เสวนา...ประสาคนรักการทำ R2R นำโดยทางทีม สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ , รศ.นพ.สมพนธ์ ทัศนนิยม , คุณศิริมา โคตราแสง และข้าพเจ้ามีโอกาสร่วมวงด้วย
พี่ต๊อก-คุณศิริมา โครตาแสงและข้าพเจ้า...เดินทางมาถึงห้องประชุมตั้งแต่เช้ามาก
ได้รับการต้อนรับที่ดีจากผู้จัด คือ สถาบันวิจัยแห่งชาติ หรือที่รู้จักในนามว่า วช.
งานนี้มีทำสไลด์...แถมมาด้วย
Happiness - R2R
![]()



บรรยากาศภาพก่อนเริ่มงาน
นี่เป็นเรื่องราวของการประสาน...
ก่อนถึงวันงาน โดย ดร.แต้ม
สวรส. ขอประสานการประชุมในหัวข้อการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยในระบบสุขภาพ วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2552 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ห้อง lotus suit ชั้น 22 ศุนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซนเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กทม. มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมในห้องนี้ 500 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางด้านสุขภาพและการศึกษา และทาง สวรส. ขออนุญาตชี้แจงรายละเอียดสำหรับวิทยากรในการนำเสนอดังนี้
วิทยากรแต่ละท่านจะนำเสนอเนื้อหาทั้งหมด 2 รอบ รอบแรก ท่านละ 40 นาที เริ่มจากท่านอาจารย์สมพนธ์ ดร.กะปุ๋ม และคุณศิริมา ตามด้วยการสรุปประเด็นที่แต่ละท่านพูดโดย moderator หลังจากนั้นเปิดให้floor ซักถาม ตามด้วยการเพิ่มข้อมูลของแต่ละท่านในรอบที่สอง ท่านละ 10 นาที
รศ.นพ.สมพนธ์ กล่าวถึง แนวคิดการพัฒนางานวิจัยจากงานประจำ (Routine to Research : R2R) ซึ่งมีงาน R2R อยู่จำนวนมากในระบบย่อยของระบบสุขภาพ เช่น ระบบการสร้างเสริมสุขภาพ ระบบบริการสุขภาพ ระบบยา ที่บุคลากรสาธารณสุขพยายามทำงานวิจัยจากงานประจำเพื่อพัฒนาตัวเอง พัฒนางาน พัฒนาองค์กร โดยคำนึงผลประโยชน์ของประชาชนผู้รับบริการเป็นที่ตั้ง โดยอ.สมพนธ์อาจกล่าวถึงการขยายแนวคิด R2R ไปทั้งระบบสุขภาพ เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมของการใช้ความรู้เข้ามาสู่คนในวงการสุขภาพ โดยให้บุคลากรแต่ละคนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง ถ้ารอทำตามคำสั่งอย่างเดียวก็คงจะทำงานลำบาก เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายใต้คำสั่งเดียวกันในทุกพื้นที่ได้ ทุกคนในแต่ละพื้นที่ต้องเป็นผู้สร้างความรู้ เมื่อสามารถสร้างวัฒนธรรมการใช้ความรู้แล้ว ต้องพยายามสร้างให้มีกลไกจัดการความรู้ให้เกิดขึ้น และฝังอยู่ในทุกหน่วยงาน เพราะความรู้ไม่ได้มาจากการตัดสินใจที่ไม่มีหลักฐาน แต่เกิดจากการใช้ข้อมูลที่มีอยู่หรือข้อมูลที่รวบรวมใหม่อย่างเป็นระบบ วิเคราะห์และสังเคราะห์ ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้คนในหน่วยงานนั้นๆ จนกระทั่งนำไปสู่คำตอบสำหรับการแก้ไขปัญหา เมื่อคนในหน่วยงานนั้นๆ สามารถพัฒนาตัวของเขาเองได้ โดยผ่านกระบวนการการเรียนรู้ที่เขาสร้างขึ้นมาเอง ต่อไปภายภาคหน้าคนเหล่านี้ก็พร้อมที่จะจัดการกับปัญหาทั้งหลายทั้งปวงในอนาคต และอาจมีการมองภาพรวมปัญหาสุขภาพของประเทศเพิ่มมากขึ้น จะมีคนจำนวนหนึ่งที่มีความสุขและสนุกกับการทำงานในหน่วยงาน ต่อมาก็ขยับขึ้นมามองปัญหาในเชิงระบบระดับประเทศ มีมุมมองในระดับระบบสุขภาพ (health system) โดยสามารถคิดวิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบ (system thinking) และจากจุดนี้จะทำให้มีนักวิจัยระบบสุขภาพ (health system researcher) เพิ่มมากขึ้น
ดร.กะปุ๋ม กล่าวถึง ในมุมมองของคนเชียร์ให้คนทำวิจัยจากงานประจำ (R2R facilitator) ทำอย่างไรคนที่ทำงาน R2R ในระบบสุขภาพจึงจะมีความสุข และไม่คิดว่าเป็นภาระ มีชีวิตที่คิดบวกกับการทำงาน เปลี่ยนวิธีคิดให้คิดเชิงระบบ วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และหาทางแก้ไขปัญหานั้นอย่างมีระบบ จนได้หลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อใช้ในการตัดสินใจ (evidence bases decision making) โดยไม่ใช้การตัดสินใจแบบสามัญสำนึก และที่สำคัญคือ concept Happiness R2R
คุณศิริมา โคตตาแสง กล่าวถึง ในมุมมองของคนที่เป็นคนทำวิจัย R2R .นระบบสุขภาพตัวจริงเสียงจริง มีวิธีคิดอย่างไรถึงได้ลุกขึ้นมาทำวิจัยจากงานประจำ ทั้งๆที่ภาระงานประจำของตนเองก็มากมายอยู่แล้ว
จรวยพร เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย ชี้ประเด็นที่น่าสนใจ และสรุปประเด็นที่วิทยากรแต่ละท่านนำเสนอ
มาเชียร์ด้วยคนค่ะ
ยินดีอย่างยิ่งค่ะพี่แก้ว...
เดี๋ยวเรามาช่วยกันเชียร์ทั้งประเทศนะคะ...