การพิจารณาทบทวนนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกลุ่มเองอีกด้วย สมาชิกต่าง ๆ ของทีมงานสนามจะมีความรับรู้ของพวกเขาเองในเรื่องสถานะหรือสภาพการณ์ของโรงเรียนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พวกเขาอาจจะตระหนักถึงประเด็นเร่องและปัญหาต่าง ๆ ที่มีความสลักสำคัญอย่างยิ่งยวด และจำเป็นที่จะต้องได้รับการเอาใจใส่อย่างทันทีทันใด พวกเขาอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องในโครงงานและโครงการพิเศษบางอย่าง และสงวนท่าทีเกี่ยวกับโครงงาน และโครงการอื่น ๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ พวกเขาอาจจะเป็นสมาชิกของกลุ่มให้การปรึกษาและตัดสินใจกลุ่มอื่น ๆ ในโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ สมาชิกแต่ละคนก็อาจจะมีการจัดลำดับความสำคัญและนิยามว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริงแตกต่างกันออกไปตามความรู้สึกนึกคิดของตน
นับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สมาชิกกลุ่มจะต้องรับทราบถึงความรู้สึกนึกคิดของสมาชิกคนอื่น ๆ ในเรื่องบริบทแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยการให้สมาชิกแต่ละคนแสดงความรู้สึกนึกคิดของตนเกี่ยวกับโรงเรียน รวมทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของสถานศึกษา ก็จะทำให้แต่ละคนสามารถนำสิ่งเหล่านี้ออกมาเปิดออกให้ทุกคนได้รับทราบทั่วกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์กันในระหว่างสมาชิกกลุ่มในบรรยากาศแห่งความเปิดเผยจริงใจและไว้เนื้อเชื่อใจกัน นอกจากนั้น มันยังจะเป็นโอกาสสำหรับกลุ่มที่จะนำบรรทัดฐานกลุ่ม เป็นต้นว่า ความสามารถที่จะรับฟังผู้อื่น กระบวนการนี้อาจจะดำเนินการได้ง่ายดายกว่าในกลุ่มที่ตระหนักว่าข้อมูลในเรื่องความรู้สึกนึกคิดของสมาชิกคนอื่น ๆ นี้มีความสำคัญต่อพัฒนาการของกลุ่มในเรื่องความเข้าใจร่วมกัน (shared understanding) มากกว่าการที่จะพยายามโน้มน้าวผู้อื่นให้เห็นดีเห็นงามกับตน หรือโน้มน้าวให้เชื่อว่าความรู้สึกนึกคิดของตนนั้นถูกต้องและสามารถนำไปแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างทันทีทันใด
ใบงานที่ 32 นี้จะนำเสนอแนวทางสำหรับการอภิปรายในเรื่องดังกล่าวข้างต้นนี้
ใบงานที่ 32
ความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับบริบทแห่งการเปลี่ยนแปลง
คำสั่ง : ให้สมาชิกใช้เวลา 2 – 3 นาที คิดเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดของตนในเรื่องจุดแข็งของโรงเรียนตลอดจนปัญหาและเรื่องราวต่าง ๆ ที่โรงเรียนเผชิญอยู่ หลังจากนั้นให้สมาชิกแต่ละคนกล่าวถึงจุดแข็งหนึ่งจุด และปัญหาหรือเรื่องราวหนึ่งออกมาให้สมาชิกอื่น ๆ ฟัง แล้วขอให้สมาชิกเสนอประเด็นเรื่องที่ยังไม่ได้บันทึกในรายการไว้เพื่อให้รายการมีความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังจากที่เดินไปรอบกลุ่มแล้ว ก็ถามสมาชิกว่ามีประเด็นเรื่องอื่น ๆ ที่พวกเขาอยากจะเพิ่มเติมในรายการอีกหรือไม่ จำกัดสมาชิกแต่ละคนให้เสนอเรื่องเพิ่มเติมในแต่ละหัวข้อได้ไม่เกินสามประเด็น เมื่อทำรายการเสร็จแล้ว ถามสมาชิกแต่ละคนว่าคนอื่น ๆ เสนอประเด็นเรื่องในหัวข้อต่าง ๆ คล้ายคลึงกับประเด็นเรื่องที่เขาเสนอหรือไม่ อย่าพยายามทำให้ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน หรือพยายามจัดลำดับความสำคัญว่าประเด็นเรื่องใดมีความสำคัญมากกว่ากัน
ผู้ดำเนินกิจกรรมนี้จะต้องย้ำว่าความคล้ายคลึงและความหลากหลายของความรู้สึกนึกคิดและความคิดเห็นนี้ก็มีอยู่ในชุมชนโรงเรียนโดยทั่วไปด้วย ซึ่งในอนาคตทีมงานจะต้องทำงานอยู่กับความเป็นจริงและความหลากหลายนี้
|
จุดแข็งของโรงเรียน |
|
ปัญหาและเรื่องราวต่าง ๆ ของโรงเรียน |
|
|
1. |
|
1. |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
2. |
|
2. |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
3. |
|
3. |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Larry J.Reynolds. Successful Site-Based Management: A Practical Guide, rev.ed. Copyright © 1997
by Corwin Press, Inc.Reprinted with permission.
