ความในใจของลุง

สวัสดีชาว SHA ทุกท่านค่ะ  ออยขอนำเร่องเล่าดี ๆ นำเสนอนะคะ เร่องนี้เป็นของ SHA ท่าม่วงค่ะ โรงพยาบาลท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีค่ะ

ความในใจของลุง

 

วันนี้ฉันได้รับใบ Consult จากตึกผู้ป่วยสามัญชาย จึงได้เดินเข้าไปพบกับผู้ป่วยที่เป็นเป้าหมายซึ่งจากประวัติเป็นเบาหวานมานานประมาณ 4 ปี  จะมานอนโรงพยาบาลบ่อยมากด้วยภาวะ Hyperglycemia เดือนนี้มา Admitted เป็นครั้งที่ 3 แล้ว พยาบาลประจำตึกให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเวลาหมอมาตรวจผู้ป่วยที่เตียงบอกให้ปรับเรื่องอาหารก็จะเฉยๆ   เวลาพูดถึงเบาหวานก็จะร้องไห้บ่อยๆ  ลูกหลานก็ไม่ค่อยมาเฝ้า  พอมานอนโรงพยาบาลปรับระดับน้ำตาลได้จนคงที่ก็ให้กลับบ้าน  กลับไปไม่กี่วันก็จะมาอีก  แถมครั้งนี้มีแผลที่ขากับที่เท้าเพิ่มขึ้นด้วย  ภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาคือ ผู้ชาย รูปร่างใหญ่  สูงประมาณ 170 เซนติเมตร  กะดูอายุจากใบหน้าเกินกว่าที่บันทึกไว้ในประวัติว่า 56 อยู่หลายปีนัก   มีรอยคราบขี้ตาทั้งสองข้าง ผิวหน้ามัน ผมยุ่ง  นั่งตัวงอๆอยู่บนเตียง  เสื้อที่ผู้ป่วยสวมอยู่ดูสกปรกด้วยคราบของอาหาร  กางเกงมีคราบเปรอะเปื้อนปัสสาวะ   จึงได้เข้าไปทักทายและแนะนำตัวกับผู้ป่วยว่าเป็นพยาบาลผู้มีหน้าที่ให้การปรึกษา ไม่ใช่พยาบาลประจำตึก    ผู้ป่วยมองหน้าแบบงงๆ แต่ก็ยินยอมที่จะพูดคุยด้วย ลุงแกเล่าให้ฟังว่าที่ต้องมานอนโรงพยาบาลเพราะอ่อนเพลีย กินข้าวไม่ค่อยได้ แผลที่เท้าก็ไม่รู้ว่าเป็นได้อย่างไร และเมื่อถามถึงโรคเบาหวานที่เป็นอยู่แกก็เอาแต่ร้องไห้โดยไม่ยอมบอกว่าทำไม ดังนั้นแผนการที่ฉันกำหนดไว้ในใจว่า จะค้นหาปัญหา และเสริมสร้างแรงจูงใจในการรักษาเบาหวานเป็นอันต้องพับไปก่อน และปรับแผนเป็นประเมินภาวะ Depression and Suicide Risk   ซึ่งจากการประเมินพบว่ามีภาวะซึมเศร้าสูงเป็นต่อเนื่องมานานมากกว่า 1 ปี ไม่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย  ทำให้สบายใจได้หน่อย แต่แกยังมีสิ่งที่เป็นปริศนาที่ต้องช่วยกันขุดค้นอยู่ และสำหรับวันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อน   

