คิดถึงขนมครกของแม่...อยากกินอีก
คิดถึงขนมครกของแม่จัง ^^
กระเซ้าแม่อยู่ว่า ให้กลับมาขายขนมครกเหมือนเมื่อก่อนเถอะ สบายกว่ารับซัก-รีดเยอะเลย
ย้อนไปช่วงปี 2530 - 2535 เราก็เรียนชั้นประถมน่ะนะ ชอบออกมาช่วยแม่ขายขนมครก มันไม่ได้ชอบอะไรขนาดนั้นหรอก แต่ที่ชอบคือบรรยากาศมันดี มันคึกคัก มีคนหิวมีคนทำให้กิน แสงแดดยามเช้า คนเดินไปมาช้าๆ...ไม่รีบร้อนทำเวลาเหมือนสมัยนี้
แม่ขายขนมครกเลี้ยงเราและน้องมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ย้อนกลับไปคิดถึงวันเก่าๆตอนนั้นแล้วมีความสุขมากๆ ความสุขแบบจนจนน่ะนะ ไม่เรียกว่าพอเพียงหรอก เพราะคิดว่าตัวเองยังไม่เข้าใจ
แต่ที่รู้สึกซาบซึ้งกับการขายขนมครกของแม่นะก็แค่มี...ภาพแม่เรา และเพื่อนแม่ค้าอีก 3-4 เจ้า ขายอาหารเช้าด้วยกันริมฟุตบาท จะมีแม่ไอ้ยุ่นเพื่อนเราขายโจ๊ก - ข้าวเปียก - แกงเส้น, พี่มัยปิ้งขนมปังยวนไส้กุนเชียงหมูยอ, อีกเจ้านึงจำชื่อไม่ได้ ขายทุกอย่างที่ปิ้งได้ หมูปิ้งอะไรพวกเนี่ย...แค่นี้ก็ทำให้ยิ้มได้แล้ว เป็นภาพจำแบบถาวรยากจะลบเลือน ยังคิดอยู่เลยว่าขนมครกของแม่สุกหอมได้เพราะรอยยิ้มเสียงหัวเราะเพื่อนบ้าน และลูกค้า...หาใช่ไฟจากเตาถ่าน ^^

ร้านแม่เรานะจะมีแค่ กระทะขนมครกคลาสสิกดำๆที่ตกทอดมาจากย่าทวด วางบนเตาถ่านอ้วนๆตั้งอยู่ทางขวามือ โต๊ะพับไม้อัดกางอยู่ส่วนหน้าไว้วางอะไรรกๆหน่อย เช่นถาดสังกะสีกลมๆรองตองกล้วยไว้ใส่ขนมที่สุกแล้ว, กระทงใบตองทั้งที่เสร็จแล้ว และใบตองที่ยังรอขึ้นรูปด้วยไม้กลัด, กระป๋องตังค์เหรียญ ฯลฯ แม่ยืนขายอยู่ตรงกลาง
ขนมครกของแม่เป็นขนมครกแบบธรมมดา ธรรมดา
(ไม่ชอบใช้คำว่าโบราณ...มันเฟื่อแล้ว) กระทะหลุมโล่งๆ แม่จะมีผ้าขาวมัดห่อกากมะพร้าวที่เหลือจากการคั้นกะทิ(บางคนใช้ก้านกล้วยสับปลายก็ได้เหมือนกันครับ) จุ่มน้ำมันพืชทาลงไปทีละหลุม ทีละหลุม พอร้อนแล้วก็หยอดแป้งด้วยทัพพีทรงสูงลงครกน้อยเกือบเต็ม เพราะต้องเว้นที่ว่างให้ความหวานจากน้ำกะทิปรุง โรยหน้าด้วยหอมหั่น เท่านี้เองเราก็ว่าอร่อยมากแล้ว ถ้าไม่ชอบใส่หอมก็บอกแม่ก่อน ^^
