การถอดบทเรียนของผม ไม่ยึดติดในวิธีวิทยาอย่างหนึ่งอย่างใด เพราะการยึดติดรูปแบบ จะเป็นตัวขัดขวางความก้าวหน้าในการพัฒนาความรู้ โดยเฉพาะการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ”

เมื่อแม่ต้อยเข้ามาโลดแล่นในวงการนักเขียนเรื่องเล่ามือสมัครเล่นในบล็อก go to know  แห่งนี้ในเบื้องต้นก็คือเพื่อที่จะฝึกทักษะการ เขียน การเล่าเรื่องราวต่างที่กิดขึ้นากการทำงาน แต่สิ่งที่ได้เกินกว่าความตั้งใจก็คือ แม่ต้อยได้มีโอกาสได้เรียนรู้วิธีคิด และองค์ความรู้ต่างๆมากมาย จากชุมชนในบล็อกแห่งนี้ จนเกิดความศรัทธา ที่อยากจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนวิธีคิดต่างๆอย่างลึกซึ้ง

 

“ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ หากว่าเราอยากจะทำ และเริ่มจากพลังศรัทธาของเราเอง”

ในโครงการ SHA  หรือการสร้างเสริมสุขภาพผ่านการรับรองคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ซึ่งเราต้องการใช้แนวคิดเชิงบวก การเรียนรู้ที่ต้องพัฒนาด้านจิตวิญญาณ ความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์อย่างลึกซึ้ง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ซึงแม่ต้อยทำหน้าที่สำคัญในการเป็นผู้จัดการโครงการนั้น เราต้องการเรียนรู้ ทั้งศาสตร์ และศิลปะด้านนี้ เพื่อหล่อหลอมวิธีคิดในการทำงานของเรา

และแม่ต้อยนึกถึงคนๆหนึ่ง

คุณ จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร หรือน้องเอกนั่นเอง  แต่แม่ต้อยโชคดีมากกว่านั้นเพราะว่า..

 

ในวันนี้ แม่ต้อยและทีมงานไม่เพียงแต่ได้ พบกับกัลยาณมิตร เช่นคุณจตุพร วิศิษฎ์โชติอังกูร เท่านั้น แต่ยังได้พบกับ ลุงเอก หรือ พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ  และน้อง ศิลา ที่แม่ต้อยเพิ่งเห็นกับตาว่า ตัวจริงนั้นสวยกว่าที่เห็นในรูปมากมายหลายร้อยเท่าเลยทีเดียว สำหรับชื่อจริงของน้องศิลาก็แสนไพเราะสมตัวมากๆคะ ( เรียกว่า โชคดี สามชั้น.. จริงๆน้า..)

 

ในตอนเช้าน้องเอก และน้องศิลาเริ่มการเรียนรู้สิ่งแรกที่จำเป็นในการที่จะเข้าไปทำงานกับผู้คน  มันเป็นทางลัดที่เราจะเข้าใจทั้งตนเองและคนอื่น..

 

น้องศิลา ทำให้พวกเรารู้จักตัวตนและกิเลสที่อยู่เบื้องหลัง โดยใช้แนวคิดการพัฒนาจิตด้วยนพลักษณ์ ที่อธิบายลักษณะและกิเลสของมนุษย์ ซึ่งจะเป็นแผนที่ชีวิตที่ดีในการรู้จักและการทำงานร่วมกับผู้คนที่อยู่รอบข้าง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไป เป็น ๙ ประการด้วยกัน

และความแตกต่าง ๙ ประการนี้จะมาจากฐานเดิมของมนุษย์ที่ประกอบไปด้วย ใจ สมอง กาย

ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจะมีฐาน หรือศูนย์จาก ใจ สมอง หรือกาย ซึ่งจะมีผลต่อบุคลิกภาพ ความคิด การกระทำ ซึ่งหากเรา มีความเข้าใจอย่างละเอียดอ่อน จะทำให้เข้าใจถึงแก่นหรือราก

น้องศิลา เราต้องรับรู้สิ่งเหล่านี้ด้วยความเป็นกลางและอย่างมีสติ เข้าใจผู้อื่นได้มากขึ้น

น้องศิลา เป็นวิทยากร ที่เก่งมากๆคะสร้างอารมณ์ร่วมและสร้างการมีส่วนร่วมได้สูงมากๆ ทุกคนสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาได้

การถอดบทเรียน หรือการสร้างความรู้ ให้คนอื่น เราต้องรู้ตัวเอง และเข้าใจคนอื่น  ความสำเร็จจึงจะเกิดขึ้น

แม่ต้อยชอบมาก..ชอบแบบจับใจกับคำพุดของน้องศิลาที่ว่า

“ ในทางโลก.. เรารู้เพื่อตักตวง

“ ในทางธรรม.. เรารู้เพื่อจะละ..

