แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร กระบวนการเรียนรู้ และกระบวนการดำเนินงานของกลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อการดำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และปลุกขวัญประชาชนให้ตื่นมาทำหน้าที่ของตน ก็เป็นการแสดงบทบาทของพลเมืองแล้วอย่างน่าชื่นชม

                ฮื้อประชาชนปี่น้องตั้งหลาย            

ตึงหญิงตึงจายชาวไทยทั่วหน้า

อดีตมีจน ประชาชนทั่วหล้า                              

ชาวไฮ่ชาวนา ก็ประชาธิปไตย

พี่น้องอาวอา อยู่แห่งหนไหน                           

เฮาเป็นคนไทย มีอำนาจว่าอั้น

ประชาชนตึงวัน ฮื้อมีอำนาจแต้แต้

                หื้อตั๋วของเฮา นี้ยังจ้วยตน                หื้อประชาชน มีอำนาจบ่น้อย

ในความต้องการของประชาชนเรียบร้อย                มีอำนาจบ่น้อย กว่าราชการ

หื้อมีสิทธิทัดเทียมเท่ากั๋น                                 หน้าที่การงานการเงินว่าอั้น

ให้พี่น้องจ้วยกั๋นในวันนี่แล้ว.

              นี่เป็นส่วนหนึ่งของบทซอ ที่ถ่ายทอดจากกลุ่มเยาวชนบ้านร่องเห็ด  ตำบลบ้านแหง อำเภองาว  จังหวัดลำปาง ภายใต้โครงการ "กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นแก่เยาวชน ด้านการขับร้องเพลงซอพื้นเมืองเพื่อเสนอแนวคิดการเมืองภาคพลเมือง" โดยการสนับสนุนของสถาบันพระปกเกล้า

(เยาวชนในโครงการ)

         ซอ  คือ ศิลปะการแสดงอีกประเภทหนึ่งของล้านนา  การแสดงเป็นลักษณะของการขับขาน หรือการร้องร้อยกรองที่มีฉันทลักษณ์เฉพาะและมีเครื่องดนตรีประกอบโดยมีท่วงทำนอง ต่าง ๆ แตกต่างกันไป  โดยจะเป็นการร้องโต้ตอบซึ่งกันและกันระหว่างช่างซอชายและช่างซอหญิง ภาษาพื้นถิ่นเรียกว่า “คู่ถ้อง” เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการขับซอของจังหวัดเชียงใหม่ใช้ปี่จุม  ส่วนซอแถบจังหวัดน่านจะใช้สล้อ ซอ ซึง  การร้องขับขานมีทั้งร้องตามบทและร้องตามปฏิภาณไหวพริบ โดยจะนำเอาเหตุการณ์ต่าง ๆ มาพรรณนาโวหารตามลักษณะของการบังคับฉันทลักษณ์ของแต่ละทำนองซอ 

         ผมได้เลือกเอาการแสดงซอพื้นเมืองนี้มาเป็นสื่อในการถ่ายทอดแนวคิดการเมืองภาคพลเมืองสู่ประชาชน เพราะโดยหน้าที่ของการจ้อย การซอ ก็เพื่อถ่ายทอดคติธรรม แง่คิด เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ต่าง ๆ อยู่แล้ว หากเอาแนวคิดการเมืองภาคพลเมืองมาถ่ายทอดสู่ประชาชนด้วยก็มีความเชื่อว่าจะง่ายต่อการทำความเข้าใจแนวคิดดังกล่าว

        โดยที่ "การเมืองภาคพลเมือง" นั้นได้ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงอยู่บ่อยครั้งในปัจจุบัน ทั้งนี้เพราะการพัฒนาโดยรัฐเป็นเจ้าภาพทั้งหมดที่ผ่านมาไม่ได้สร้างเสริมคุณภาพประชากรของประเทศแต่อย่างใด หากแต่เป็นการผลักไสประชาชนให้เป็นเพียงไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ของระบบอุปถัมภ์ ไม่มีอำนาจ ไม่กระตือรือร้น ไม่แยแสต่อความสูงต่ำของสังคม ความร่วมไม้ร่วมมือ การพึ่งพาตนเองและพึ่งพากันเองในชุมชนก็พลอยหดหายไปด้วย

       ทำอย่างไรจะให้ประชาชนคนไทยลุกขึ้นมาแสดงบทบาทในการเป็นเจ้าของแผ่นดินอย่างเต็มภาคภูมิ ได้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้เกี่ยวข้องต้องหาวิธีการ ซึ่งในส่วนหนึ่งนั้นรัฐธรรมนูญได้เปิดโอกาสให้พลเมืองทั้งหลายมีสิทธิอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว หากเพียงแต่จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจสิทธินั้น และพร้อมที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

       ที่บ้านร่องเห็ด อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านที่พยายามร่วมกันถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ลูกหลาน โดยเฉพาะทางด้านดนตรี การฟ้อนรำ และการจ้อยซอ ประจวบเหมาะกับที่ผมได้รับสนับสนุนโครงการวิจัยด้านการเมืองภาคพลเมือง พอดี จึงเสนอให้พ่อครูแม่ครูทั้งหลายได้สอนซอเรื่องการเมืองภาคพลเมืองแก่ลูกศิษย์ เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่ในการถ่ายทอดแนวคิดสู่ประชาชนต่อไป ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่ง 

(กลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน)

    ความอุตสาหะทั้งพ่อครูแม่ครูในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจในแนวคิดการเมืองภาคพลเมือง ก่อนที่จะร้อยกรองออกมาเป็นบทซอ และความวิริยะของกลุ่มเยาวชนที่ต่างก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการจ้อยซอมาก่อน ผ่านการฝึกฝนกว่าหนึ่งเดือนจึงสามารถขึ้นเวทีแสดงให้คนในชุมชนชมได้ ครั้งแรกอาจดูขลุกขลักและตื่นเต้น แต่พอครั้งที่สอง ที่สามทุกอย่างมันช่างดูลื่นไหลไปหมด

               

      (เยาวชนรุ่นน้องบ้านร่องเห็ด)                                            (เยาวชนรุ่นพี่จาก จ.เชียงใหม่ มาร่วมสร้างสีสัน)

      ถึงวันนี้โครงการวิจัยกำลังอยู่ระหว่างการประเมินผลว่า ผลอันเกิดจากความอุตสาหะของพ่อครูแม่ครู และของเยาวชนนั้น สามารถถ่ายทอดแนวคิดการเมืองภาคพลเมืองได้มากน้อยเพียงใด แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร กระบวนการเรียนรู้ และกระบวนการดำเนินงานของกลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อการดำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และปลุกขวัญประชาชนให้ตื่นมาทำหน้าที่ของตน ก็เป็นการแสดงบทบาทของพลเมืองแล้วอย่างน่าชื่นชม....ขอขอบคุณปราชญ์ชาวบ้าน เยาวชน และพี่น้องบ้านร่องเห็ดทุกคน มา ณ โอกาสนี้ครับ....

(พี่น้องชาวบ้านมาร่วมให้กำลังใจ)