เช้านี้ทั่วทุกสารทิศยังมืดมนด้วยเมฆฝน  อย่างเห็นได้ชัด

ภายนอกมืดมัวก็เพียงเพื่อธรรมชาติสอนให้ตระหนักรู้

ถึงความแปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

แต่ทว่าภายในขอให้แจ่มใสชื่นบานไว้ทุกขณะ 

ในความมืดมัวนั้นหากมองให้ดี

ก็มีอะไรหลายอย่างที่ซ่อนเร้นให้เราได้เรียนรู้ 

เพื่อเท่าทันแห่งวิถีสู่มรรคาชีวิตแฝงอยู่

พยายามหาสิ่งที่ดีๆในแต่ละสภาวะที่เราปฏิสัมพันธ์อยู่ให้จงได้

แล้วนำมาถอดรหัสประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างอิ่มเอิบใจ

ตอนเด็กๆยังจำได้ตราตรึงใจที่เรียนหนังสือชั้นประถม  

คุณครูในดวงใจท่านหนึ่งเข้ามาสอน

แล้วหยิบกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่ง ขึ้นมาชู

กระดาษนี้มีจุดดำอยู่ตรงกลางจุดหนึ่ง

คุณครูก็ถามว่า..นักเรียนเห็นอะไรบ้าง?

ธรรมฐิตยังจำได้ในตอนนั้นว่ายกมือขึ้นแล้วแย่งตอบก่อนใครอื่นว่า

..สีดำครับคุณครู..

เพื่อนในห้องก็ตอบเหมือนกันทุกคน

คุณครูพูดว่า แล้วเธอไม่เห็นสีขาวของกระดาษขาวแผ่นนี้เหรอ?

หลังจากนั้นคุณครูก็อธิบายเกี่ยวกับความดี-ชั่วในการมองคน

และปรากฏการณ์ที่เราจะพานพบในชีวิต

แต่ตอนนั้นไม่ค่อยเข้าใจอะไรหรอก

จากวันนั้นจนมาถึง  ณ  เวลานี้  ยี่สิบกว่าปีแล้วสินะ

คุณครูพยายามสอนให้ตระหนักรู้ในการใช้ชีวิตแห่งการอยู่ร่วมกันมา

ให้ศิษย์ตัวน้อยๆผู้น่ารัก(ชมตัวเองก่อน)

ว่าสิ่งที่ดีๆในสังคมนั้นมีเยอะแยะมากมายที่จะให้เรามอง 

แต่คนเราพยายามเลือกมองในด้านลบของผู้อื่นมากกว่า 

หากว่าคนนั้นหรือสิ่งนั้นเราไม่ถูกใจไม่ชอบใจเรา

 แต่เราควรพยายามหัดมองสิ่งดีมากกว่าสิ่งที่ไม่ดีของเขาสิ

 โดยเฉพาะเวลาที่เรามองคนรอบข้างเรา หากเรามองด้านบวกในข้อดีของเขา

ก็จะรู้สึกสบายใจ และเพิ่มบรรยากาศที่ดีโดยรอบข้างได้อย่างดีทีเดียว...

ท่านละมองสิ่งที่รอบข้างตัวเองในด้านบวกหรือลบมากกว่ากัน

ธรรมะสวัสดีขอรับ..