แต่ปัจจุบันนี้เค้าครีเอทให้ง่ายขึ้นด้วยการผสมทุกส่วนเข้ากันหมด แป้งก็เป็นแป้งสำเร็จรูป(เท่านี้วิณญาณความเป็นขนมครกก็หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว) ใส่กาน้ำแล้วสาดลงครก ต้องเรียกว่าสาดเพราะหลายๆเจ้าเล่นเทราดทั่วทั้งกระทะเลย ไม่หยอดทีละรู แล้วแป้งมันจะแผ่เป็นแผ่นใช่ม๊า พอสุกแล้วมันจะกรอบ แล้วดึงขึ้นมาทั้งกระทะ 555 แล้วค่อยมาเอากรรไกรตัดแต่งอีกที ก็โอเคนะ ง่ายดี แต่เราชอบน้อยกว่าการประณีต บรรจงหยอดทีละครกแบบเดิมๆ แล้วปิดด้วยฝาชียักษ์ ^^
แบบเดิมนั้นพอสุกแล้วนะ ก็ใช้ช้อนแคะทีละอัน ทีละอัน ตรงนี้แหละสนุกมากๆ ไม่ยากและก็ไม่ง่าย มีลูกค้าหลายคนที่มารอซื้อแล้วขอแม่เราว่าอยากแคะเอง 555 คืออยากลองไง ได้บ้างเสียบ้างก็เป็นเรื่องราวดีๆที่มีให้ยิ้มและหัวเราะทุกวัน ^^
วัตถุดิบบ้านเราทำเองทุกขั้นตอน...แช่ข้าว โม่แป้งเอง, ขูดมะพร้าวกับกระต่าย คั้นน้ำกะทิเอง, ความหวานได้จากการต้มน้ำตาลแล้วเอาน้ำกะทิผสมด้วยสัญชาติญาณ...คือกะเอานั่นเอง 555 ตลกที่มีคนมาถามสูตรทีไร แม่ชอบยิ้มสวยแล้วตอบว่าก็กะเอา...ก็มันทำอยู่ทุกวันนี่นา บอกเป็นตัวเลขไม่ได้ อยากรู้ให้เข้ามาดูในครัว ไม่หวง

ภาพนี่ถ่ายเอง...เป็นของประดับร้านเสต็ก Relax ที่อุดรฯ
เห็นแล้วทำให้คิดถึงขนมครกของแม่ จึงมีบันทึกนี้ขึ้นมา
เราช่วยแม่ได้บ้างก็ตอนโม่แป้ง ด้วยโม่หินคล้ายรูปข้างบน เราจะเดินออกไปซื้อข้าวหักเกษตรโลละ 11 บาทจำได้สมัยนั้น เอามาแช่น้ำในหม้อ แช่ตอนเช้า หัวค่ำข้าวก็อ่อนได้โม่แล้ว เพื่อเตรียมไว้ขายช่วงเช้ารุ่งขึ้น
อธิบายรูปริศนา 2 รูเพิ่มเติมได้ว่า รูกลมๆข้างบนนั้นเป็นรูใส่ข้าว, รูสี่เหลี่ยมด้านข้างนั้นเอาไว้เสียบไม้รูปตัว L เข้าไปเพื่อเป็นด้ามจับหมุนโม่ให้มันบดข้าวที่เพิ่งใส่ลงไป ชอบขั้นตอนนี้เพราะมันสำคัญมากๆ
วางโม่ตั้งไว้บนตั่งไม้ ล้างโม่อีกรอบ ให้มีน้ำนองรอบวงเวียนหน่อย ข้าวจะได้ไหลสะดวกๆ เอาหม้อเปล่ามารองตรงปากทาง เตรียมตั่งไม้ของตัวเองไว้นั่ง จัดหม้อข้าวที่แช่ได้ที่วางไว้ข้างกายในวงสวิงที่ตัวเองถนัดที่สุด...
