การใช้การพูดคุยแบบสุนทรียสนทนา เพื่อแก้ปัญหาครอบครัวไม่อบอุ่น

 

          จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าสาเหตุหลักของปัญหาครอบครัวเกิดจากการขาดการสื่อสารกันด้วยความรักความเข้าใจภายในครอบครัว  ระหว่างพ่อแม่ และ ลูก 

 

          นั่นคือ  พ่อแม่ มักจะเป็นฝ่ายพูดฝ่ายเดียว ด้วยการสอน  การสั่ง   การตัดสิน และ การจับผิด 

 

        ไม่ค่อยจะฟังลูกพูด  หรืออาจจะฟัง แล้ว ก็รีบตัดสินเลยตามความคิดเห็นของพ่อแม่     โดยไม่ฟังให้เข้าใจไปถึงความรู้สึกของลูก   ให้ทราบว่าลูกมีความรู้สึกอย่างไร และ ต้องการอะไร 

 

        เมื่อพ่อแม่ไม่ฟังลูก  หรือ ฟัง แต่ไม่เข้าใจ แล้วรีบตัดสินด้วยการสั่ง การสอน การจับผิด  การกระทำของพ่อแม่ดังกล่าวแทบจะไม่เกิดประโยชน์ใดขึ้นมาเลยครับ  กลับจะเป็นโทษในการทำร้ายจิตใจของลูกเสียอีก

          สิ่งที่เด็กต้องการจากครอบครัวอย่างแท้จริง  ทรัพย์สินเงินทองเป็นเรื่องรอง  ปัจจัยหลัก คือ ต้องการให้พ่อแม่รับฟังเขาพูดด้วยความรักความเข้าใจ โดยไม่ไปตัดสิน

 

          เด็กคนหนึ่ง พูดว่า “ถ้าพ่อแม่รับฟังความทุกข์ ความกังวลใจ ที่ผมได้ระบายออกมา ผมก็จะมีกำลังใจในการเรียนมากขึ้น และ มีความพยายามมากขึ้น”

 

          ดังนั้น  การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็งให้กับลูก  พ่อแม่ก็ควรที่จะฝึกรับฟังลูก โดยเป็นการฟังอย่างลึกซึ้ง ที่เรียกว่าสุนทรียสนทนา  เป็นการฟังแบบ 

 “ฟังความรู้สึกของลูกให้เข้าใจ โดยไม่ไปตัดสิน” 

 

“ฟังแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา”  

 

 “ฟังแบบ I  in You” 

 

        การฟังแบบสุนทรียสนทนาดังกล่าว  จะทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งทางจิตใจจากการที่เขารู้ว่าพ่อแม่ มีความรักความเข้าใจและยอมรับในตัวเขา  ทำให้ตัวเขาเองมีความภาคภูมิใจในตัวเอง ด้วยคุณค่าในเกียรติและศักดิ์ศรี ที่ได้รับการยอมรับจากพ่อแม่

 

 

          ที่นี้มาพูดถึงการจัดทำเวทีครอบครัวสุขภาวะที่ผมดำเนินการที่ผ่านมา   กิจกรรมหลักที่เป็นหัวใจของเวทีครอบครัวสุขภาวะ คือ การสร้างบรรยากาศการสื่อสารในครอบครัว ด้วยการสื่อสารแบบสุนทรียสนทนา”

 

         (พูดมาถึงตอนนี้ ก็ต้องขอกล่าวถึงกิจกรรมครอบครัว ที่มักจะบอกว่าสร้างครอบครัวอบอุ่น ด้วยการนำครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่มีการสื่อสารแบบสุนทรียสนทนาภายในครอบครัว  ผมว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจอะไรมากมายเลยครับ  แค่ให้มาคุ้นเคยกันภายนอก แต่ภายในจิตใจก็ยังห่างเหินกันเหมือนเดิม)

 

          ซึ่งกว่าจะถึงบรรยากาศของการสุนทรียสนทนาในการปรับความเข้าใจกันในตอนท้าย   ก็จะต้องอุ่นเครื่องปูพรม ให้เกิดพื้นที่ที่ปลอดภัย  พื้นที่แห่งความเป็นกันเอง  และ พื้นที่แห่งความไว้วางใจเสียก่อน   ครอบครัวจึงจะเปิดใจ

 

         เมื่อแต่ละฝ่ายเปิดใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวแล้ว  เคล็ดลับสำคัญของการแก้ปัญหาอยู่ที่ผู้นำกระบวนการ (ครูกระบวนกรFacilitator)  ก็จะต้อง “เคลียร์”  ปัญหา โดยเป็นการเคลียร์จากภายในของแต่ละฝ่าย  นั่นคือ  เมื่อพ่อแม่ และ ลูก พิจารณาปัญหาจากมุมมองของทั้งสองฝ่าย  และร่วมกันแก้ปัญหานั้นด้วยกัน  ฝ่ายลูกก็จะมีแนวโน้มที่จะร่วมมือแก้ปัญหา

 

       เรียกว่าเป็นการเคลียร์ปัญหาจากภายใน ด้วย สุนทรียสนทนา ครับ

 

        กระบวนกร  บางท่าน  ไม่เข้าใจการเคลียร์จากภายใน  ไม่เข้าใจเคล็ดลับตรงนี้  ก็มักจะรีบเป็นผู้แก้ปัญหาให้  โดยเป็นการเคลียร์จากภายนอก  เป็นการเคลียร์ที่ไม่ถูกต้องครับ เรื่องภายในครอบครัวเขา   ครอบครัวเขาจะรู้ดีที่สุด  ให้เขาเคลียร์กันเองครับ

 

         ผมว่า “สุนทรียสนทนา”  เป็น “ยา” รักษาครอบครัวที่ไม่อบอุ่นได้นะครับ  “ลองดู”  ครับ