บัณฑิตศึกษาเพื่อชุมชน

  ติดต่อ

บัณฑิตศึกษาเพื่อชุมชน


          เมื่อวานผมไปประชุมที่ ม.อุบลฯ   เพื่อหารือกันเรื่องการจัดบัณฑิตศึกษาแนวใหม่   ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาชีวาลัยของครูบาสุทธินันท์  ปรัชญพฤทธิ์,   พ่อคำเดื่อง  ภาษี   และปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสานท่านอื่น ๆ กับ ม.อุบลฯ


          ที่ว่าเป็นบัณฑิตศึกษาแนวใหม่ก็เพราะนักศึกษาจะปฏิบัติงานเรียนรู้และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชาวบ้าน   เป็นเวลา 80%   เรียนที่มหาวิทยาลัยเพียงไม่เกิน 20% ของเวลาทั้งหมด


          ย้ำว่าหลักสูตรนี้เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติ   และนักศึกษาภายใต้ความร่วมมือของ มหาชีวาลัย – ม.อุบลฯ – สคส.   จะเรียนจากการปฏิบัติร่วมกับชาวบ้าน   โดยมีปราชญ์ชาวบ้านเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมกับอาจารย์ของ ม.อุบลฯ   การเรียนรู้แบบนี้ก็คือการเข้าไปทำ KM ร่วมกับชาวบ้าน  นั่นเอง


          ชื่อของหลักสูตรนี้คือ   “พัฒนบูรณาการศาสตร์มหาบัณฑิต”


          ครูบาสุทธินันท์บอกว่าท่านมีวิธีปฏิบัติแบบแหวกแนวสุด ๆ คือจะจูงมือลูกศิษย์ไปกู้เงินธนาคาร 1 ล้านบาท   เอามาซื้อที่ 10 ไร่   ราคาไร่ละ 3 หมื่นบาท   รวมค่าที่ดิน 3 แสนบาท   ที่เหลือเอามาลงทุนปลูกไม้ยืนต้น   และพืชอื่น ๆ เพื่อหารายได้   เรียน 3 ปีจบปริญญาโท   จะขายที่ผืนนั้นได้ราคามากกว่า 1 ล้านบาท (ถ้าจะขาย)


          ใครสนใจเรียนติดต่อครูบาสุทธินันท์ได้ที่  โทรศัพท์  01-760-1337   โปรดอย่ามาสมัครที่ สคส. เพราะทางปราชญ์ชาวบ้านจะเป็นผู้คัดเลือกหรือสรรหานักศึกษา


          สคส. เข้าไปร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้มีการสร้างนักจัดการความรู้ท้องถิ่น   สำหรับเมื่อจบการศึกษาแล้วก็อยู่ทำงานเป็น “คุณอำนวย” การจัดการความรู้ในท้องถิ่น

 

           

              ครูบาสุทธินันท์  ปรัชญพฤทธิ์                   บรรยากาศการประชุม

 


                                                                                      วิจารณ์  พานิช
                                                                                         15 ก.ค.48

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand

หมายเลขบันทึก: 3006, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 13:56:58+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #uncategorized

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (1)

น้ำ (pr)
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วมีข้อสงสัยค่ะว่า

1.บัณฑิตที่ยากจนจะนำหลักทรัพย์อะไรไปค้ำประกันเงินกู้

2.บัณฑิตป.ตรีจะต้องจบสาขาไหน จำกัดไหมค่ะ

3.แล้วบัณฑิตจะต้องเป็นคนในพื้นที่หรือเปล่าค่ะ เพราะเห็นบอกว่าจะจูงมือไปซื้อที่ 10 ไร่ไร่ละ 30,000 ซื้อได้ที่ไหน