...แล้วก็ทำตัวให้เป็นเครื่องจักรที่มีจิตใจ(ต้องใจร่มๆด้วยนะ) ^^
เริ่มจากหาช้อน Stainless Steel คันโปรดมาสักอัน...(เราชอบตราหัวม้าลายที่สุด) ตักข้าวในหม้อแค่พอดีคำตัวเอง ให้แน่ใจว่ามีน้ำข้าวคลุกคลิกติดมาด้วยหน่อยเพื่อการหล่อลื่นที่มีประสิทธิภาพ หยอดลงไปในรูกลมๆ แล้วก็เริ่มโม่ เราหมุนตามเข็มนาฬิกาครับ จำไม่ได้ว่าโม่ทวนเข็มได้มั้ย...และจะเกิดอะไรขึ้น?
ตอนโม่นี่แหละสำคัญมากๆ เท่าที่ทำมาประสบการณ์บอกว่า
-
ไม่ต้องกด ไม่ต้องขืนโม่มาก ใช้แค่แรงหมุนเป็นพอ เพราะถ้าเรากดไปด้วยนะ จากที่หวังจะให้มันละเอียด ผลจะเป็นตรงกันข้าม เพราะตอนเรากดน่ะทิศทางตรงข้ามมันจะยกไง ทำให้ข้าวที่ไหลลงมาจะมีส่วนนึงที่หยาบมากๆ
-
หมุนแบบสบายๆ ให้น้ำหนักหินบดทับข้าวเอง ไม่ต้องเร่ง ให้ฟังเพลงจังหวะ Easy Listening ไปด้วยจะดีมากๆ ประมาณเพลง เดือนเพ็ญ ;)
-
หมุนประมาณ 4-5 รอบข้าวข้นละเอียดก็จะไหลออกมาจากหลืบโม่ลงร่องวงเวียน ให้หมุนต่อไปจนไม่มีอะไรจะบด ถ้าข้าวที่ส่วนผสมระหว่างน้ำ+ข้าวพอเหมาะนั้น แป้งจะไหลหนืดเหมือนน้ำลายเด็กขวบครึ่งตอนอ้าปากค้าง :o...
-
ถ้าน้ำน้อยเกินไปโม่จะฝืด และมีเสียงแจ๊บๆๆขณะหมุน ให้ตักน้ำข้าวเติมลงไปสักช้อนนึง แป้งก็จะไหลออกมาสะดวกขึ้น ^^
-
เราชอบเอียงคอดูตอนแป้งไหลออกมาที่สุด...มันขาวๆ เยิ้มๆดีไง อิอิ
-
พอโม่จนข้าวหมดหม้อ ก็กวาดต้อนแป้งรอบๆวงเวียน ให้ไหลลงไปในหม้อที่รองเตรียมไว้...แล้วเราก็เอาน้ำสะอาดเทลงร่อง ล้างส่วนที่ติดค้างให้ไหลลงตามมาด้วยนะ...เสียดาย ^^
-
เป็นอันเสร็จแล้วจ๊า การโม่แป้งด้วยโม่หินแรงงานคน
........................................................................
