การทำวิทยานิพนธ์เป็นเรื่องกล้วยๆสำหรับบางคนแต่เป็นเรื่องหินๆสำหรับบางคน..นั่นคือความแตกต่างระหว่างบุคคล

การเรียนในระดับปริญญาโทนั้นเป็นเรื่องลำบากสำหรับครูอ้อยเล็กมาก..เพราะมีความรู้สึกว่าตนเองนั้นมีความถนัดในเรื่องของกิจกรรมมากกว่าการมานั่งเขียนเอกสารอะไรต่อมิอะไรแต่นั่นก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเราเลือกที่จะเรียนแม้จะกระท่อนกระแท่นฝืนความรู้สึก ขัดแย้ง ตลอดเวลาของการเรียน แต่ครูอ้อยเล็กก็ยอมรับว่าการเรียนที่กระท่อนกระแท่นนี้ไม่ใช่หรือ..ที่มีส่วนหล่อหลอมเราให้แข็งแกร่ง..และก้าวข้ามความไม่รู้มาสู่การเรียนรู้ที่เป็นขั้นเป็นตอนเป็นระบบ..จากที่มันระเนระนาดตามความคิด..ก็จัดให้มันเข้าที่เข้าทางซะ..เขียนให้มันถูกต้องตามหลักวิชาการอันเป็นที่ยอมรับของสากลนิยม..เพื่อนๆพี่ๆน้องๆตลอดจนครอบครัวก็เป็นกำลังใจให้ตลอด..และความเป็นพี่ใหญ่ของบ้านน้องๆจะบอกเสมอเลยว่าพี่ได้เรียนแล้วก็เอาให้จบซิ..ประกอบกับทางมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ครบวาระการมีสภาพเป็นนักศึกษาของมสธ.แล้วสามารถสมัครใหม่เพื่อมาเป็นนักศึกษาของมหาลัยได้โดยการโอนชุดวิชาที่มีอยู่เดิมมาได้และทำในเรื่องของวิทยานิพนธ์ที่ยังไม่สำเร็จต่อได้..ครูอ้อยเล็กจึงขอกลับมาสู้อีกครั้ง..

 

นึกถึงภาพความหลังที่ในภาพนี้มี ทั้งผู้ที่จบไปแล้วและยังไม่จบ..แต่ก็ได้ให้คำมั่นสัญญากันก่อนจากกันทุกคนว่าจะไม่ทิ้งการเรียน..ส่วนผู้ที่จบแล้วก็จะให้กำลังใจต่อกันว่า..พร้อมที่จะให้คำปรึกษาทุกเมื่อ..และเราก็รักษาคำมั่นนั้นกันทุกคน..ผู้ที่จบแล้วก็ยังโทรหากันถามความเคลื่อนไหวกันตลอด..ผู้ที่ยังไม่จบเหมือนกันก็โทรหาชักชวนกันมาเรียนตลอด..

ให้กำลังใจตัวเองเสมอว่า..ไม่สายและไม่แก่เกินเรียน..

ที่สำคัญประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนของตนเอง..ทำให้เราสามารถให้กำลังใจแก่นักเรียนของเราได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าให้สู้..เพราะรู้ว่าครูก็ไม่แตกต่างไปจากพวกเธอ..แต่ครูมีวุฒิภาวะสูงกว่าพวกเธอเท่านั้น..ครูรู้และเข้าใจในความแตกต่างระหว่างบุคคล..แต่ครูขอเป็นแบบอย่างที่ว่า..เราจะไม่แพ้ต่ออุปสรรคการเรียนใดๆ..ด้วยหัวใจที่สู้เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้เลย..

ปล.เพื่อนชาวโกทูโนที่คิดถึง..ถ้าห่างหายไปบ้างก็ให้คิดว่าครูอ้อยเล็กกำลังหัวฟูอยู่นะคะ..