ผู้ที่ประโยชน์ให้กับชุมชน ชาวบ้านจะดูแลให้การช่วยเหลืออย่างดี เป็นรากฐานของการให้สวัสดิการี่ให้อย่างมีคุณต่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี
วัดยางทอง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๑ ถนนนางงาม ในเขตเทศบาลนครสงขลา ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ โดยมีอาณาเขตดังนี้
- ทิศเหนือ ติดถนนสงขลาบุรี ซึ่งมีสถานีดับเพลิงของเทศบาลอยู่ฝั่งตรงข้าม
- ทิศใต้ ติดด้านหลังบ้านเรือนของชาวบ้านริมถนนยะหริ่ง
- ทิศตะวันออก ติดถนนนางงาม
-
ทิศตะวันตก ติดด้านหลังบ้านเรือนของชาวบ้านริมถนนนครใน http://gotoknow.org/blog/watmaster/248254
-
เก็บภาพพระพุทธรูปมรดกล้ำค่าแล้ว เราก็มาสนทนา ปุจฉา วิปัสนา ตามที่ใครนึกเล่าอะไรได้ก็พูดออกมา รำลึกถึง วิถี คนนา คนเล รอบลุ่มน้ำเลสาบ ที่มีวิถีแบบพึ่งพาตนเองเป็นหลัก เหมือนที่ อาจารย์ ประมวล มณีโรจน์ นักคิด นักเขียน คนลุ่มน้ำ บอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงของชาวนาในอดีต เขา"เลี้ยงเป็ดไว้กินไข่ เลี้ยงไก่ไว้กินตัว เลี้ยงวัวไว้ใถนา เลี้ยงหมาไว้เฝ้าบ้าน และเลี้ยงม้าไว้เดินทาง"
-
ในอดีตเก็บข้าวใหม่ได้เขานึกถึงการใส่บาตร ได้ข้าวปลาอาหารเขานึกถึงการทำบุญสุนทาน ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้ชุมชน พระ ครู หมอ(ยาขอหมอวาน) และคนที่มีภูมิปัญญาชาวบ้านจะดูแล ให้การช่วยเหลืออย่างดี เป็นรากฐานของการให้สวัสดิการ ที่"ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี"
-
เที่ยงกว่ามหาก็ชวนออกมาชมสวน สาเก หล่นมาจากต้นเก็บภาพมาฝากพี่น้องเชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้จักสาเก....พลันก็หวนคิดถึงเพลงดังในอดีต ที่พูดถึงสาเกเอาไว้ มีเนื้อร้องชวนฟังว่า
-
-
เกิดมาเป็นคนไทย
น้องเอยจำไว้
หมั่นทำบุญใส่บาตร
วันโกนวันพระอย่าให้ขาด
ทำบุญใส่บาตรให้ทุกทุกวัน
นี่.ก็จวนวันพระ
น้องจ๊ะ แกงเนื้อมัสหมั่น
หูฉลามนั่นสำคัญ
สาเกต้มน้ำตาล อย่าลืมเอาไป
เกิดชาติหน้าจะได้สวย
ผลบุญคงช่วย
ให้เจอะกันทุกชาติ
อธิษฐานทำใจให้สะอาด
เวลาใส่บาตร
เจ้าอย่าไปนึกถึงใคร
ตั้งใจให้มันดี
น้องถือทัพพี พี่จะถือขันให้
อย่าไปมองหน้าพระ
เดี๋ยวพระจะอาย
มองหน้าพี่ไว้ คนเดียวก็พอ....... -
ท่านมหาชวนชมต้นไม้ใบหญ้าต่อ น้ำนมราชสีห์สมุนไพรอย่างดีงอกงามมากมาย ชายดม*ต้นสาเกใหญ่แตกกิ่งแผ่ปกคลุมดิน รอบโคนต้นสากใหญ่ สาเกน้อยแตกหน่อต่อยอดแข่งกันอวดความงาม หลายสิบปีแล้วที่มันไม่ยอมงออกมา ปีนี้ ความสมดุลย์ทางธรรมชาติที่เหมาะสม หน่อสาเกแย่งกันงอก หมายถึงว่าความสมบูรณ์ของดินคืนมา ต้นเชอรี่มีลูกติดต้น มหาเก็บใส่ยามให้ผู้เฒ่าพาฝากหลาน
-
-