จำได้แม่นยำว่ามีครั้งนึงเราอารมณ์ไม่ดี พอแม่ใช้ให้โม่ข้าวให้หน่อย เราก็โม่ให้ แต่ทำแบบไม่เต็มใจไง ก็ใส่ๆข้าวกรอกลงไปไม่ตรงสูตร ทั้งยังรีบโม่แบบใส่อารมณ์ส่วนตัวนิดหน่อย ผลจากการเอาเรื่องส่วนตัวมาทำงานคือ...แป้งไม่ละเอียดเลย หยาบมากๆ คือข้าวกลิ้งออกมาเป็นเม็ดเลยครับ วันนั้นแป้งที่เราโม่จะมี 2 แบบ คือแป้งที่ไม่ละเอียดมาก กับไม่ละเอียดเลย 555 พอแม่มาเห็นก็โดนดุ และทำให้แป้งที่โม่ด้วยความฉุนเฉียววันนั้นใช้ไม่ได้เลย คือเอาไปขายไม่ได้นั่นเอง รู้สึกผิดมากๆเพราะแม่ต้องได้มาโม่เองใหม่ คือเอาแป้งหยาบๆที่ตกลงไปแล้วนั่นแหละ ตักขึ้นมาโม่อีกรอบ...บาปมั้ยเดย์ ^^
เป็นความทรงจำที่นึกขึ้นมาแล้วมีความสุขมากๆ วันนี้ไปกินสเต็กกับเพื่อนไงครับ แล้วร้านเค้าวางโม่หินเหมือนในภาพตกแต่งที่สวนข้างทางเดิน ทำให้คิดถึงวันวานของครอบครัวขึ้นมา ^^
คุณเดย์ 1980 ครับ ขอหนมครกกระทงนึงครับ เอาแบบธรรมดา ไม่เอาใส่ผัก :-D
พี่ชอบทานหนมครกครับ แต่ไม่ชอบแบบผัก เพราะติดฟัน (อิอิ)
ที่โม่แป้งนี่พี่ก็มีความหลังเหมือนกันครับ ไม่ใช่โม่เองหรอก แต่เคยไปราชบุรี แล้วพ่อแม่พี่ซื้อแบบจิ๋วๆ ให้ 1 อัน ประทับใจสุดแสน
วันศุกร์ที่ 18 กันยายนนี้ พี่จะไปงาน GotoKnow สัญจร ครั้งที่ 1 ที่ขอนแก่นครับ มะปรางว่าอยากให้พี่ไปสอนพับกระดาษสัก 1 ชั่วโมง (จะพอเร้อ?)
อยากให้เดย์ & เมฆน้อยไปด้วยจังเลย!
ไว้เดี๋ยวคุยกันใหม่...จะไปนอนต่อแล้ว...อิอิ
ชอบทานขนมครกแบบนี้อร่อยดี แบบใหม่ไม่หอมกระทิ
ประสบการณ์การโม่แป้ง พี่ก็มีนะ น้องเดย์จำได้ยิบเลย พี่รู้แต่ว่า ต้องใจร่มๆ ไม่งั้นแป้งไม่ละเอียด
สวัสดีค่ะน้องเดย์ โนบิตะ
พูดเรื่องขนมครก..อดไม่ได้ต้องแวะเข้ามาดูค่ะ ..คิดถึงและอยากกินมากๆค่ะ..และต้องเป็นแบบดั้งเดิมที่คุณแม่น้องเดย์ทำ โปรดปรานสุดๆ ทั้งใส่ต้นหอมและไม่ใส่ ตอนเด็กๆยังเล่นทำขนมครกกับพี่น้องเลยค่ะ น้องเดย์โม่แป้งเองเลยเนอะ แต่ขนมครกแบบสมัยนี้ที่มีหลายไส้และกรอบๆ ไม่ชอบเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะที่มาเล่าเรื่องขนมครกของโปรดให้คิดถึงอยากกินมั่ง..ไม่รู้จะไปหากินได้ที่ไหน แถมด้วยวิธีการโม่แป้งอีกต่างหาก ^^
แล้วขอถามหน่อยค่ะ "ข้าวเปียก"กับ"แกงเส้น"คืออะไรคะ นึกภาพไม่ออกค่ะ
สวัสดีครับ คุณ เดย์
ยังคิดอยู่เลยว่าขนมครกแม่สุกหอมได้เพราะรอยยิ้มเสียงหัวเราะเพื่อนบ้าน และลูกค้า...หาใช่ไฟจากเตาถ่าน ^^
ลึกซึ้งมากครับ แม่ผมก็เคยขายขนมครกเหมือนกันนะครับขอบอก อร่อยด้วย อิอิ สบายดีนะครับ
สวัสดี ครับ คุณเดย์
บันทึกนี้ น่ารักดี ครับ
คิดเหมือนกันครับว่า....เดย์ต้องเขียนเรื่องครอบครัวให้อ่านบ้าง
ดีใจครับ ที่ได้เห็นชีวิตวัยเยาว์ ของคนที่มีความรู้สึกที่ดี ต่อกัน
