เช้านี้สวดมนต์เสร็จแล้วนั่งวิจัยลมหายใจเข้าออกพอสมควร

แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทุกหมู่เหล่าแล้ว

ปัดกวาดที่พักอาศัยตามปกติที่กระทำทุกวัน

วันนี้นึกว่าจะเขียนบันทึกอีกอย่างหนึ่งแต่เหลือบไปดู

คำกลอนคติเตือนใจที่ธรรมฐิตไว้อ่านเตือนจิตตนเองทุกวัน

จึงนำมาบันทึกไว้    ที่นี้

ปลีกวิเวก  ปล่อยวาง  จากมายา        ในร่มกา- สาวพัสตร์  สงัดไหม

สดับเสียง  กังสดาล  หวานเพียงใด     โปรดสัตว์  พ้นทุกข์ภัย  เท่าไรแล้ว

ฝึกจิตว่าง  ดังหวัง  หรือยังพระ        แสงธรรมะ  คงพา  ให้ผ่องแผ้ว

ศีลสองร้อย  ยี่สิบเจ็ด  เป็นเขตแนว     มิให้แคล้ว  มรรคา  ตถาคต

ทุกโมงยาม  งามวัตร  ปฏิบัติเคร่ง      หมั่นพิศเพ่ง  คืนวัน  แสนสั้นหด

ตรองสังขาร  อันมิเที่ยง  เกินถ่ายทด    แก่เจ็บตาย  ล้วนกำหนด  ทุกรูปนาม

เหล่าญาติมิตร  แม่พ่อ  รอเยี่ยมยล     ท่านคือผู้  สัมฤทธิ์ผล  ก้าวพ้นข้าม

สมุทรแห่ง  กิเลศหนา  ปัญญาทราม    สมกับนาม  สาวก  องค์บวร

อย่าเป็นเพียง  ทัพพี  คนแกงคละ       หารู้รส  ธรรมะ  ผัสสะกร่อน

ปากพร่ำสวด  คำพระ  ใจเร่าร้อน        ไป่ลึกซึ้ง  คำสอน  ถอนอบาย

ข้าวทุกคำ  น้ำทุกกลืน  จากก้นบาตร     เสพเพียงชม  รสชาติ  แล้วขับถ่าย

อยู่เพื่อกิน  นอนนั่ง  ซังกะตาย          ดุจใบไม้  ลอยน้ำ  ตามคลื่นลม

รักษ์วินัย  เหมือนนุ่งผ้า  เปื้อนก็ผลัด    ผิดอาบัติ  แสดงหาย  แล้วซักห่ม

ประพฤติตัว  ดุจบัวต่ำ  ในโคลนตม     ยิ่งถ่วงถม  ยิ่งจมเสื่อม  เสียเวลา

ถอดเสื้อผ้า  โกนผม  มาเป็นพระ        เพื่อเลิกละ  ทางโลก  แหล่งตัณหา

เผื่อเผยแผ่  ธรรมะ  พระศาสดา        อันล้ำค่า  เลิศคุณ  หนุนบารมี

อย่าบวชแค่  คลุมเหลือง  หัวลื่นโล้น   จิตเป็นโจร  ปล้นศรัทธา  น่าบัดสี

หย่อนวินัย  ไม่เพียรวัตร  อลัชชี  บวชเช่นนี้  เปลืองข้าวสุก  กราบเสียมือ

.......................................................

ปลงผม  ห่มจีวร  นอนที่วัด  ทำวัตรสวดมนต์ 

อย่านึกว่าเป็นพระสมบูรณ์แบบนะธรรมฐิตนะ

ธรรมะสวัสดีขอรับ..