การเลือกสมาชิกเข้าสู่ภาวะผู้นำ ( Selecting Members for Leadership Positions )
หลังจากที่มีการพิจารณาทบทวนบรรทัดฐาน ความต้องการการสื่อสาร วัตถุประสงค์ ความคาดหวัง และปัจจัยชี้วัดของทีมงานสนามแล้ว ทีมงานจะต้องเลือกสมาชิกเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ในกลุ่มอย่างเป็นทางการ
มีตำแหน่งสามตำแหน่งที่จะช่วยให้เป็นที่มั่นใจได้ว่าทีมงานสนามเป็นทีมงานที่มีประสิทธิภาพ นั่นก็คือ ประธานกลุ่ม ผู้ประสานงานกลุ่ม และผู้จดบันทึก (เลขานุการ) ประธานกลุ่มมีความรับผิดชอบหลักในการดูแลกลุ่มให้มุ่งมั่นอยู่กับภารกิจการกำหนดกรอบเวลาและผลการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เพื่อที่จะก้าวไปสู่การบริหารจัดการโดยยึดสนามงานเป็นฐานอย่างเต็มรูปแบบต่อไป สำหรับผู้ประสานงานกลุ่มนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามดูปฏิสัมพันธ์ของสมาชิก และพิจารณาทบทวนความมีประสิทธิภาพของการประชุมแต่ละครั้งในแง่มุมของบรรทัดฐานกลุ่ม และการทำงานให้สำเร็จลุล่วงไป ส่วนผู้จดบันทึกหรือเลขานุการกลุ่มนั้นรับผิดชอบในการทำให้เป็นที่มั่นใจได้ว่า ความต้องการสื่อสารภายในและภายนอกได้รับการตอบสนองทั้งสองด้านด้วยดี
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ไม่ขอแนะนำให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นประธานกลุ่ม เหตุผลประการแรกก็คือความเป็นสัญลักษณ์ นั่นก็คือหากตำแหน่งประธานเป็นของสมาชิกกลุ่มคนอื่น ๆ ก็เท่ากับเป็นสัญญาณที่ส่องแสดงถึงการละไปเสียจากแบบแผนเดิม ๆ การควบคุมและการปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานเขตพื้นที่ที่สั่งการผ่านผู้บริหารสถานศึกษาลงมาเหตุผลประการที่สองก็คือ ผู้บริหารสถานศึกษาจำเป็นที่จะต้องเป็นอิสระจากความรับผิดชอบในการดำเนินการประชุมเพื่อที่จะมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการความช่วยเหลือในด้านภาวะผู้นำ และด้านวิชาการของกลุ่ม ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาอาจเป็นผู้เดียวในกลุ่มที่มีความคุ้นเคยกับการได้พินิจพิจารณาดูโครงการทั้งโรงเรียนหรือมองเห็นภาพรวมทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่การตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการการเรียนการสอนถูกส่งผ่านจากผู้บริหารฯ ไปยังทีมงานสนามนั้น ผู้บริหารฯ อาจจะจำเป็นที่จะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารเป็นจำนวนมากไปให้กลุ่มในทุก ๆ เรื่อง ตั้งแต่เรื่องกรอบเวลาสำหรับการตัดสินใจไปจนถึงความต้องการหรือเป้าประสงค์ต่าง ๆ ของทางราชการ (กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้บริหารฯ มีงานล้นมืออยู่แล้ว จึงไม่ควรไปเพิ่มภาระรับผิดชอบให้อีก. – ผู้แปล)
การพิจารณาทบทวนวงจรรอบปี( Reviewing the Yearly Cycle )