และที่ทำให้ บันทึกนี้ น่ารัก มากขึ้น ตรงนี้ ครับ
อยากกินขนมครกของแม่ที่สุดครับ...ซื้อเค้ากิน เจ้าไหนก็ไม่อร่อยเท่าของแม่ ^_^
ยิ้มอย่างมีความสุข วันสุดสัปดาห์
มาส่งผ่านความระลึกถึง
บันทึกนี้ ชื่อ "แม่สร้างเดย์" ... ;)
ภาพโม่หิน ... เป็นภาพคุ้นเคยตาตั้งแต่เล็ก ที่บ้านยาย เวลาทำขนม
บันทึกนี้คุณค่า อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของผู้บันทึกแน่นอน
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับคุณพี่ชิวบัญชา 2509 ^^
บัญชา ธนบุญสมบัติ
เดย์เพิ่งอิ่มจากการกินบ้านกินเมืองมาครับพี่...เพิ่งตื่น 555
ชอบทานขนมครกเหรอครับ อืม...ดีใจจัง ผมนึกว่าสมัยนี้เค้าไม่ชอบทานกันแล้วซะอีก จากการอ่านความเห็นของพี่พี่ท่านอื่นทำให้หัวใจพองโตขึ้นมากๆๆเลยครับ ^^
พี่ชิวกับโม่จิ๋ว 555 แค่นึกภาพก็น่ารักสุดหัวใจแล้วครับพี่ ^o^
เฮ๊อ!!! โกทูโน มาขอนแก่น พี่ชิวก็มาด้วย จะบ้าตายกดดันสุดๆครับ อยากไปเจอพี่พี่ก็อยาก พี่ชิวมาด้วยอีก โอ๊ย! ติดทั้งงานแบบปิดหน้าปิดหลังครับพี่ เอาไงดี เอาไงดี
เมื่อเช้าเมฆน้อยโทรมาบอกข่าวดีครับพี่ชิวว่าเมฆน้อยจะไปช่วยพับกระดาษด้วย เย้ๆๆๆ พี่ไปไม่ได้แต่น้องเอ๋ไปได้นี้ค่อยโล่งใจหน่อยครับ
ไว้คุยกันอีกทีนะครับพี่ชิว ขอบพระคุณมากๆครับ ฮือๆๆๆ
สวัสดีครับพี่ประกาย
ประกาย~natachoei ที่~natadee
ดีใจจังที่พี่ชอบขนมครกแบบเก่านะครับ...มันแตกต่างจริงๆนะพี่ ว่ามั้ย? แบบใหม่มันกรอบๆ ไม่หอมอย่างที่พี่บอกจริงๆด้วยครับ ^^ แบบเดิมมันสั่งได้น๊าอ่อนก็อ่อนนุ่ม กรอบก็ไม่กรอบแทงเหงือก 555
ขอบพระคุณมากๆครับพี่ประกายที่แวะมาเยี่ยม :)
สวัสดีครับพี่ครูป.1
ครู ป.1
แหะๆ เดย์จำได้แม่นทุกขั้นตอนเลยครับ โดยเฉพาะช่วงท้ายที่โม่แป้งเสีย 555 ไม่หนักอย่างที่คิดใช่มั้ยครับพี่ แค่เมื่อยๆนิดเดียวเอง ^^
เรื่องใจร่มๆนี้จริงสุดครับใครจะโม่แป้งเองนี้อย่าใจร้อนเชียว ขอบพระคุณพี่ครูป.1 มากๆครับที่มาทักทายจ๊า :)
น้องเดย์ ขอชื้อขนมครกกระทงนึงค่ะ..^__^
จำได้ตอนเด็กๆ(ตอนนี้ก็ยังเด็กอยู่จ้า อิอิ)ขนมครกหอมอร่อยมากๆ
ใส่กระทงใบตอง เวลากินมีกลิ่นกระทิผสมกลิ่นใบตอง
รสชาติหวานๆเค็มๆมันๆ จิ้มน้ำตาลทรายซะหน่อย อร่อยเหาะเลย
ซู๊ด..น้ำลายไหล :P'
สวัสดีครับคุณพี่
a l i n_x a n a =)
อ่านความเห็นพี่แล้วยิ้มกว้างเลยครับ แสดงว่าชอบและอยากกินมากๆเลย 555
จริงครับพี่ สาวๆแทบทุกคนต่างก็เคยมีประสบการณ์อยากเล่นขายขนมครกกันทั้งนั้น อิอิ ฝันเป็นจริงเมื่อไหร่เห็นหน้าเด็กลงทู๊กคนเลยครับ ^_^
จากคำถาม แล้วขอถามหน่อยค่ะ "ข้าวเปียก"กับ"แกงเส้น"คืออะไรคะ นึกภาพไม่ออกค่ะ? เดย์ยินดีตอบแบบละเอียดยิบเลยครับพี่
ข้าวเปียกเส้น....
