รูปแบบที่บิดๆเบี้ยวๆในการหล่อหลอมคน... ก็คงจะได้คนบิดๆเบี้ยวๆตามมา

การประเมินคุณภาพงานบริการของวิสัญญี รพ.ศรีนครินทร์(รอบ Reaccreditation) น่าจะผ่านไปด้วยดีค่ะเพราะไม่มีอะไรต้องให้เพิ่มเติมจากคณะกรรมการ

 ขอแสดงความชื่นชมยินดีกับทีมวิสัญญีของเราที่เข้มแข็งค่ะ

...และอยากจะบอกว่า เราต้องไม่ประมาทด้วยการหยุดนิ่ง หรือปล่อยไปเรื่อยๆตามธรรมชาติ เพราะการผ่านการรับรองคุณภาพไม่ใช่เป้าหมายหน่วยงานที่แท้จริง

 เป้าหมายของวิสัญญีคือ การให้บริการระงับความรู้สึกแก่ผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ (Quality of Anesthsia Care)  ปลอดภัยโดยต้องได้เห็นผลลัพธ์โดยเฉพาะผลลัพธ์ทางคลินิก(Clinical Outcome)ที่ดีขึ้น หรือมีการใช้กระบวนการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (Continuous Quality Improvement) รวมทั้งการใช้เครื่องมือคุณภาพต่างๆเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการทำงาน เช่น การใช้ข้อมูลการวิจัยมาสนับสนุน, การใช้ R2R, Failure Mode Effect Analysis (FMEA) หรือ Trigger Tool เป็นต้น

มีการ Update มาตรฐานโรงพยาบาลใหม่ แล้วเสร็จในปี 2549 และจัดพิมพ์ครั้งแรกในเดือนกันยายน 2551  เป็นมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพ(พรพ.) หรือสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาลและสถานพยาบาล(สรพ.)ในปัจจุบัน 

  ...เกณฑ์คุณภาพปรับเปลี่ยนโดยบูรณาการมาตรฐาน HA(เดิม), HPH และ TQA เข้าด้วยกัน นั่นคือความยากของการตอบคำถามให้ตรงโจทย์...ในช่วงเวลาสั้นๆของ รพ.ศรีนครินทร์ 

  การที่กล่าวว่า ปล่อยให้ทำงานกันอย่างเป็นธรรมชาติๆด้วยความรู้สึกว่าเรามีคุณภาพอยู่แล้วนั้น...ถือว่า...ทำงานอยู่บนความประมาท เพราะโดยธรรมชาติย่อมเกิดความเสื่อมลงของทุกๆอย่าง

  • มนุษย์เสื่อมลงด้วยสังขาร  การทำหัตถการอาจผิดพลาดหากขาดการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ เพราะธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์คือ...การลืม...
  • เครื่องมือ  อุปกรณ์เครื่องใช้ก็เสื่อมคุณภาพลงตามกาลเวลาด้วยเช่นกัน
  • บุคลากรในโรงเรียนแพทย์ปรับเปลี่ยน หมุนเวียนตลอดเวลา 
  • ระบบและคนต้องให้เหมาะสมและทันสมัย ไวต่อการเปลี่ยนแปลงเพราะภาวะคุกคามมีมาก  ยากต่อการควบคุม
  • ความใส่ใจ ในการดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยแบบใกล้ชิดอาจลดน้อยลงเพราะหันไปให้ความสนใจกับสารสนเทศ IT มากขึ้น  จึงดูคล้ายบุคลากรขาดความใส่ใจในบริการใกล้ชิด เป็นเหตุให้เกิดการฟ้องร้องได้ง่ายมากขึ้น
  • การละเว้น ละเลยซึ่งการกำกับบุคลากรใหม่ใกล้ชิด หรือบุคลากรใหม่ประมาท เชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป ไม่ปรึกษาผู้ที่ชำนาญกว่าด้วยขาดทักษะ ระบบการปรึกษารองรับทำให้โอกาสพลาดมีมากและส่งผลกระทบทันทีต่อผู้ป่วย 

...ยกเว้นว่า ธรรมชาติขององค์กรคือ การที่ทุกคนหมั่นทบทวน และพัฒนาตนเองอย่างมีเป้าหมายและสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันคุณภาพบริการที่ลดลงตามธรรมชาติดังกล่าวข้างต้น นั่นคือ การประกันคุณภาพตนเองให้ได้ ต้องทำให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรให้ได้จริงๆ... 

 

ใช่ว่าจะยอมปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติโดยขาดทิศทางที่ชัดเจน ขาดระบบสำคัญในการกำกับ ควบคุมที่ดี

และที่สำคัญ...

ต้นไม้ยังต้องการปุ๋ย...  หากขาดอาหาร แม้ว่ามันจะยังไม่ตายให้เห็นคาตา แต่ในไม่ช้าก็คงจะไม่ออกดอกออกผลให้ใครเก็บเกี่ยวได้อีก  หมดอาหาร(บุญ)เก่า... หรือหมดไฟ  ก็คงเหี่ยงแห้งเฉาตายไปในที่สุด

หันกลับมาดูแลใส่ใจมันบ้าง จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง...อิอิ