ชีวิตของเราที่เวียนว่ายอยู่ในห้วงอากาศบนพื้นผิวโลกเราทุกวันนี้ แน่นอนมีการเปลี่ยนแปลง ปกติเราชอบคิดว่าเราจะทำนั้น ทำนี่  และในความเป็นจริงเราทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เป็นไปอย่างที่เราคิดว่าน่าจะเกิดบ้างเป็นอย่างอื่นบ้าน

สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ เกิดจากอะไร ทำไมเป็นแบบนั้น ทำไม่ไม่เป็นตามที่เราคาดหวัง

ปกติเราก็ชอบอ้างว่าเพราะเหตุนั้น เหตุนี้ ส่วนใหญ่แล้วเราจะอ้างที่เป็นสิ่งแวดล้อม ความพร้อมของเรา ผู้เกี่ยวข้อง สิ่งรอบข้าง สุดท้ายก็บอกว่าเพราะธรรมชาติ โดยลืมนึกถึงเหตุผลภายในตัวเราเอง

วิลเลียม พิลเล ได้พูดไว้ว่า "จงเปลี่ยนความคิดของคุณ แล้วโลกของคุณก็จะเปลี่ยนไป"

ใช่ เราจะเปลี่ยนสภาพของเรา ความเป็นอยู่ที่รู้สึกสุขหรือทุกข์ อยู่ที่ความคิดของเรา นั้นหมายถึงเปลี่ยนภายใน

อัลลอฮฺได้ตรัสในอัลกุรอานอย่างชัดเจแล้วว่า

 إِنَّ اللّهَ لاَ يُغَيِّرُ مَا بِقَوْمٍ حَتَّى يُغَيِّرُواْ مَا بِأَنْفُسِهِمْ

"แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่เปลี่นสภาพชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จนกว่าเขาจะเปลี่ยนสภาพภายในของเขาเอง"  (สูเราะฮฺ อัร-เราะอฺดฺ 13/11)

แน่นอน ความเปลี่ยนที่เกิดขึ้นทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พระเจ้า(อัลลอฮฺ) เป็นผู้กำหนดและเปลี่ยนแปลง เราจะได้รับสิ่งดีๆหรือสิ่งเลยร้าย ก็อัลลอฮฺเป็เป็นผู้กำหนด สภาพของตัวเรา ครอบครัวเรา สังคมเรา หมู่บ้านเรา ประเทศเรา จะดีหรือเลวอยู่ที่อัลลอฮฺ และอัลลอฮฺจะเปลี่ยนให้ดีหรือเลวนั้นก็อยู่สภาพภายในของตัวเรา อย่างวิลเลี่ยมพิลเลบอกว่าอยู่ที่ความคิด ผมขอใช้คำที่กว้างกว่าความคิด คือ อยู่ที่ จิต

จิตเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมมนุษย์ จิตในที่นี้ภาษาอาหรับเรียกว่า ก็อลบุน (قلب) ท่านนบีมุฮัมมัด ซึ่งเป็นศาสนฑูตคนสุดท้ายที่มาบอกวิถีการดำรงชีวิตที่ถูกต้องแก่มวลมนุษย์ ท่านได้กล่าวเกี่ยวกับจิตว่า

« إنّ في الجسد مضغة إذا صلحت صلح الجسد كله ، وإذا فسدت فسد الجسد كله ، ألا وهي القلب)» [ البخاري : 52]

“แท้จริงในร่างกายมนุษย์นั้นมีก้อนเลือด ถ้าก้อนเลือดนั้นดี ร่างกายทุกส่วนก็จะดีด้วย และถ้ามันเลวร่างกายทุกส่วนก็จะเลวด้วย ก้อนเลือดก้อนนั้นไม่ใช่ใจ(จิต)กระนั้นหรือ?” (บันทีกโดย อัลบุคอรี 52)

ดังนั้นจึงไม่เป็นเรื่องที่ต้องสงสัยใดๆอีกเลยว่า พฤติกรรมของมนุษย์จะประพฤติดีหรือเลว จะได้รับผลกรรมที่น่ายินดีหรือเลวร้าย ก็ขึ้นอยู่กับ กอลบุน(จิต) และไม่ต้องสงสัยอีกว่าสิ่งแรกที่ควรปรับปรุงแก้ไขอย่างยิง คือ จิต

จิต เราจะแก้ไขอย่างไร ไปทางไหนนั้น สำหรับมุสลิมแล้วจะมีเพียงแนวทางเดียวคือ สร้างอีมาน(หรือศรัทธา)ต่ออัลลอฮฺ ยำเกรง เกรงกลัวในอานาจของพระองค์ และคนที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺเขาจะต้องทำทุกอย่างที่อัลลอฮฺทรงรักและทรงชอบ และละทิ้งทุกอย่างที่อัลลอฮฺไม่ทรงโปรด

ท่านมุอาซ อิบนุ ญะบัล ได้กล่าวว่า

اجلس بنا نؤمن ساعة

“จงนั่งกับเรา แล้วเราสร้างศรัทธาช่วงเวลาหนึ่ง” (เป็นคำกล่าวของเศาะฮาบะฮฺ-อะซัรฺ- ที่บันทึกโดย ซุฟยาน อัสเสารี)

สร้างศรัทธาในช่วงเวลาหนึ่งตรงนี้ หมายถึง ให้นึกถึงอัลลอฮฺ กล่าวคำระลึก(ซีกีร)ถึงพระองค์

ท่านผู้นำ อุมัรฺ อิบนุ อัลค็อฏฏอบ ได้บอกแก่บรรดสหายของท่านว่า

هلموا نزداد الإيمان فيذكرون الله

“พวกเรามาร่วมกันเพิ่มศรัทธากันเถิด โดยการนึกถึงอัลลอฮฺ”

อุไมรฺ อิบนุ หะบี หนึ่งในบรรดเศาะฮาบะฮฺ ได้กล่าวว่า

إن الإيمان يزيد وينقص

บรรดาเศาะฮาบะฮฺคนอื่นๆ ก็ถามว่า อะไรละที่ว่าเพิ่มและอะไรละที่ว่าลด

อุไมร์ตอบว่า

إذا ذكرنا الله خشيناه فذلك زيادته، وإذا غفلنا ونسينا وضيعنا فذلك نفصانه

"เมื่อเรานึกถึงอัลลอฮฺ เราก็จะเกรงกลัวพระองค์นั้นเป็นการเพิ่มอิมาน และเมื่อเราหลงลืมพระองค์ ก็จะเป็นการลดอีมาน" (บันทึกโดย อิบนุอะบี ชัยบะฮฺ)

ท่านอิบนุมัสอูด ได้กล่าวว่า “การนึกถึงอัลลอฮฺ(ซีกิร) จะทำให้อิมานงอกเงยขึนในจิต เสมือนน้ำที่ทำให้ต้นไม้งอกเงยขึ้นมา”

แล้วเมื่ออิมานเราเต็ม ความเกรงกลัวต่ออัลลอฮฺก็มั่นคง พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ พฤติกรรมที่ชั่วร้ายทั้งในสายตามนุษย์และที่อัลลอฮฺไม่ต้องการจะเกิดขึ้นอีกหรือ

มาสร้างอิมาน(ศรัทธากันเถอะ)