คืออาหารเช้าลักษณะเป็นเส้นแป้งข้าวจ้าวขาวๆกลมๆอ้วนๆ ในน้ำต้มกระดูกหมู มีทั้งน้ำข้น-น้ำใสครับ ทรงเครื่องด้วยหมูยอแล้วก็กระดูกหมูติดเนื้อต้มเปื่อย บางจังหวัดเรียกก๋วยจั๊บยวน คล้ายภาพข้างล่างนี้จ๊า
แกงเส้น...มักจะขายคู่กันกับข้าวเปียกเส้นครับพี่ มีโจ๊กด้วย ^^
เรียกอีกอย่างว่าแกงวุ้นเส้นก็ได้ครับ เค้าจะต้มวุ้นเส้นกับน้ำกระดูกไก่ทั้งซี่โครง และเลือดหมูหั่นเป็นก้อนๆ น้ำมันจะสีน้ำตาลน้ำตาลครับ ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยไก่ฝอยและก็ถั่วงอกและหอมผักชี คล้ายรูปข้างล่างนี้จ๊า
ยืมภาพจากกูเกิ้ลก่อนนะครับ ไม่เคยถ่ายเก็บไว้เลย ได้ภาพเมื่อไหร่เดย์จะแวะเอาไปฝากนะครับผม ^^
สวัสดีครับคุณดิด
did
เอ๊า!!!! อย่างนี้ต้องเคยโม่แป้งช่วยคุณแม่ด้วยน่ะสิครับ ใช่ม๊า 555 แรงงานเด็กอย่างเรา อิอิ
ขอบพระคุณมากครับที่รู้สึกดีกับขนมครกของไทยเรา บางทีรอยยิ้มและการพูดคุยจากเพื่อนบ้านก็ทำให้ขนมไหม้ได้ด้วยนะครับ 555 คุยเพลินไง เป็นออกบ่อย อิอิ ตลกกันไป
และเชื่อเหมือนกันว่าขนมครกเจ้าคุณแม่คุณดิดนั้นต้องอร่อยที่สุดในชีวิตเช่นผมเลยใช่มั้ยครับ ;) ขอบพระคุณที่แวะมาทักทายนะครับ ผมสบายดีเด้อ!!!