 

ในเวลาเพียงครึ่งวัน แม่ต้อยว่า พวกเราทีมงานได้รับสิ่งต่างๆที่เป็นประโยชน์ ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และการทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม

น้องศิลา บอกกับแม่ต้อยว่า วันนี้ที่จริงมีงานอื่น แต่ก็อยากมาช่วย เพราะน้องเอก โทรศัพท์ไปชวนให้มาให้ได้

เวลามีน้อยมาก จนแม่ต้อยต้องจัดอาหารกล่องให้รับประทานระหว่างทาง

ต้องขอขอบคุณมากๆอีกครั้งหนึ่งนะคะ  ขอขอบคุณในน้ำใจงามครั้งนี้คะ

กลางวัน จึงเหลือน้องเอก แลพี่เอก ( หรือลุงเอก) ที่ร่วมกินข้าวด้วยกันริมคลอง อันแสนสบาย  น้องเอกเล่าให้แม่ต้อยฟังว่า ใช้เวลาเกือบสองวัน ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงเกือบสี่ทุ่ม ที่จัดเตรียมเอกสารให้ทีมของสรพ.

 

แม่ต้อยรู้สึกและสัมผัสถึงความพยายามของน้องเอกทีมีให้พวกเราอย่างเต็มที่   และก่อนที่จะบรรยาย น้องเอกบอกแม่ต้อยว่า

“  การถอดบทเรียนของผม ไม่ยึดติดในวิธีวิทยาอย่างหนึ่งอย่างใด  เพราะการยึดติดรูปแบบ จะเป็นตัวขัดขวางความก้าวหน้าในการพัฒนาความรู้ โดยเฉพาะการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ”

โอ้โฮ.. นี่แทบจะเรียกได้ว่า เอาหัวใจมาถอดมาวางไว้เลย แทบจะเป็นบทสรุปของการถอดบทเรียนทั้งหมด

และเมื่อได้ฟังการบรรยายยิ่งเข้าใจได้มากขึ้นว่าชีวิตของน้องเอกนั้น มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากในเรื่องของการช่วยเหลือสังคม การทำงานในพื้นที่เสียงภัยและยากลำบากดูจะเป็นเรื่องที่น้องเอกให้ความสนใจเป็นพิเศษและทุกแห่งที่น้องเอกเข้าไปทำงานไม่ว่า ภาคเหนือ ภาคใต้ หรือที่ไหนก็แล้วแต่

 ความสามารถในการเรียนรู้ หรือที่เราเรียกว่า ถอดบทเรียนว่าสิ่งใด ดี  สิ่งใดไม่ดี หรือการบอกคุณค่าสิ่งที่มีอยู่ในแต่ละสังคมนั้น สามารถเอาจุดที่ดี มาพัฒนาต่อเนื่องไปได้ จนทำให้หลายหมู่บ้านมีการพัฒนา เป็นที่รู้จักจนกระทั่งปัจจุบัน

สิ่งสำคัญ ของการเรียนรู้ หรือการสร้างความรู้ หรือการถอดบทเรียน แล้วแต่ว่าใครจะเรียกว่าอย่างใด ขอเพียงอย่างเดียว คือ ให้มีความสุขและได้รับประโยชน์ ทั้งสองฝ่าย

ที่จริงน้องเอกได้ให้ข้อคิดมากมายเป็นรายละเอียดที่มีคุณค่ามากๆ สำหรับแม่ต้อยและทีมงาน

 

และสิ่งเหล่านี้ ทางสรพ.จะได้นำไปใช่ต่อไปอย่างแน่นอนคะ

 

 “ขอสัญญา..”

 

บ่ายแก่ๆ  เรามีท่านพลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ หรือลุงเอกทีใจดี ( แม่ต้อยจะเรียกว่าพี่เอกดีกว่าไหม?)

 

พี่เอกได้มาร่วมให้ข้อคิดดีดีมากมาย แนวคิดคือไม่ติดตำรามากเกินไป เพราะ หลายๆคนเขาอาจจะทำได้มากกว่าตำรา และทุกสิ่งที่เราคิดทำจะต้องเกิดผลดีต่อ สังคมมากๆ

 ทีนี้ 

และวิธีปฏิบัติ ที่น่าจะได้ผลดีคือ

แบบไม่เป็นทางการ ให้เป็นธรรมชาติ เพราะหากฝืนธรรมชาติจะเกิดความทุกข์แน่ๆ สอดคล้องกับวิถีชีวิต

และอย่าลืมรากเหง้า พื้นฐานของคนไทย ที่มีสุนทรียศาสตร์ ( human touch culture) และสุดท้ายคือ ควรมี สมาธิ ฝึกอารมณ์ และมีสติในการทำงาน

แม่ต้อยมีความรู้สึกว่า วันนี้ทั้งวัน พวกเรา เกิดพลังขับเคลื่อนที่ดี  อันเกิดจากศรัทธา เกิดจากความมีน้ำใจของกัลยาณมิตรอย่างแท้จริง

 

แม่ต้อยต้องขอขอบคุณ กัลยาณมิตรทั้งสามท่าน ที่ทำให้แม่ต้อยและทีมงานได้เรียนรู้  ได้กำลังใจ และมีศรัทธาในการทำความดีต่อไป

 

“  เชื่อมั่นแล้วว่า.. ศรัทธา  คือพลัง..จริงๆ”

 

สวัสดีคะ

ดวงสมร บุญผดุง