อารมณ์ดี
เราเกิดมาจากไหนก็ไม่รู้ ตายแล้วไปไหนก็ไม่รู้ ไหนๆต้องอยู่ในโลกนี้แล้ว ก็อยู่ให้มันมีความสุขไม่ดีกว่าหรือ
การมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างมีความสุข มีอารมณ์ดีนั้นทำได้หลายแง่ หลายมุม หลายแบบอย่าง หลายความเห็น ไม่มีใครสามารถรวบรวมได้ครบถ้วนทุกประการ

จากประสบการณ์ชีวิตของผม ขอแนะนำ แนวทาง 3 ข้อคือ
1.มองชีวิตเป็นเรื่องดี
2.กล้าหาญที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งในชีวิต
3.ยึดถือศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ
1.มองชีวิตแง่ดี อย่างที่ผมเขียนไว้ข้างบนนั่นแหล่ะครับ เราเกิดมาจากไหนก็ไม่รู้ ตายแล้วไปไหนก็ไม่รู้ ไหนๆต้องอยู่ในโลกนี้แล้ว ก็อยู่ให้มันมีความสุขดีกว่า
มองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นกำไรชีวิต ทุกสิ่งที่เราพบเป็นเรื่องสนุกทั้งนั้น เจอคนดีก็สนุก เจอคนไม่ดีก็สนุก(สนุกที่จะรู้ได้ว่าคนไม่ดีเป็นอย่างนี้เอง)
เจอเรื่องเป็นสุขก็สนุก เจอเรื่องเป็นทุกข์ก็สนุก (คิดเสียว่าเรากำลังเดินทางผจญภัยก็แล้วกัน)
คิดดูเถอะครับคนขอทานก็หัวเราะได้ คนพิการก็ยังร้องเพลงได้ คนใกล้ตายก็ยังสงบเยือกเย็นได้ แล้วเราจะไปทุกข์อยู่ทำไม
มองชีวิตเราว่าเป็นของขวัญแสนประเสริฐ ที่พระเจ้าประทานมาให้ แล้วใช้ชีวิตให้มีความสุข ทุกอย่างที่เราพบคือกำไรของชีวิต

2.กล้าหาญที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งในชีวิต
สังเกตเถอะครับ ความไม่สบายใจส่วนใหญ่ของเรา เกิดจากความกลัวทั้งสิ้น
ตั้งแต่เด็ก กลัวสอบตก กลัวเพื่อนเกลียด กลัวครูดุ
โตขึ้นมากลัวเรียนสู้เพื่อนไม่ได้ กลัวเข้าสังคมไม่ถูก กลัวไม่มีงานทำ
เป็นผู้ใหญ่ก็กลัวครอบครัวลำบาก กลัวลูกไม่ดี กลัวถูกเจ้านายตำหนิ
ไม่ใช่เราคนเดียวที่เป็นอย่างนี้ คนทั้งโลกก็เป็นอย่างนี้
ทุกข์ของเราคือ ขาดความกล้าหาญ เราคิดสร้างเรื่อง (ทางพุทธศาสนาเรียกว่าสมมุติ) แล้วกลัวในเรื่องที่เราคิดสร้างเรื่องมาเอง
ลองคิดดูเรื่องซิครับ ทุกคนในโลกกลัวผีทั้งนั้น แต่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าผีมีจริงแม้แต่ครั้งเดียว
ดังนั้นการมีอารมณ์ดี ชีวิตมีสุขคือ กล้าหาญที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งในชีวิต

3.ยึดถือศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ
ผมเคารพทุกศาสนา ว่าเป็นสิ่งประเสริฐสุดของชีวิตมนุษย์
แต่เนื่องจากผมได้ศึกษาพุทธศาสนา มาเป็นเวลานาน จึงขอพูดถึงแต่ความประเสริฐของพุทธศาสนาเท่านั้น
พุทธศาสนา พุทธศาสนาสอนให้รู้ว่าความจริงในโลกนี้เป็นอย่างไร และเมื่อรู้ความจริงแล้วเราก็ทำตัวให้ถูกต้องกับภาวะนั้นๆ จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้
ท่านสอนว่า “เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา” เมื่อมีแก่ มีเจ็บป่วย เมื่อตายก็ไม่ต้องคร่ำครวญ เสียใจเพราะความตายเป็นเรื่องธรรมดา
