เรียนรู้ที่จะมีความสุขจากสิ่งเล็กๆ รอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ใบหญ้า ท้องฟ้า หรือแม้กระทั่งรอยยิ้ม....
"ฝนตก...ยิ่งนึกถึงทีไร ก็ยิ่งชุ่มฉ่ำ อุ่นในหัวใจ....." วันนี้เป็นอีกวันที่เมฆครึ้มบนฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นหยดน้ำเล็กๆ พร่างพรมลงมาบนผืนดิน สร้างความชุ่มฉ่ำให้กับทุกชีวิต
 
 
ฤดูฝนอาจเป็นฤดูที่น่าเบื่อ เปียกแฉะสำหรับใครบางคน (โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้า และชาว กทม. คงจะไม่ประทับใจกับสายฝนเท่าไรนัก) แต่ใครอีกหลายคนกลับโปรดปรานฤดูกาลนี้....สำหรับข้าพเจ้า ฤดูฝนไม่ใช่ฤดูที่ข้าพเจ้าชอบที่สุด แต่ข้าพเจ้าก็ยังมีความสุขทุกครั้งยามมองดูสายฝนพร่างพราย...ข้าพเจ้าชอบกลิ่นหอมของดินเวลาที่ฝนตกใหม่ๆ ชอบต้นไม้ใบหญ้าหลังฝนตก พวกเค้าจะดูมีความสุขสดชื่น....หยดน้ำเล็กๆ มากมายเกาะอยู่ตามใบไม้ ใบหญ้า สร้างความสดชื่นและเติมชีวิตชีวาให้กับสรรพสิ่ง
 
หลังฝนตกวันนี้...เดินออกไปหน้าบ้าน....หยดน้ำเล็กๆ เกาะบนใบไม้ดอกไม้มองดูคล้ายเพชรเม็ดเล็กๆ ที่ธรรมชาติทิ้งร่องรอยหลังจากสายฝนได้จากไป....เอ หรือว่าเป็นรอยคราบน้ำตาที่หลงเหลือหลังจากฟ้าร้องไห้กันนะ( บางคนเปรียบเปรยว่า ฝนตกคือฟ้าร้องไห้ )
 
 
 
มองดูเจ้ามดแดงตัวน้อย กำลังชื่นชมกับหยดน้ำฝน (สังเกตเจ้ามดไปพลางคิดเรื่อยเปื่อยมดจะชอบเล่นน้ำฝนเหมือนเราตอนเป็นเด็กหรือเปล่าหนอ?)
 
 
การชื่นชมกับสิ่งเล็กๆ รอบๆ ตัว เป็นความสุขที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อหา ไม่ต้องรอทำงานเก็บเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขเหล่านั้น เมื่อใดที่ทำงานจนเหนื่อยล้า การได้มองออกไปดูดอกไม้ใบหญ้าหรือทุ่งนาสีเขียวๆ ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย...เรียนรู้ที่จะมีความสุขจากสิ่งเล็กๆ รอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ใบหญ้า ท้องฟ้า หรือแม้กระทั่งรอยยิ้ม....
 
ข้าพเจ้ามักจะวัดระดับความเครียดของตัวเองง่ายๆ หากวันใดทำงานหนัก เครียด มีแต่เรื่องให้คิดกังวลอยู่ในใจตลอดจนมองไม่เห็นแม้กระทั่งความสวยงามของสิ่งเล็กๆ รอบตัวแล้วแสดงว่าวันนั้นเครียดมากเกินไป... ชีวิตคนเราต้องการจังหวะการหยุดพักและผ่อนคลายบ้าง ต้องรักษาสมดุลของชีวิต ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป...
  
หากวันใดเครียดมากๆ ลองยิ้มให้กับธรรมชาติรอบๆ ตัวดู
 
แล้วจะรู้ว่า เค้าก็ยิ้มตอบให้เราเหมือนกัน ^v^
 
 
ปล. วันนี้มีรอยยิ้มให้กับตัวเองหรือยังคะ?