โบตั๋น..นักเรียนประจำ
    กนกไร้ลายโบตั๋น (๒)
        เด็กน้อยคนชนบทได้เข้ามาเรียนหนังสือที่โรงเรียนมีชื่อเสียง ก่อนเปิดเรียน ๒ วัน พ่อได้พาดิฉันขึ้นรกประจำทางจากนครไทยเข้าสู่เมือง ซึ่งถนนในช่วงนครไทย - บ้านแยงนั้น ถนนเป็นลูกรังสีแดง ฝุ่นละอองก็มาก ไม่ได้ราดยาง เดินทางลำบาก และในช่วงการเดินทางนั้นดิฉันเกิดความกลัว กลัว เพราะเหตุที่ว่า นครไทยเป็นแดน ผกค. ดิฉันเดินทางมาก็ไม่พบเหตุการณ์ใดๆที่ก่อให้เกิดภัยอ้นตรายในครั้งนั้น
       ถนนจากบ้านแยงมาถึงเมืองพิษณุโลกนั้นราดยางแล้ว ช่วงนี้เดินทางไม่ลำบากสะดวกถึงแม้ว่าถนนจะแคบและโค้ง การเดินทางใช้เวลา ๒ ชั่วโมงกว่าก็ถึงพิษณุโลก หลังจากนั้นพ่อจึงพาดิฉันมาที่โรงเรียนเพื่อรายงานตัวเข้ามามาเป็นเด็กหอพัก (นักเรียนประจำ) ดิฉันเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนอีก ๒ คนและรายงานตัวด้วยกันที่นี่  ดิฉันจึงไม่เหงาเพราะมีเพื่อนอยู่หอพักด้วยกัน
       ดิฉันร้องไห้เมื่อพ่อพูดว่า " พ่อไปละนะลูก" ดิฉันรู้สึกว่าน้ำตา เสียงสะอื้น มาพร้อมกันและเสียงสะอื้นนั้นค่อยๆดังขึ้น และดังขึ้น ดิฉันพยายามจะหยุดร้องไห้แต่ก็ไม่หยุดสักที และดิฉันก็วิ่งไปกอดพ่อ พ่อปลอบใจอยู่ไม่นานพ่อก็กลับไป ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ใช่เกิดกับดิฉันเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับเพื่อนๆที่รอบข้างทุกคน ดิฉันเป็นนักเรียนประจำที่นี่โดยมีครูอาภา เป็นผู้ดูแลนักเรียนประจำ มีประมาณ ๑๒๐ คน ในปี พ.ศ.๒๕๑๖
       การเป็นนักเรียนประจำดิฉันต้องซักผ้าเอง รีดผ้าเอง ซึ่งเป็นงานแรกที่ได้รู้จักการดูแลตนเอง สิ่งสำคัญที่สุดที่ของนักเรียนประจำอีกอย่างก็คือเรื่องของการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันได้เรียนรู้และสามารถปรับตัวในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้โดยไม่มีปัญหา  ดิฉันคิดถึงบ้านเสมอ แอบร้องไห้ในห้องน้ำเป็นประจำโดยไม่มีใครรู้  ถ้าพ่อมาหาในช่วงนี้ดิฉันก็ร้องไห้ทุกครั้ง การร้องไห้ของดิฉันหายไปหลังจากสอบเสร็จและกลับบ้านในภาคเรียนที่ ๑
       การกลับบ้านในช่วงปิดเรียนดิฉันก็จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อ แม่ ฟัง แม่ได้สอนให้ดิฉันอดทนและตั้งใจเรียนเพื่ออนาคต ลูกมีงานทำแม่ก็มีความสุข แม่กับพ่อลำบาก แม่อยากให้ลูกรับราชการ ตั้งใจเรียนนะลูก คำพูดเหล่านี้ เป็นกำลังใจให้ดิฉันมีความมานะ อดทน ตั้งใจเรียนหนังสือเพื่ออนาคตที่ดีต่อไป
      ในช่วงปิดภาคเรียนก็ช่วยพ่อ แม่ ทำงาน และอ่านหนังสือทุกวัน โดยที่พ่อ แม่ไม่ต้องบอก เพื่อสร้างความหวังในใจว่า วันหนึ่งฉันจะเป็นพยาบาลให้ได้