วันต่อมาเมื่อได้โอกาสไปคุยกับแกอีกครั้ง ก็ยังไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากนักจึงได้นัดหมายพูดคุยกันหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้กลับบ้านและนัดมาตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอก หลังจากนั้นไม่นานแกก็กลับเข้ามานอนโรงพยาบาลอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นเพราะแกเริ่มคุ้นเคยมากขึ้นจากการพูดคุยกันมา 3 ครั้งแล้ว ทำให้แกเล่าเรื่องมารดาที่เสียชีวิตไปแล้วกว่า 4 ปีให้ฉันฟัง ว่ามารดาป่วยเรื้อรังและในช่วง 2 เดือนสุดท้ายไม่ค่อยรู้สึกตัว ตอนที่มารดายังมีชีวิตอยู่ตัวแกเองไม่ค่อยได้เอาใจใส่มารดามากสักเท่าไร จนกระทั่งมารดามีอาการช็อคแล้วนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งขณะนั้นมารดาอาเจียนเปื้อนเสื้อคอกระเช้า เมื่อไปถึงห้องฉุกเฉินพยาบาลตัดเสื้อคอกระเช้าของมารดาออก ผู้ป่วยได้เก็บเสื้อของมารดาตัวนั้นไว้ที่หัวเตียง โดยยังไม่ได้ซักทำความสะอาดนับแต่มารดาเสียชีวิตและจะต้องเข้าห้องไปแอบดูเสื้อของมารดาแล้วร้องไห้ทุกวัน   ในวันที่มารดาเสียชีวิตลุงแกซื้อโลงจำปาอย่างดีราคาหลายหมื่น หาซินแสมาดูทำฮวงซุ้ย  ทุกครั้งที่ไปไหว้ที่ฮวงซุ้ยจะต้องหาอาหารดีๆไปเซ่นไหว้มารดา ถ้ามีโอกาสทำบุญก็จะอุทิศให้มารดาแต่ก็ยังสงสัยในใจว่า มารดาจะได้รับจริงหรือไม่ อีกทั้งยังตำหนิตนเองบ่อยๆว่าไม่ได้ดูแลมารดาให้ดีตอนยังมีชีวิตอยู่  ฉันจึงลองถามลุงว่าต้องการปรึกษากับผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องธรรมะบ้างไหม ลุงตกลงใจฉันจึงได้ไปทาบทามพี่น้อย ซึ่งเป็นหัวหน้างานจ่ายกลางแต่สนใจธรรมะทั้งในด้านการศึกษาหาความรู้และการประพฤติปฏิบัติ ในครั้งต่อมาฉันและพี่น้อยได้เข้าไปคุยกับลุงพร้อมกัน ลุงแกแสดงท่าทีกระตือรือร้น เนื้อหาที่พูดคุยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความดี บุญเก่า กรรมเก่า  การทำบุญและการบริจาคทาน  ลุงซักถามว่าตนเองจะสามารถทำบุญและบริจาคทานให้กับมารดาได้อย่างไร พี่น้อยได้ให้คำแนะนำหลายวิธี และเสนอแนะในเรื่องเสื้อของมารดาที่เก็บไว้ก็สามารถนำมาบริจาคเป็นทานได้ เมื่อลุงได้ฟังดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะบริจาคเสื้อตัวนั้นเป็นทานด้วย แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร พี่น้อยจึงอาสาทำให้ ลุงแกยกมือไหว้หลายครั้งพร้อมทั้งกล่าวคำขอบคุณซ้ำๆ และนัดหมายกันว่าจะดำเนินการเมื่อลุงกลับบ้านได้แล้ว