สวัสดีครับพี่แสงศรี
แสงแห่งความดี
ดีใจมากครับที่พี่ก็ชอบบันทึกนี้ของเดย์ อิอิ เห็นพี่แสงบันทึกเรื่องครอบครัวแล้วมันรู้สึกดีไงครับ ทั้งยังจริงที่สุดด้วย ^^ เลยเอามั่งดีกว่า ลอกแบบครับ 55
แล้วผมก็ชื่นใจที่พี่พี่ทุกท่านได้ความรู้สึกยิ้มๆกลับไปจากบันทึกนี้นะครับ ภาพขนมครกขาดครึ่งนั้นใช่เลยอารมณ์นี้ เป๊ะๆๆ ขอบจะดำๆหน่อย 555 ^^
ขอบพระคุณมากๆครับพี่แสงศรี ;)
สวัสดีครับพี่Was
Wasawat Deemarn ^^
ตรงเผงเลยครับ แม่สร้างเดย์จริงๆ คิดได้ตรงใจ ^^
รายละเอียดลึกๆนั้นมีให้นึกถึงไม่รู้เบื่อครับพี่ เป็นคุณค่าที่น่าจดจำอย่างยิ่ง
เราได้ปรัชญาอะไรจากหินเยอะแยะไปหมดเลยใช่มั้ยครับ ;)
ขอบพระคุณมากๆเช่นกันครับพี่ที่แวะมาช่วยเดย์โม่ข้าว 555 โอ๊ย! ปวดหลัง ฮิฮิ
สวัสดีครับพี่ธารเมฆ
ธารเมฆ
ค่อยยังชั่ว...นึกว่าโดนฉลามหม่ำซะแล้ว ฮิฮิ
ที่พี่เว้ามานั้นถูกทุกข้อเลยครับ ^^ ใบตอง ไฟถ่าน กะทิคั้นเอง แป้งผสมกลิ่นหิน โอ๊ย!!! วิณญาณมันคือตรงนี้นี่เอง วะ อะ อะ (บ้าไปแล้ว :P)
อย่ายั่วกันสิคร๊าบพี่...อยากกินตามเลย 555
ขอบพระคุณมากๆครับผม :~)
สวัสดีครับพี่
ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
555 เหมือนขี่จักรยานเลยครับพี่...ความสามารถนี้ไม่มีลืม อิอิ
ตลกอ่ะ เคยโม่แต่จำรายละเอียดไม่ได้เลย 555 อืม...แต่แค่นึกได้ แล้วมาคุยกันสนุกสนุกก็ดีใจมากแล้วครับ ^^
ม๊ะ!!! มารำลึกอดีตกั๊น!!!
แม่ผมขายตรงไหนน่ะเหรอครับ ถนนประชารักษาครับพี่ ถ้ามาจากอุดรพิทย์ฯ เดินตรงไปโรงเรียนราชินู เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านถ่อนนิดเดียวครับพี่ กลุ่มแม่ค้าแม่ผมนั้นขายอยู่ตรงข้ามกับธนาคารออมสินเป๊ะๆๆๆๆๆ ตรงนั้นเลย เมื่อก่อนแถวนั้นเป็นตึกแถวครับ มีร้านก๋วยเตี๋ยวโกเหลียง ร้านขายยารุ่งรัตน์ ร้านขายเทป เช่าการ์ตูน โอ๊ย!!! เล่าแล้วมันส์ปาก เดี๋ยวนี้เค้าทุบแถวนั้นแล้วสร้างใหม่ครับ...อดีตผมผังทะลายเลย -_-
ขอบพระคุณมากๆครับที่แวะมาชวนผมคุย ^^ รู้สึกดีจังที่ได้เล่าเรื่องนี้
เดย์ 1980
แว้บมาหยิบหนมครกรอบสอง โดยไม่จ่ายต้งค์ (ฮา)
เมื่อกี้นึกถึงคำศัพท์ 2 คำ สำหรับชื่อบล็อกนี้
ความทรงจำอันแสนสุข
แปลตรงๆ ก็ sweet memory
แต่ถ้าหรูขึ้นมาหน่อยก็ nostalgia
Dictionary ระบุว่า (อะแฮ่ม!)
nostalgia = thoughts about happy times in your past, often mixed with the wish to be back in the past
แม่นบ่...ไอ้น้องชาย (อิอิ)
พี่แปลง่ายๆ ว่า "วันวานยังหวานอยู่" ครับ (แหวะ...หวานเกิน..อิอิ)
ชอบกินขนมครก ใส่เผือกค่ะ น้องเดย์
น้องเดย์ขนมครกที่ไหนก็ไม่อร่อยเหมือนของแม่
อิอิ