ทัศนคติเชิงบวกที่มีต่อนักเรียนทุกคน

 

       ขอนำประสบการณ์จริง สมัยที่ผมเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน โรงเรียนขนาดเล็กในชนบทที่มีครูไม่ครบชั้น   ผมเลยต้องรับหน้าที่เป็นครูประจำชั้นสอนหนังสือไปด้วย 

 

        นักเรียนในชนบทก็เป็นที่ทราบกันดีครับว่า  เป็นเด็กที่ไม่มีความพร้อมทั้งเรื่องร่างกาย  สติปัญญา  อารมณ์   และ สังคม  อันเป็นผลมาจากความยากจน และ ครอบครัวที่แตกแยก 

 

       คุณครบางท่านก็บอกไว้ล่วงหน้าเสร็จสรรพครับว่า เด็กห้องนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เรื่อง  

 

       เป็นคำพูดที่ผมฟังแล้วสะท้อนใจมากครับ    เป็นการประทับตราเด็กในทางลบที่ผมไม่ชอบเลย

 

      ก่อนเข้าไปสอน  ผมจึงกำหนด “คาถาประจำตัว”   ของผมเองในการสอนหนังสือเด็กเอาไว้ว่า 

 

       “ไม่มีใครโง่    ไม่มีใครอยากเกเร”

 

        โดยผมจะมีมุมมอง และ ปฏิบัติต่อเด็ก ด้วยคาถาประจำตัวดังกล่าว

 

          เรื่อง ไม่มีใครโง่    ในชั้นเรียน  ก็จะมีนักเรียนที่เรียนอ่อน อยู่จำนวนหนึ่ง  นักเรียนกลุ่มนี้  ผมก็จะให้เขาทำงานง่ายๆ ที่เขาพอทำได้  ผมสอนเลข  ก็จะให้ทำข้อง่ายๆ เพียงข้อเดียว โดยผมไปติดตามสอนอย่างใกล้ชิด ทุกบรรทัด ทุกขั้นตอน จนกว่าจะทำถูก  เมื่อทำถูก ผมก็จะชมเขาในความเพียรพยายามและตั้งใจ 

 

       ให้เด็กอ่อนเขาได้ประสบผลสำเร็จเรื่องเรียนตามความสามารถของเขาครับ จะหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเรื่องเรียนอ่อน (ไม่ถามเรื่องที่ตอบไม่ได้)  แต่จะเสริมจุดเด่นที่เขามีอยู่

 

        ส่วนเด็กเกเร ก็มีหลายคนครับ  พูดจาไม่ไพเราะ  แต่งตัวไม่เรียบร้อย  ไม่ค่อยมีระเบียบ   พวกนี้ ผมจะไม่บ่น  ไม่ไปต่อว่าอะไรเขา คุยกับเขาดีๆ  ให้เขาได้แสดงออกในเรื่องการเรียน ในเรื่องที่เขาถนัด  ให้เขาได้รับการยอมรับ   เขาก็จะมีระเบียบ และ เลิกเกเรไปเองครับ

 

     มาถึงตรงนี้ขอเสริมหน่อยครับ บรรยากาศในห้องเรียนที่ผมสอน   คุณครูบางท่านบอกว่าเด็กไม่มีระเบียบ  คือ ผมจะให้เด็กเขาเคลื่อนไหวโดยอิสระครับ   ให้เด็กได้แสดงออกเต็มที่   ไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่กับที่   สามารถเดินไปพูดคุยสอบถามกันได้ทั่วห้อง  เด็กจะทำงานตรงไหนก็ได้ 

 

        พอเทอมสอง มีคุณครูย้ายมา 1 คน ผมก็เลยไม่ต้องสอน  มีวันหนึ่งผมเดินผ่านเด็กอ่อนคนหนึ่งที่ผมเคยสอน    เธอพูดกับผมว่า

 

         “หนูอยากให้  ผอ.มาสอนห้องหนูเหมือนเดิมค่ะ”

 

         และเด็กผู้ชายจอมเกเร  ก็ยังไม่วายบอกว่า

 

           “ผอ.ครับ  มาสอนห้องผมเหมือนเดิมเถอะครับ" 

 

 

 

   ผมฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มๆครับ แต่ในใจนั้น ไม่ได้ยิ้มไปด้วย