แล้วเราก็ขึ้นไปคุยกันต่อที่กุฎของมหา ตู้ใส่ตำราดึกดำบรรพ์ สีสรรค์ฉุดฉาด เอาฝากอีกแล้ว ว่ากันต่อเรื่องเรือด่วนลำสุดท้ายแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบ ที่สาบสูญไปพร้อมกับการพัฒนา
-
-
สมควรแก่เวลา ก็ลาท่านกลับ ท่านเข้าไปในกุฎ หยิบหนังสือมาให้ผู้เฒ่าหนึ่งเล่ม คือโลกาวิวัฒน์ 2000 ของยุค ศรีอาริยะ เขียน สามชั่วโมงกว่าแลกเปลี่ยนกัน ผู้เฒ่า ได้ปัญญา ได้ความรู้ ได้หลักคิด ถ้าพูดถึงการแลกเปลี่ยน ถือว่าเอาเปรียบมากเพราะเอาอะไรไปมากมายจากวัด ที่เหลือแลกเปลี่ยนไว้คือความเป็นกัลยาณมิตร ระหว่างผู้ถือศิลกับผู้ทรงศิลเท่านั้น...
-
-
*ชายดม= ริมแดนริมรั้ว
-
สวัสดีครับ
แวะมาเรียนรู้ครับ
ประทับใจเศรษฐกิจพอเพียงที่ว่า"เลี้ยงเป็ดไว้กินไข่ เลี้ยงไก่ไว้กินตัว เลี้ยงวัวไว้ใถนา เลี้ยงหมาไว้เฝ้าบ้าน และเลี้ยงม้าไว้เดินทาง"
ขอบคุณครับ
ท่านผู้เฒ่า หลังหลังนี้ เปลี่ยนทำบุญทำทานใหม่ครับ ใช้วิธีแบ่งปันให้ ฅ ฅน นี่แหละครับท่าน
สวัสดีครับคุณ บินหลาดง ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยน ชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเอง มาอ่อนแอเมื่อคนนอกไปบอกให้พัฒนา การพึ่งพาเปลี่ยนเป็นเงินตราแทนค่า คุณค่าในตัวคนเริ่มเปลี่ยน
สวัสดีค่ะท่านวอญ่า สบายดีนะคะ ท่านก็เป็นคนหนึงที่ทำงานให้ชุมชนค่ะ ขอชื่นชมนะคะ
สาเกเชื่อมอร่อยมากๆ ....
เห็นลูกเชอรี่แล้วอยากจิ้มเกลือนะคะ แซบๆๆๆ
เจริญพร โยมวอญ่า
บังมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านมหานักปรัชญาคงไม่ผิดหวัง
และมีของฝากกลับอีกด้วย
เจริญพร
สวัสดีครับท่านอาจารย์ jj ใช่ครับวิถีเปลี่ยน วัฒนธรรมเปลี่ยน ผู้ทรงศิลก็เปลี่ยน ผู้ให้ทานก็เปลี่ยน จึงเห็นการใส่บาตรที่แปลกๆ เหมือนที่อาจารย์ เพชรากรเคยนำเสนอมาแล้ว
สวัสดีครับคุณแตง เชอรี่พึ่งมารู้จักี่วัดยางองนี้แหละครับ งานชุมชน งานโรงพยาบาล ก็งานเดียวกันครับ 4 กย.นี้ รพสต.(มหกรรมโรงบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ เมืองทองนี้ จะไปร่วมในนามองค์กรชุมชนครับ
นมัสการพระคุณเจ้า พระปลัด มีเพื่อนเป็นศิษย์วัดหลายคน เลยผูกพันธ์กับวัด มีเรื่องเล่าข้างวัดมากมาย วันนั้นก็รับมาหลายเรื่องจากท่านมหานักปรัชญา แห่งยางทอง
เจริญพร โยมวอญ่า
อีกครั้งนะบัง เมื่อปี 2525-2527 อาตมาอยู่วัดเลียบซึ่งใกล้กันกับวัดยางทอง
สมัยนั้นต้นสาเกมากกว่าปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลง
เจริญพร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ไปทำสังฆทานกับท่านที่วัดครับ เก็บลูกเชอรี่มาเพาะหลายลูกเหมือนกัน แล้วเอาต้นสาเกมาปลูกด้วยครับ
ฝันดีหลับสบายนะคะ คิดถึงนะคะ แต่ไม่ค่อยว่างเลย
อยากไปเจอตัวเป็น ๆ จริง ๆ ครับ
ล้ำลึก คมคาย
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ ท่านผู้เฒ่า...
