ใครมาแจกไม่ว่าเงิน หรือ สิ่งของ เราก็รับไว้...แต่การลงคะแนนเป็นเรื่องที่เราตัดสินใจเอง

..ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในหมู่บ้านเราที่ผ่านมา มีการแข่งขันกันสูงมากเพื่อที่จะเอาชนะกัน  จนกระทั่งถึงวันนี้บ้านใกล้ชิดกันยังไม่พูดกันเลย พี่น้องกันก็ผิดใจกันเพราะการลงเลือกตั้ง..”พ่อใหญ่ท่านหนึ่ง

      การเลือกตั้งสมาชิก อบต.ที่ผ่านมี ๓ หมู่บ้านที่เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ต้องแข่งขันกันเนื่องจากมีผู้สมัครเพียง ๒ คนซึ่งเท่ากับจำนวนสมาชิกที่กำหนด  การลงคะแนนเสียงเป็นเพียงการแข่งกับตัวเองให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด...ทำให้พี่น้องในชุมชนไม่แตกแยกแบ่งฝ่ายขัดแย้งกัน เกิดความสามัคคี และไม่สิ้นเปลืองเงินทองมากนักในการหาเสียง

“ จากประสบการณ์การเลือกตั้งสมาชิก อบต.ในครั้งที่แล้ว ชาวบ้านเราเห็นว่า  มีการใช้เงินกันไปมากมายเพื่อต้องการเอาชนะกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนในชุมชนเราแตกความสามัคคี แบ่งฝักแบ่งฝ่ายแม้กระทั่งญาติพี่น้องกันเองก็ไม่ถูกกันเพราะการลงสมัครเลือกตั้ง....

   ....ในครั้งนี้พี่น้องในชุมชนรวมทั้งผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งจึงหันหน้ามาพูดคุยกันถึงปัญหาที่เกิดจากการลงแข่งขันเลือกตั้ง  ซึ่งได้ข้อสรุปว่าควรให้โอกาสแก่ผู้ที่ทำความดีช่วยเหลือชุมชนมาแล้วได้มีโอกาสเข้าไปทำงานแสดงถึงความรู้ความสามารถ...และทางชุมชนจะให้โอกาสอย่างนี้แก่ทุกคนที่จะอาสาเข้าไปทำหน้าที่  โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าไป..”

    สำหรับกรณีซื้อสิทธิ์ขายเสียง พ่อใหญ่ท่านหนึ่ง กล่าวว่า

........ชาวบ้านเราบอกว่าใครจะมาแจกเงิน แจกสิ่งของ เรารับไว้หมด เพราะว่าเราไม่ได้เรียกร้อง...เขามาแจกเราเอง..คนละเรื่องกับการลงคะแนนเสียงของเรา เดี๋ยวนี้ชาวบ้านเราเริ่มมีความกล้า  กล้าตัดสินใจ  กล้าพูดคุย วิจารณ์ เราจะลงคะแนนให้กับคนที่เราเห็นว่าเป็นคนดี มีความสามารถ มีผลงานให้เราเห็น...ชาวบ้านมีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง..”

       ********

 ครับ  เลือกตั้ง..ประชาธิปไตย แบบไทย ไทย ที่บ้านนายูง..???? ลปรร.