            ต่อมาไม่นานลุงได้ให้บุตรชายคนที่ 3  พามาที่โรงพยาบาลโดยนำเสื้อของมารดาใส่ถุงกระดาษมาให้ ระหว่างที่ลุงลงไปพบกับพี่น้อย  ฉันได้มีโอกาสคุยกับบุตรชายเล่าว่าบิดาให้พามาด่วน ตนเองติดภาระงานอยู่ก็ไม่ยอม ต้องให้รีบพามาวันนี้ แต่ไม่ยอมบอกว่ามาทำอะไร บอกแต่ว่าหมอนัด เห็นท่าทางกระตือรือร้นมากจะพาไปส่งตึกผู้ป่วยนอกก็บอกว่าไม่ใช่ให้มาส่งที่ตึกซักฟอก รู้สึกงงว่าหมอนัดบิดามาทำอะไร จากนั้นฉันยังได้รับฟังข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวของลุงอีกด้านหนึ่ง  โดยบุตรและภรรยามีมุมมองว่า บิดาเป็นคนดื้อ มักทำอะไรตามใจตนเอง ตั้งแต่รู้ว่าป่วยเป็นเบาหวานก็ไม่ค่อยปฏิบัติตัวตามที่หมอแนะนำ  ทำให้คุมระดับน้ำตาลไม่ได้  จนตนเองและมารดาเริ่มเบื่อๆแล้ว เพราะคุยกันเรื่องโรคก็เหมือนทะเลาะกันทุกที  ตอนนี้หมอบอกว่าไตเริ่มวายแล้ว อยากให้ฟอกไต ก็ยังกังวลเรื่องค่ารักษาอยู่  ในครอบครัวพี่น้องยังไม่ได้ปรึกษากันเรื่องจะส่งบิดาไปฟอกไตหรือไม่ และใครจะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย   ฉันจึงให้ข้อมูลว่าอาการเบาหวานของผู้ป่วยในขณะนี้ได้เกิดภาวะแทรกซ้อนไปที่ตา ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน เกิดภาวะไตวาย จึงมีอาการบวมที่ขาอย่างที่เห็น และเกิดแผลกดทับที่ขาและเท้า แต่สังเกตว่าตัวผู้ป่วยเองไม่ค่อยกังวลเรื่องภาวะสุขภาพของตนเองสักเท่าไรนัก แต่มีความทุกข์ใจในเรื่องอื่นๆมากกว่า บุตรชายบอกว่าไม่เคยรู้เลยว่าบิดากังวลใจเรื่องอะไร คิดว่ากังวลเรื่องโรค ฉันจึงบอกว่าวันนี้นัดหมายลุงมาเรื่องการทำบุญและบริจาคทานให้กับมารดาที่ล่วงลับไปแล้ว บุตรชายจึงซักถามรายละเอียด ได้อธิบายสั้นๆว่า  ลุงเคยเล่าว่ายังรู้สึกเสียใจทุกครั้งที่นึกถึงการจากไปของมารดา  จึงได้นำเสื้อของมารดาที่เก็บไว้มาให้ซ่อมแซมทำความสะอาดเพื่อบริจาคทาน  บุตรชายมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าบอกว่าตนเองก็ยังจำวันนั้นได้เหมือนกัน เพราะได้ช่วยพาอาม่าไปส่งโรงพยาบาลด้วย  แต่ไม่เคยรู้เลยว่าบิดายังเก็บเสื้อตัวนี้อยู่  หลังจากนั้นฉันจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงแผนการดูแลในปัจจุบันว่าจะทำแบบ Holistic และขอความร่วมมือจากบุตรชายในการวางแผนการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน  ซึ่งบุตรชายยินดีให้ความร่วมมือ หลังจากนั้นได้มีการพูดคุยกับลุงอีก 2 3 ครั้ง สีหน้าและแววตาของลุงมีประกายสดใสขึ้น และเมื่อพูดเกี่ยวกับโรคเบาหวานที่เป็นอยู่ลุงไม่ร้องไห้อีกแล้วทำให้ฉันสบโอกาสถามถึงสาเหตุของการร้องไห้ในครั้งก่อน ๆ พอสรุปได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเรื่องของมารดาที่เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน จึงทำให้แกรู้สึกคิดถึงมารดาและเสียใจทุกครั้งที่ได้ยินคำนี้ แต่ตอนนี้รู้สึกดีมากเพราะพี่น้อยบอกว่าถ้าเราตั้งใจภาวนาบุญก็จะไปถึงมารดาได้  เสื้อก็บริจาคให้คนยากจนไปแล้ว ยังฝากเงินไปทำบุญด้วย

ตอนนี้ถ้านึกถึงก็จะต้องพยายามทำใจนิ่งๆ เพื่อส่งผลบุญไปถึงมารดาได้  นับเป็นความกตัญญูอย่างหนึ่งที่พึงทำได้ในขณะนี้

ครั้งต่อมาฉันนัดลุงแบบผู้ป่วยนอกปรากฏว่าลุงไม่ได้มาตามนัด  จึงติดตามประวัติจาก OPD Card  พบว่า ลุงมา Admitted อีกครั้ง และส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด และไม่ได้ข่าวของลุงอีกเลย หลังจากนั้นอีกประมาณ 4 เดือนฉันได้ลงไปร่วมซ้อมแผนการรับอุบัติเหตุหมู่ซึ่งทางโรงพยาบาลจัดขึ้น  จึงได้มีโอกาสพบกับบุตรชายของลุงซึ่งเป็นคนที่ฉันเคยคุยด้วยและทำงานอยู่มูลนิธิกู้ภัย  จึงได้ทราบว่าลุงเสียชีวิตไปสามเดือนกว่าแล้ว เพิ่งทำบุญครบ 100 วันเมื่อไม่นานมานี้  โดยก่อนเสียชีวิตทั้งครอบครัวได้ปรึกษากันเรื่องล้างไต  และลงความเห็นร่วมกันว่าไม่ต้องก็ได้ เพราะว่าคงไม่ได้ช่วยยืดอายุบิดาอีกสักเท่าไร และบิดาก็ไม่ได้ทุกข์ใจอะไร อีกทั้งยังห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายแทนบุตร  ช่วงระยะสุดท้ายของชีวิตบิดาดูมีความสุขกว่าเดิม  อยากกินอาหารหลายๆอย่างซึ่งหมอเคยสั่งห้าม เพราะไม่ดีต่อโรค ลูกๆก็เตือน แต่บิดาบอกว่าขอกินเถอะ เพราะว่าเดี๋ยวตายไปลูกๆเอาไปไหว้ที่ฮวงซุ้ยไม่รู้จะได้กินจริงหรือเปล่า แต่ตอนนี้ได้กินจริงๆ  บุตรกับภรรยาก็เลยจัดให้ได้กินอาหารตามใจชอบ ซึ่งดูว่าบิดามีความสุขจริงๆ  วันที่เสียชีวิตก็จากไปอย่างสงบ   ทุกคนในครอบครัวรู้สึกว่าได้พยายามดูแลบิดาในระยะสุดท้ายของชีวิตด้วยความเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี

