การเรียนภาษาอังกฤษจากสิ่งที่เห็นในชีวิตประจำวัน

   เรื่องของเรื่องก็คือ ผู้เขียนเองมีเหตุให้เดินทางไปอบรมให้ครูในที่ต่างๆโดยปกติมักเป็นโรงแรม(ถ้าเขาไม่เชิญไปเป็นวิทยากร คงไม่ได้มีโอกาสเข้าหรือพักค้างที่โรงแรม ฮ่าๆๆ)  เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนไปจัดอบรมวิจัยในชั้นเรียนกับครู กศน.ราชบุรี  ผู้เขียนไปพักที่ชะอำ

   จากการดูสภาพของโรงแรมก็คิดว่าใช้ได้ (สายที่อยู่ในพื้นที่บอกว่าโรงแรมนี้เปลี่ยนชื่อมาหลายครั้งแล้ว แสดงว่า) ผู้เขียนเดินทางไปถึงก่อนเจ้าหน้าที่ของ กศน เลยแวะไปกินกาแฟก่อน ปรากฏว่าตอนเช้าวันนี้เป็นบุพเฟ่  ผู้เขียนไปกินกาแฟ เห็นนมที่อยู่ข้างๆเลยใส่นม คิดว่า คงอร่อยน่าดู มาที่โต๊ะ ดื่มไม่ได้ครับพี่น้อง   เพราะมันไม่ใช่นมมันเป็นน้ำเต้าหู้ (Soybean milk) แป่ววว เวรกรรม แหมทำไมไม่ติดป้ายเอาไว้ก็ไม่ทราบ แถมดันใส่เหยือกแบบนมอีก ปรากฏว่า เขาวางนมที่ใส่กาแฟไว้อีกด้านหนึ่ง แถมโรงแรมนี้มีแต่ชาวจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาพักบ่อยเขาเลยมีน้ำเต้าหู้ไว้ตอนเช้า (จบเรื่องเล่าของเด็กบ้านนอก..เวรกรรม..) เอาภาพเปรียบเทียบมาให้ดู  ภาพไหนเนี่ยที่เป็นกาแฟใส่นม

    ผู้เขียนเดินไปที่สระน้ำ(ไม่ได้ตั้งใจไปดูแหม่มเล่นน้ำนะครับ ฮ่าๆๆ เพราะมันยังเช้าอยู่ สายๆๆไม่แน่ ฮ่าๆๆ)  ตั้งใจไปดูสระว่ายน้ำจะไปเล่นตอนเย็นหลังอบรมเสร็จ สายตาเหลือบไปเห็น Cocktail แบบในภาพนี้ เลยระลึกชาติได้ว่า นานมาแล้วเคยเรียนการผสม Cocktail ตอนนี้ลืมหมดแล้ว ฮ่าๆๆ

   ภาพแรกเริ่มจากทางซ้ายมือครับ เรียกว่า Mai Tai สังเกตไหมครับ ในภาพพิมพ์ตัวคำว่า Tai ผิดเป็น Thai คนที่จะดื่มจะงง ไหมเนี่ย เจ้า Mai Tai บ้านเราใส่ใน สับปะรด เข้าไปอ่านใน Wikipedia ปรากฏว่ามีหลายสูตรมากๆๆ อ่านที่นี่เลย (กรุณาจะดูราคา  เพราะอาจหนาวได้)

   Mai Tai translates from Tahitian to mean "Out of this World." A fitting description for this cocktail. The Mai Tai came to light in 1944 in Oakland's Trader Vic's. There Victor Bergron, one of the founders of the tiki bar, put together this great drink that deserves to feature the best rum you can get your hands on. Over the years the recipe has changed greatly, disguising the rum under layers of fruit. The first recipe is Bergron's original recipe, the second, one of the many newer versions.

   รูปที่สองเป็นพริ้งเลดี้ (pink lady) เป็น Cocktail ของผู้หญิง (ไม่เคยดื่มเหมือนกันตัวเอง ฮ่าๆๆ)  อ้าวทำมาจากไข่ขาวและครีม อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

A pink lady is a classic gin-based cocktail with a long history. The egg-whites and cream mixed in create a foam that floats on top of the drink as well as giving it a unique texture.

     ภาพต่อไปเป็น Grasshopper อย่าคิดว่าดื่มแล้วจะกระโดดได้แบบเจ้าตั๊กแตนนะครับ ฮ่าๆๆ มันเป็น Cocktail ที่ดื่มหลังอาหารมื้อเย็น ที่ตั้งชื่อนี้อาจเป็นเพราะว่า มันมีสีเขียว อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

     ภาพต่อไปเป็น Blue Kamikaze  ผู้เขียนใช้ตัวอักษร K ให้เหมือนชื่อเดิมนะครับ  เข้าใจว่า ทางโรงแรมอาจมีการพิมพ์ชื่อผิดได้ ดูแล้วน่าจะแรงเนอะ เพราะผสมเหล้า ว็อดก้า (Vodka) อ่านที่นี่ครับ

   อีกสองภาพผู้เขียนไม่มีข้อมูลคาดว่า ทางโรงแรมคงเอามาตั้งชื่อเอง ภาพรองสุดท้ายคือ Tequila Sunrise เข้าใจว่าคงมีส่วนผสม Tequila อ่านวิธีทำที่นี่นะครับ

   ภาพสุดท้าย เป็น Alexander ปกติจะใช้ gin เป็นส่วนผสม แต่บางที่ใช้ Brandy ด้วยเหมือนกัน  อ่านได้ที่นี่ครับ

 

   โอย เขียนไปเขียนมาเริ่มมึน  นี่ขนาดยังไม่ได้ดื่มนะเนี่ย เอื๊อกๆ โอยยังไม่มาวๆๆ  

     ผู้เขียนเขียนเรื่องนี้ แล้วคิดถึงเรื่อง หวาก (น้ำตาลเมา) ในภาคใต้ ที่บ้านไร่พนมทวนมีข้าวเหนียวหมักกับลูกแป้งเรียกว่า กระแช่ หรือ อุ ในภาคอีสาน  ให้ผู้อ่านทายว่า  น้ำตาลเมา กับ กระแช่ ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไรครับ   ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านขอไปเมา เอ้ยไม่ใช่ ขอไปกินกาแฟทำงานต่อก่อนครับ

   ขอบคุณข้อมูลจาก

 

http://cocktails.about.com/od/atozcocktailrecipes/r/mai_tai_cktl.htm

http://en.wikipedia.org/wiki/Pink_lady_(cocktail) 

http://en.wikipedia.org/wiki/Grasshopper_(cocktail)

http://www.1001cocktails.com/recipes/mixed-drinks/101054/cocktail-blue-kamikaze.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Tequila_Sunrise_(cocktail) 

http://en.wikipedia.org/wiki/Alexander_(cocktail)