ทำไมพอฝนตก เราจึงเหงาและคิดถึงคนที่เรารักและผูกพัน เก็บมาฝากจากวันฝนตกวันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับสายฝนปรอย ๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มทำให้ผู้เขียนรู้สึกเหงาอย่างไรไม่รู้ ซึ่งเป้นความเหงาที่ไม่มีเจตนาจะเหงาและไม่เคยคิดที่จะทำให้ตัวเองเหงา

สายฝนกับความเหงา

           วันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับสายฝนปรอย ๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มทำให้ผู้เขียนรู้สึกเหงาอย่างไรไม่รู้ ซึ่งเป็นความเหงาที่ไม่มีเจตนาจะเหงาและไม่เคยคิดที่จะทำให้ตัวเองเหงา ผู้เขียนจึงถือโอกาสโยนความผิดให้กับดินฟ้าอากาศซะเลย ไม่ใช่เราเหงาสักหน่อย ดินฟ้าอากาศต่างหากที่เหงา ฮิ ฮิ เข้าข้างตัวเอง เลยไปหาเหตุผลที่พอจะสนับสนุนให้ความคิดเข้าข้างตัวเองนั้นพอมีน้ำหนักจะฟังขึ้นบาง เลยไปค้นเจอเรื่องเล่า เกี่ยวกับสายฝนกับความเหงามาเล่าสู่กันฟังครับ 

ทำไมพอฝนตก เราจึงเหงาและคิดถึงคนที่เรารักและผูกพัน

<TABLE id=story_body style="DISPLAY: block; WIDTH: 100%; HEIGHT: 465px" align=center border=0>

                   เมื่อก่อนนี้ ท้องฟ้า แผ่นดิน และผืนน้ำ เป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสามอยู่ใกล้ชิดติดกัน จนกระทั่งโลกได้กำเนิดพืชและสัตว์ขึ้นแผ่นดินและผืนน้ำก็มัวแต่ดูแลเอาใจใส่พืชและสัตว์ จนละเลยและไม่สนใจท้องฟ้า ท้องฟ้าก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ และถอยตัวห่างออกไป ห่างออกไปทุกที ทุกที จนถึงวันที่มีนกตัวแรกออกโบยบิน แผ่นดินและผืนน้ำจึงได้รู้ว่าท้องฟ้าได้จากไปไกลแสนไกล แผ่นดินและผืนน้ำพยายามส่งเสียงเรียกท้องฟ้า แต่ท้องฟ้าอยู่ไกลมาก เลยไม่ได้ยิน นกตัวนั้นจึงอาสาที่จะไปบอกกับท้องฟ้า นกก็บินขึ้นสูง สูงขึ้น สูงขึ้น และส่งเสียงเรียก แต่เสียงนกนั้นเบาเกินไป ไปไม่ถึงท้องฟ้า แต่นกก็สัญญาว่า ต่อไปนี้นกทุกตัวจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อนำข่าวจากแผ่นดินและผืนน้ำไปบอก ผืนน้ำและแผ่นดินรู้สึกเศร้าใจที่เพื่อนได้ห่างออกไปไกล และคิดถึงเพื่อนเหลือเกิน ผืนน้ำพยายามที่จะม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่า แผ่นดินพยายามยกตัวสูงจนตั้งตระหง่าน แต่นั่นก็ยังสูงไม่พอ ยังไม่ใกล้ท้องฟ้า พระอาทิตย์ซึ่งเฝ้ามองดูเหตุการณ์มาโดยตลอด ก็บอกกับทั้งสองว่า \"เราอาจจะช่วยพวกเจ้าได้\" พระอาทิตย์จึงอาสาช่วย โดยการส่องแสงลงมายังผืนน้ำและแผ่นดิน ทำให้ระเหยกลายเป็นไอ ลอยไปรวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ ลอยขึ้นไปบอกข่าวแก่ท้องฟ้า เล่าเรื่องราวต่าง ๆ เป็นรูปตามที่ แผ่นดินและผืนน้ำได้พบเจอมา และบอกว่าแผ่นดินและผืนน้ำคิดถึงมาก อยากให้ท้องฟ้าลงมาสนิทแนบชิดเหมือนเมื่อก่อน ท้องฟ้าได้รับรู้เรื่องราว ก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็กลับลงไปไม่ได้ \"ฉันกลับลงไปไม่ได้หรอก เพราะฉันเติบโตขึ้น และอยู่สูงเกินไป ลงไปไม่ได้แล้ว ฉันได้แผ่ขยายตัวเองจนกว้างขวาง ที่ฉันทำได้ก็เพียงแต่เฝ้ามองดูอยู่ไกลๆ และโอบกอดแผ่นดินและผืนน้ำไว้อย่างอ่อนโยนเท่านั้น และถึงแม้จะมีนกบินมาส่งข่าว แต่ฉันก็ยังคิดถึงแผ่นดินและผืนน้ำและอยากจะบอกกับทั้งสองว่า ฉันเองคิดถึงเพื่อนมากมายเพียงใด \"ก้อนเมฆก็ตอบว่า\"อยู่บนนี้นานๆก็เหงาเหมือนกัน บางทีก็อยากกลับลงไปข้างล่างบ้าง\" ท้องฟ้าเลยบอกว่า\" ฉันก็เหงาเหมือนกัน แต่ว่าฉันกลับลงไปไม่ได้ แต่เจ้าลงไปได้นี่ ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งเจ้ากลับลงไป และความคิดถึงของฉันก็หนักมากพอที่จะส่งพวกเจ้าลงไปหมดทั้งท้องฟ้า\" จากนั้นก้อนเมฆทั้งหมดก็รวมตัวกัน และรวมเข้ากับความคิดถึงอันมากมายของท้องฟ้า แล้วตกลงมาเป็นหยาดฝน ส่งผ่านความรัก ความคิดถึงมายังแผ่นดินและผืนน้ำ \"จึงไม่แปลกถ้าเมื่อใดที่ฝนตกแล้วเราจะรู้สึกคิดถึงคนที่เรารักคนที่เราผูกพัน และบางครั้งท้องฟ้าก็ส่งความเหงาลงมาด้วย\"