 

       เล่าโดย : คุณลออทิพย์    เจติยานุวัตร  พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

              งานบริการให้คำปรึกษา    โรงพยาบาลท่าม่วง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน SHA,patty



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

อ่านบันทึกแล้วเห็นภาพเลยขอรับ..

ธรรมะยามเช้าขอรับ..

เขียนเมื่อ 

แวะมาเยี่ยมค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจ
  • SHA คนบ้านเราครับ
  • เย้ๆๆๆ
  • กาญจนบุรี ดินแดนที่สุขสันต์อาจิณ

ซึ้งใจจังเลยค่ะ บางทีปริศนาที่อยู่ในซอกหลืบลึก ที่คิดว่าคนในครอบครัวน่าจะรู้ดีกว่า

แต่มันเป็นสิ่งมหัสจรรย์จริงๆที่ผู้ดูแลสุขภาพอย่างพวกเรากลับได้รับความไว้วางใจ ค้นหาปริศนาดำจนพบ และช่วยให้ผู้ป่วยได้พบทางสว่าง และคลายทุกข์จนวินาทีสุดท้าย

น้ำชาเป็นอีกคนหนึ่งที่นึกถึงคุณพ่อทีไร เป็นเสียใจทุกครั้ง ที่คุณพ่อกลับบ้านเมื่อป่วยหนัก อยากกลับไปตายที่บ้าน แต่พวกเราคิดว่าคุณพ่อน่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลที่มีแพทย์หลายระบบที่คอยดูแล คุณพ่อน่าจะปลอดภัยกว่า ได้แต่ปลอบคุณพ่อว่าเดี๋ยวหายดี ก็ได้กลับบ้านเราแล้ว มองเห็นน้ำตาของคุณพ่อที่ไหลอาบร่างแก้มทั้งสองข้าง...เห็นพฤติกรรมก้าวร้าวของคุณพ่อที่ดุคุณแม่ ว่าคุณแม่ตัวดีนัก ไม่ยอมให้กลับบ้าน ไม่นึกว่าความปรารถนาดีของพวกเราจะทำให้คุณพ่อเสียใจมากมายและอีก 2วันต่อมา มะเร็งก็มาพาร่างและวิญญาณของคุณพ่อจากพวกเราไป โดยที่คุณพ่อไม่ได้กลับอันแสนรักและแสนอบอุ่นอีกเลย

อาจจะเป็นตัวอย่างหนึ่งว่า ความปรารถนาครั้งสุดท้าย เมื่อได้รับการตอบสนอง จะทำให้เขาจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางความสุข แม้บางทีมันจะขัดแย้งกับแนวทางการรักษา ทีคิดว่าการยื้อเวลาของเค้า คงจะดี แต่ลางทีตัวเค้าเองอาจจะไม่อยากทนแล้วก็ได้

เป็นกำลังใจ...ค่ะ

พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
IP: xxx.53.204.7
เขียนเมื่อ 

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๓

ขอให้คุณpatthananและครอบครัวมีความสุขดังบทบาลีที่ว่า เต อัตถลัทธา สุขิตา วิรุฬหา พุทธสาสเน อโรคา สุขิตา โหถะ สหสัพเพหิ ญาติภิ. ขอให้ครอบครัวของท่านพร้อมด้วยหมู่ญาติ จงประสบสุขในสิ่งที่ปรารถนา มีสุขภาวะที่สมบูรณ์ปราศจากโรคภัยและเจริญงอกงามไพบูลย์ในพุทธธรรมตลอดไป เทอญ.

  • ดีใจจัง ที่สามารถนำคุณลุงไปพบจุดหมายปลายทางได้
  • กว่าจะได้เท่านี้ คงใช้เวลานานเหมือนกันนะคะ