ระหว่างความรักกับเงินตราสิ่งใดมีค่ามากกว่ากัน หลายคนก็คงเคยคิดเปรียบเทียบกัน คำตอบที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเจอสถานการณ์ใดในขณะที่กำลังคิดหาคำตอบนี้ แต่มันก็คงเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบในยุคสมัยที่ปากท้อง ความอยู่รอด และทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่ เราเรียกว่ากันว่า เงิน

ความรักกับเงินตรา  สิ่งใดมีค่ามากกว่ากัน

                ระหว่างความรักกับเงินตราสิ่งใดมีค่ามากกว่ากัน หลายคนก็คงเคยคิดเปรียบเทียบกัน คำตอบที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเจอสถานการณ์ใดในขณะที่กำลังคิดหาคำตอบนี้ แต่มันก็คงเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบในยุคสมัยที่ปากท้อง ความอยู่รอด และทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่ เราเรียกว่ากันว่า เงิน

                เราจะตีค่าความรักเป็นเงินตราก็ไม่แปลกอะไรสำหรับยุคนี้ แต่ถ้าจะกล่าวถึงในห้วงอดีตที่ผ่านมา เมื่อพูดเรื่องความรักแล้ว คงไม่มีสิ่งใดจะมีค่ามากไปกว่าความรักอีกแล้ว  หลายต่อหลายคนยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งรักแท้ รักที่คงมั่นและมั่นคง  หลายคนคงเคยฟังตำนานความรักที่มั่นคงของคนสองคนที่ยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อที่จะให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตำนานของสะพานแห่งความรัก สะพานรักสารสิน” ที่ที่ชายหญิงคู่หนึ่งใช้ผ้าขาวม้าผูกตัวให้ติดกันก่อนที่กระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตาย สาเหตุเพียงเพราะว่าความรักของทั้งสองถูกกีดดกันขัดขวาง เนื่องจากว่าฐานะที่ไม่คู่ควรกัน ชายเป็นเพียงคนขับรถจนๆ หญิงเป็นครู สุดท้ายความรักก็จบลงตรงที่ความสูญเสียแต่ในความสูญเสียนั้นได้กลายมาเป็นตำนานให้คนรุ่นหลังได้กล่าวขาน และจดจำถึงความรักที่คงมั่นและมั่นคง นี้ไปตราบนานเท่านาน

                แต่ยุคปัจจุบัน ผู้คนในสังคมนี้มีแต่ความหลอกลวง สวมหน้ากาเข้าหากัน สังคมที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ตีค่าของความเป็นคนด้วยเงินตราในสังคมที่วุ่นวายของทุกวันนี้ ยากที่จะหาความจริงใจ ความซื่อสัตย์ที่จะมีให้แก่กันเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ความรัก ความจริงใจ และความซื่อสัตย์จะไม่มีหลงเหลืออยู่ในยุคนี้

                ในมุมมองของผู้เขียน ขอย้ำนะครับว่าเป็นมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเอง สำหรับยุคนี้แล้วเงินตราคงจะมมีค่ามากกว่าความรักอย่างแน่นอน เพราะโดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนพบเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้คิดได้อย่างนั้นหลายต่อหลายครั้ง เป็นต้นว่ายอมขายตัวเองเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความเป็นอยู่ที่สบาย โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง คนรอบตัวและความรู้สึกของของใครหลายๆคน แล้วยังอีกหลายต่อหลายเหตุการณ์ ผู้เขียนไม่อยากจะกล่าวถึง เพราะมันทำให้รู้เกิดความรู้สึกในเชิงลบกับสังคมปัจจุบัน ถึงแม้จะมีหลายคนบอกว่านั้นมันเป็นสิทธิ์ของบุคคลคนนั้นที่เขาจะเลือก ในสิ่งที่เขาต้องการก็ตาม ถึงอย่างไรก็ยังคงตีค่าเงินตรามากกว่าความรักอยู่ดี  เหตุผลที่หลายต่อหลายคนมักนำมาอ้างอย่างหนึ่งคือ “ความรักมันกินไม่ได้ เงินเท่านั้นที่ทำให้ท้องอิ่ม นอนหลับ ใช้ชีวิตได้ตามใจปราถนา” แล้วคุณคิดเห็นเป็นเช่นไร โปรดบอกกล่าว (เชิญแสดงควมคิดเห็นด้วยนะครับ ผู้เขียนเองโลกทัศน์อาจไม่กว้างพอ ยินดีรับฟังความคิดเห็น จากที่ต่างๆในผืนแผ่นดินนี้ครับ)