรายงานตัว

ซำบายดี๋เจ๊า  น้องซื่อ  นางเหลือง  เป็นไกด์ทัวร์ให้แก่ทุกท่านในครั้งนี่

คณะเราตกใจปนเสียดายว่า  สาวน้อยหน้าใสคนนี้  ไม่โสดเสียแล้ว

ยังไม่ทันที่เราจะเอ่ยปากถาม  สาวน้อยก็พูดเสียงใสขึ้นมาว่า  น้องเหลืองเกิดมา  ก็ไม่มีโอกาสเป็นเด็กหญิงและนางสาวเลย  เกิดมากะเป็นนางโลด  เพราะคนลาวเขาใช้นาง  นำหน้าชื่อผู้หญิงทุกวัย  ดังนั้น  นางเหลือง  ก็มิใช่ว่าจะแต่งงานแล้วนะคะ  น้องเหลืองยังโสดและสดค่ะ  ส่วนผู้ชายจะเรียกท้าวนำหน้าค่ะ

ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือก  ของหนุ่มๆ บัส 2 (สว) สนั่นรถเลยค่ะ  น้องเหลืองของเราก็เริ่มวาดลวดลายต่อ

ประมาณ 11 นาฬิกา  เราเดินทางไปยังน้ำตกคอนพะเพ็ง ระยะทางจากปากเซไปประมาณ 160 กม.  ท้องเริ่มหิว  รถจึงแวะจอดพักเข้าห้องน้ำและมีแม่ค้ามาขายของว่างเต็มไปหมด  มีเม็ดบัวค่ะ  ข้าวเม่าแท้  กล้วยปิ้ง  ปิ้งใส้กรอกอึ่งอ่าง  และย่างซิ้น(เนื้อ) ฟาน (ไปเห็นหูและหางเป็นbuffalo มากกว่า) ค่ะ 

ฉันซื้อกล้วยปิ้ง  เม็ดบัว  และข้าวเม่าค่ะ  ส่วน 2 อย่างหลัง  ไม่กล้าชิมค่ะ

 

ขอบคุณที่เข้ามาแบ่งปันเรื่องราวและรอยยิ้มนะคะ  ขอเชิญรอติดตามตอนที่ 3 ต่อไปนะคะ