CYP1A: ดัชนีตรวจวัดการปนเปื้อนของน้ำมันปิโตรเลียมในสิ่งแวดล้อม
ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมฝึกอบรม เรื่อง Biochemical Responses of Fish to Oil Spills and Other Marine Pollutants ณ South Sea Research Institute (SSRI) และ Korea Ocean Research and Development Institute (KORDI) ที่เกาะ Geoje สาธารณรัฐเกาหลี โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจาก APEC Marine Environmental Training and Education Center & Asia Pacific Economic Cooperation (AMETEC) ระหว่างวันที่ 3-14 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งมีทั้งการบรรยายและการฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากหลายสถาบัน อาทิ Dr. Richard Addison จาก R. F. Addison Environmental Consulting, Ltd. ประเทศแคนาดา Dr. Tracy K. Collier จาก National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA), สหรัฐอเมริกา Dr. Susan Codi King จาก Australian Institute of Marine Sciences (AIMS) ประเทศออสเตรเลีย และ Dr. Jee Hyeon Jung จาก KORDI สาธารณรัฐเกาหลี ทั้งนี้ ผู้เขียน มีความตั้งใจที่จะบอกเล่าประสบการณ์ที่ได้รับนี้ ผ่านการเขียนบทความถึงแวดวงคนรักษ์สิ่งแวดล้อม
เนื้อหาการฝึกอบรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้เทคนิคทางชีวเคมี เพื่อทำการตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำมันปิโตรเลียมในสิ่งแวดล้อม โดยเน้นกลุ่มของสารประกอบโพลีไซคลิคอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons: PAHs) ที่เป็นองค์ประกอบในน้ำมันปิโตรเลียมและเป็นสารพิษที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้ในสิ่งมีชีวิต
ดัชนีชี้วัดความเป็นพิษของสิ่งมีชีวิต (Biomarker)
Biomarker หมายถึง ดัชนีชี้วัดความเป็นพิษที่สามารถทำการวิเคราะห์ได้ภายในตัวของสิ่งมีชีวิต หรือสารผลิตภัณฑ์ซึ่งถูกผลิตขึ้นจากสิ่งมีชีวิต จากการได้รับสารมลพิษที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาใช้ประเมินสถานการณ์การปนเปื้อนที่เกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อม การประเมินความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน จากการสัมผัส และบริโภคสิ่งมีชีวิตในบริเวณที่ปนเปื้อน รวมทั้ง การประเมินผลกระทบความเสียหายทางด้านระบบนิเวศได้ ในกรณีการเกิดอุบัติเหตุเรือบรรทุกน้ำมันล่มกลางทะเล (ตัวอย่างการเกิดอุบัติเหตุเรือบรรทุกน้ำมัน Hebei Spirit ล่มกลางทะเล ที่สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2550 มีน้ำมันดิบปนเปื้อนลงสู่ทะเลประมาณ 12,000 ตัน) สารพิษที่ปนเปื้อนในน้ำมันปิโตรเลียม สามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้นๆ ได้ ซึ่งโดยทั่วไป สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีกระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกายคอยทำงานเพื่อพยายามขับสารพิษเหล่านี้ออกมา เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับอันตรายต่อสารพิษดังกล่าว ด้วยกระบวนการที่ร่างกายสามารถทำงานเพื่อขับสารพิษออกมานี่เอง ร่างกายของสิ่งมีชีวิต จึงสามารถผลิตเอ็นไซม์เพื่อใช้ในกระบวนการขับสารพิษออกมา ซึ่งเอ็นไซม์ที่มีความจำเพาะในการใช้เป็นดัชนีชี้วัดต่อสารพิษ PAHs ได้ดีนั้น ได้แก่ เอ็นไซม์ CYP1A อย่างไรก็ตาม หากสารพิษดังกล่าวมีปริมาณมากเกินไป กระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกายสิ่งมีชีวิตย่อมไม่สามารถทำงานเพื่อขับสารพิษออกจากร่างกายได้ทันเวลา มีผลทำให้สิ่งมีชีวิตตายลงในที่สุด หรือในกรณีที่สารพิษดังกล่าวมีการปนเปื้อนและสะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลานาน ย่อมมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ รูปร่าง ระบบสืบพันธ์ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลก่อให้เกิดเป็นมะเร็งขึ้นในภายหลัง รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงจำนวน และชนิดของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศได้ 


โปรดติดตามอ่านตอน 2 ค่ะ