ท่านสอน “โลกธรรม 8” คือ ความมีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ มีสรรเสริญ-เสื่อมสรรเสริญ ความมีทุกข์-มีสุข เป็นของคู่กัน
ท่านจึงสอนให้พอใจสิ่งที่มีอยู่ มีชีวิตอย่างพอเพียง
ท่านไม่ได้สอนให้ขี้เกียจ แต่ท่านสอนให้ทำงานเต็มที่ (อิทธิบาท 4) ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถ้ามีสุขก็อย่าลืมตัว ถ้ามีทุกข์ก็อย่าโศกเศร้า หม่นหมอง
ท่านสอน “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” เป็นความจริงอันสูงสุด
อนิจจัง – ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ใหญ่สุดในจักรวาลจนถึงเล็กที่สุด คืออณู ล้วนแต่มีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหว เป็นอนิจจังอยู่ตลอดเวลา
ทุกขัง – ทุกสิ่งทุกอย่าง มีความกระวนกระวาย เร่าร้อน ไม่หยุดนิ่ง
อนัตตา – ทุกสิ่งไม่ใช่ตัวตนตนที่แท้จริงของตนเอง เช่นตัวเรา ก็ประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ
ถ้าติดตามแบบโบราณ ก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ถ้าติดตามแบบสมัยใหม่ คือ คาร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน ไฮโดรเจน แคลเซี่ยม โซเดียม โปแตสเซียม ฯลฯ และอะไรอื่นๆอีกมากมาย
ธาตุต่างๆที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรา ตัวเราดำเนินไปตาม กฎ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ตลอดเวลาต้องพบกัน ลาภ-เสื่อมลาภ ยศ-เสื่อมยศ สรรเสริญ-เสื่อมสรรเสริญ สุข-ทุกข์ ตลอดเวลา และเมื่อตาย ธาตุต่างๆก็สลายไป ไม่เหลือตัวเราเลย
ดังนั้นตัวเราคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างแท้จริง
พุทธศาสนาสอนให้รู้จักความจริง สอนว่าชีวิตมีทุกข์ สอนให้รู้จักหลีกเลี่ยงความทุกข์ และสอนให้มีความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
ขอให้นับถือศาสนาเป็นที่พึ่งสูงสุดทางใจกันเถอะครับ
จะเป็นศาสนาใดก็ได้ แล้วชีวิตท่านจะมีความสุข
คัดลอกส่วนหนึ่งของบทความจากหนังสือ ขออวยพรให้อายุยืนถึงหมื่นปี สุขภาพดี ชีวิตยืนยาว หัวใจเป็นสุข โดยนายแพทย์ยุคล โรจนกิจ พิมพ์ครั้งที่ 2 พิมพ์ที่ จตุพร ดีไซด์
ขอให้ทุกคนมีอารมณ์ดีทุกวันนะคะ..
ขอบใจที่พามาได้รับข้อคิดดีดี ..ไม่งั้นมาไม่ถูก อิอิ
"เพียงวันละเล็กละน้อย...ให้มันเป็นอย่างนี้ทุกวัน...ให้เป็นแค่น้ำหยดน้อย...หยดลงที่พื้นหัวใจ"
ชีวิตเราเป็นของเรา...แสวงหาสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น สุขก็เรา ทุกข์ก็เรา...ทุกคนรู้ว่าสุขดีกว่าทุกข์
แล้วเราจะเขลา...ให้ชีวิตจมอยู่กับความทุกข์ทำไม
ได้อ่านเรื่อง "ความสุข" ในเย็นวันศุกร์...ชีวิตจึงมีแต่ความสุข อิๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณมากจ้าาาาาา คุณแม่ "อ้อยเล็ก" สุดสวย