มีโอกาสจะไปคารวะถึงถิ่น
ผมเคยอยู่วัดเลียบเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ลี่ แห่งวัดยางทอง ท่านสอนบาลีไวยากรณ์มูล ๑ เป็นพระที่สอนไวยากรณ์ดีมากๆ ยังคิดถึงท่านอยู่แม้ว่าท่านเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้ว วัดยางทอง วัดดอนแย้และวัดเลียบเป็นวัดที่อยู่ใกล้ชิดกัน พระเณรสมัยนั้นเดินไปมาหาสู่กัน มีเพื่อนรุ่นเดียวกันหลายคน บางท่านก็เสียชีวิตไปแล้ว จริงๆแล้วยังคิดถึงชาวสงขลาที่เคยมีอุปการคุณมากๆ โดยเฉพาะสถานพยาบาลหมอจาม ถนนไทรบุรี ที่ให้คนทำกับข้าวไปถวายพระเณรทุกวัน ขณะนั้น มีพระเณรจำนวนมากได้อาศัยแกงร้อน และอีกท่านหนึ่งคือเถ้าแก่สุชาติ รัตนปราการ ที่ถวายข้าวสารเดือนละหนึ่งกระสอบให้พระเณร คณะ๓ แห่งวัดเลียบ ซึ่งโรงสีข้าวของท่านอยู่ที่ถนนนครในใกล้ๆกัยวัดยาวงทองนั่นเอง
ถึงแกก้านาย ถึงร้ายก้ารถ เถ้าแก่จน รถยนต์ร้าย มีความหมายในคำพูด....... หมันแล้วพี่บ่าวจ๋า....
มนัสการพระคุณเจ้า การเปลี่ยนแปลงคือการพัฒนา
ในอดีต เราเข้าใจกัน ว่าการพัฒนา คืกการทำให้เตียน เช่น กำนันบอกว่า วนที่ 5 เขาจะมาทอดกฐิน วันนี้เราไปพัฒนาวัดกัน วันที่12 สิงหา เราไปพัฒนาคูคลิง ถนนหนทางทาง คนก็เข้าใจว่า การพัฒนาคือการทำให้เตียน
ต้นสาเก วัดเลียบจึงถูกพัฒนาไปตามกำนันบอกให้พัฒนาไปเรียบร้อย ครับท่าน
สวัสดีครับคุณ ตะวันอ้อมข้าว ขอบคุณที่แวะมารำลึกเพลงเก่าครับ เป็นธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงครับ พอถึงจุดหนึ่งคนก็จะเข้าหาวัดโดยธรรมชาติครับ
สวัสดีค่ะ
ตามมาชมวัดยางทองค่ะ
ต้นสาเก มีใบที่งดงามมาก ส่วนสาเกเชื่อมหาทานได้ยากแล้วในปัจจุบันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีครับ อาจารย์ธวัชชัย
ตั้งใจไว้เป็นปีแล้ว ว่าจะหาโอกาสไปมนัสการพระคุณเจ้า
แต่ไม่มีวาสนาสักที บางครั้งกตั้งใจไปจากบ้าน แต่พอถึงสงขลา งานอื่นมา อีกอย่างุก ที่ไปมักมีคนอื่นไปด้วย แต่วันนั้นโชคดีท่านอยู่ จึงสมพงษ์สัมพันธ์กันครับ
เป็นวันที่รื่นรมย์มีความสุขกับบรรยากาศท้องถิ่นและวัฒนธรรมที่วัด-บ้านของเรานะคะท่านวอญ่าฯ...