<TD width=30>

 

...ฝนหยาดสุดท้าย...หัวใจหวั่นไหวให้ตรม
ซ่อนรอยน้ำตาขื่นขม ร้าวระบมสุดที่จะฝืน
ถึงคราวจำพราก โศกช้ำ...กล้ำกลืน
ฉันนอนซบหมอนสะอื้น
ค่ำคืนผวาโศกศัลย์
ฝนหลั่งสั่งฟ้า...นิจจาจำร้างห่างกัน...
อย่าลืมรักเคยผูกพัน ทุกคืนวันอย่าลืมเสน่หา
ถึงกายจะห่าง แต่รัก...อย่าลา
เธอเคยสัญญาไว้ว่า
จะมาเมื่อฝน เยี่ยมเยือน
จง...หมั่นจำความหลังอย่าลืม
สองเรา เคยรักเคยปลื้ม
ด่ำดื่มจำไว้อย่าเลือน
คอย ฉันคอยจนฝนใหม่เยือน
หวั่นเกรงรักลวงลอยเลื่อน
เพื่อนใจอยู่ไหนไม่มา
ฝนหยาดสุดท้าย...เขาใยปล่อยฉันให้คอย
ส่งกระแสใจเลื่อนลอย
หลงรอคอย คอยร่ำเรียกหา
ฝนเอยอย่าด่วน สิ้นร้าง...สร่างซา
เพราะชื่นหัวใจของข้า
ไม่มาฝนจ๋า ข้าตรม
.ฝนหยาดสุดท้าย...เขาใยปล่อยฉันให้คอย
ส่งกระแสใจเลื่อนลอย
หลงรอคอย คอยร่ำเรียกหา
ฝนเอยอย่าด่วน สิ้นร้าง...สร่างซา
เพราะชื่นหัวใจของข้า
ไม่มาฝนจ๋า ข้าตรม...

 

เก็บมาฝากขอรับ..