ประเด็นสุดท้ายที่จะต้องมีการหยิบยกมาพิจารณาทบทวนกันเกี่ยวกับกิจกรรมแรกเริ่มของทีมงานสนามนั้นก็คือ การพิจารณาทบทวนวงจรรอบปี (yearly cycle) ของโรงเรียน สมาชิกของทีมงานสนามจำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนการประชุมและการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้ทีมงานดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในปฏิทินประจำปีของโรงเรียน เรื่องสำคัญ ๆ สองประการที่จำเป็นที่จะต้องแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันก็คือ
1. กำหนดการของกิจกรรมและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องแข่งกับเวลาและได้รับความสนใจเอาใจใส่จากชุมชนโรงเรียน
2. กรอบเวลาสำหรับงบประมาณ การจัดคณะทำงาน และการตัดสินใจต่าง ๆ ในโครงการในระหว่างปี
ทุกโรงเรียนดำเนินการตามวงจรรอบปีซึ่งเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนจะเป็นผู้เริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ ต่อจากนั้นคณะครูก็จะเริ่มต้นตาม ซึ่งในการเริ่มต้นดังกล่าวนี้จะเริ่มโดยการที่บุคลากรฝ่ายต่าง ๆ ในโรงเรียนมาประชุมปฏิบัติก่อนโรงเรียนเปิด 2 – 3 สัปดาห์ ช่วงเวลาก่อนเปิดภาคเรียนดังกล่าวนี้ เป็นช่วงเวลาที่บุคลากรมีความตื่นเต้นและเปี่ยมไปด้วยพลัง ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอุ่นเครื่องหรือเตรียมการต่าง ๆ ให้ “เข้าที่เข้าทาง” มากพอที่จะดำเนินการทุกภาคส่วนที่กำหนดไว้ในวงจรรอบปีให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ณ. ช่วงเวลาต่าง ๆ ในระหว่างปี งานของทีมงานสนามจะต้องแข่งกับเวลาและได้รับความสนใจเอาใจใส่จากบุคลากรในโรงเรียน การพิจารณาทบทวนปฏิทินรอบปีอย่างรวดเร็ว จะช่วยนำทางทีมงานสนามในการวางกำหนดการการทำงาน และการร้องขอให้พ่อแม่ผู้ปกครอง คณะครู และนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของทีมงานสนาม
วงจรรอบปียังบรรจุเรื่องราวเกี่ยวกับงบประมาณ การบรรจุแต่งตั้งบุคลากร ตลอดจนการตัดสินใจต่าง ๆ ในโครงการ การจัดสรรงบประมาณ ข้อเสนอต่าง ๆ สำหรับการจัดหาทุนในการใช้จ่ายประเภทต่าง ๆ และการอนุมัติต่าง ๆ นั้นจะต้องดำเนินการตามที่ได้กำหนดไว้ในรอบปี นอกจากนี้ การจัดสรรบุคลากร การประกาศตำแหน่งว่าง การสัมภาษณ์ผู้สมัคร และการตัดสินใจจ้างงานก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในวงจรรอบปีเช่นกัน การตัดสินใจต่าง ๆ ในโครงการจะต้องทำให้ทันเวลาเผื่อเอื้ออำนวยให้มีการพัฒนาคณะทำงาน รวมทั้งการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ทันการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น แผนการปรับปรุงโครงการของทีมงานสนามก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดเวลาวงจรรอบปีที่กำหนดไว้แล้วนี้เช่นกัน
ใบงานที่ 33 ต่อไปนี้จะช่วยนำในการพิจารณาทบทวนวงจรรอบปีของโรงเรียน ตลอดจนการระบุให้ทราบถึงวาระสำคัญต่าง ๆ ในรอบปีการศึกษา ถึงแม้ข้อมูลข่าวสารส่วนใหญ่จะอาจหาได้จากปฏิทินรอบปีที่จัดทำโดยเขตพื้นที่เผื่อใช้เป็นต้นแบบ แต่ทุกโรงเรียนก็จะมีการจัดทำปฏิทินรอบปีของตนที่มีรายละเอียดแตกต่างออกไป ซึ่งในปฏิทินโรงเรียนนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถที่จะบรรจุข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับวาระสำคัญต่าง ๆ ของทางโรงเรียนได้