น้องอ้อยเล็กคนสวยจ๋า พี่สุเม้นท์ไปยาวๆมากๆเลย และตอนนั้นสมองก็ไบร์มากๆ ตอบเม้นท์ของน้องอ้อยเล็ก แต่พอกดบันทึก ปรากฏว่า อินเตอร์น็ทใช้ไม่ได้คะ พี่สุพยายามจะคืนกลับ ใช้เวลาซักครู่หนึ่ง ก็กลับมา แต่ปรากฏว่า ที่เม้นท์ไปหายหมดเลยคะ และถ้าหากว่ามันไม่หายไปก็แสดงว่ามี 2 เม้นท์นะคะ พี่สุก็สังหรณ์แล้ว ว่ามันจะหาย ก็หายไปจริงๆ เพราะมันยังไม่เข้าร่องเข้ารอย
แล้วคราวนี้ไม่ทราบว่าถ้าพี่สุกดบันทึกอีกครั้งหายไป ก็คงจะแย่อีก เมื่อกี้พี่สุเม้นท์เกือบหน้า หายไปหมดเลยคะ
ขอบคุณสำหรับนำสิ่งดีๆมาเตือนสติกันนะคะ และขอบคุณสำหรับภาพแกะสลักดอกไม้ ที่นำไปโชว์ความสามารถที่บล็อกพี่สุคะ เห็นไหมถ้างานฝีมือ หละเก่งที่ 1 เลย รู้ตัวแล้วยัง ว่าตนเองเก่งทางด้านฝีมือ
สำหรับบทความนี้ คนเรานะคะ เมื่อรู้ว่าตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้ ไม่น่าจะมายื้อแย่งอะไรกันให้มากมาย หรือมันสำคัญตรงที่เกียรติ ฆ่าได้หยามไม่ได้ ถึงได้วุ่นวายกันในขณะนี้
ใครๆก็บอกว่า ให้ทำดี ทำดี มากกว่าทำชั่ว หรือทำชั่วให้น้อยกว่าทำดี แต่พอถึงเวลาจริงๆก็ลืมหมด โน่นแหละ กว่าจะรู้สึกตัวก็ตายไปแล้ว สิ่งที่เหลือไว้ให้คนกล่าวถึง ก็มี ความชั่วกับความดี จะมีเวลาแก้ตัวไหมหละ ฉะนั้นเมื่อมีชีวิตอยู่ ก็จงพากันทำดี ให้มากๆ มากกกว่าความชั่ว อย่างน้อยคนจะได้กล่าวถึงสิ่งดีๆบ้าง
ไปหละคะ น้องอ้อยเล็ก พี่สุคิดถึงนะ แต่ตอนนี้กำลังเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ จากบล็อคโฉมใหม่อยู่ อาจจะชะงักไป แม้แต่เม้นท์ที่พี่สุเม้นท์ก็ยังหายเลยคะ ค่อยเป็นค่อยไป ค่อยหากันนะคะ
บล็อกพี่สุ ต้องตกแต่งใหม่อีก แต่รอให้เรียบร้อยก่อนคะ ไปละนะ บาย บาย อารมณ์ดีอยู่แล้ว
สาธุ สาธุ อย่าให้หายอีกเลย เพี้ยง เพี้ยง เมื่อกี้ยาวกว่านี้คะ สงสัยแซงคิวกับน้องครู ป.1เพราะเมื่อกี้พี่สุ ยังไม่เห็นน้องครู ป.1 เลย
สวัสดีค่ะอ่านแล้วล้วนดีทุกข้อ ถือเป็นการคิดบวกๆๆๆ
สุขได้ถ้าสุขเป็น
ขึ้นกับมุมมอง ว่าเราจะมองเห็นอะไร...
ขอบคุณดอกพยับหมอกนะคะ...สวยมากๆค่ะ....
http://gotoknow.org/profile/vij2518เราก็เปลี่ยนคำว่าprofileเป็นpost ก็จะเจอเมนูเพื่อนเข้าไปอ่านทุกอย่างได้ปกติ..ไม่รู้เอามะพร้าวมาขายสวนหรือเปล่า..
ขออนุโมทนาขอบใจที่แสดงหาบทความและเนื้อหาดีๆ มาให้พวกเราได้อ่าน จะติดตามบทความดีๆ อีกในโอกาสหน้า
เจริญพร
ขออนุโมทนาขอบใจที่แสดงหาบทความและเนื้อหาดีๆ มาให้พวกเราได้อ่าน จะติดตามบทความดีๆ อีกในโอกาสหน้า
เจริญพร
พรุ่งนี้วันพระแล้ว มหา มาชวนครูอ้อยเล็กไปทำบุญ
มหา เองก็เป็นคนตลกเงียบในสายตาคนอื่น
โดยพื้นฐานแล้วชอบหัวเราะเพราะมีความสุขดี
อรุณสวัสดิ์ค่ะ
ขอบคุณสำหรับบันทึกเตือนใจที่ดีนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณอ้อยเล็ก
มาทักทายกับคนอารมณ์ดี
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
อารมณ์ดีมีธรรมนำปฏิบัติ ค่อยฝึกหัดขัดนิสัยให้สุขี
รู้แยกแยะแม้สิ่งใดที่ไม่ดี ด้วยเรามีภูมิคุ้มกันสรรด้วยธรรม