Strategic Planning

จากที่ได้เข้าไปสืบค้นข้อมูลใน http://www.educause.edu/ พบบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ในสถาบันอุดมศึกษา ตามสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี   ‘Strategic Planning for Technological Change’  By Bart Strong จึงขอนำมาเล่าและแลกเปลี่ยนในบางส่วนที่คิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับใช้เป็นแนวคิดในทางปฏิบัติได้บ้าง(http://www.educause.edu/EDUCAUSE+Quarterly/EDUCAUSEQuarterlyMagazineVolum/StrategicPlanningforTechnologi/161833)

        การวางแผนกลยุทธ์  ทำขึ้นเพื่อให้เรารู้ว่า  เราเป็นใคร  กำลังจะไปจุดไหน และวางแผนที่จะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร โดยกระบวนการนี้อาจผิดพลาดได้ หากมีการพึ่งพาเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและรวดเร็วในปัจจุบัน  โดย Ralph Waldo Emerson ซึ่งอาจเป็นคนแรกๆ ที่ได้กล่าวไว้ในปี 1844 ว่า การทำนายถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนั้น เปรียบเหมือนการถือเชือกทรายไว้ในมือ [Predicting technology changes is like holding on to a rope of sand] แต่เป็นการดี หรือความฉลาดที่ได้รู้ว่าเชือกทรายนี้ อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ เมื่อมัน twist ไปอีกทาง  โดยในครั้งแรกที่เขาได้ถือเชือกทรายนี้ คือ การเตรียม workshop เกี่ยวกับ electronic books ที่มีการเตรียมเป็นเวลา 3 ปี/ มีการ update เครื่องมือ รวมถึงทำวิจัยตลาดอยู่โดยตลอด/ เปลี่ยนขั้นตอนงานอุตสาหกรรมที่ใช้เวลา 6 เดือน/ ทำการเปลี่ยน software และ format / แนะนำเทคโนโลยีใหม่นี้สู่ตลาด/ เปลี่ยนแนวโน้มผู้บริโภค/ กลยุทธ์ของ partnerships เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง  โดยมีการใช้ e-books เป็นสื่อในการเรียนรู้อย่างหนึ่งในตลาดการศึกษาปัจจุบัน

            รูปแบบของการวางแผน (Model Planning Framework)  มีการพิจารณาเป็น 2 ส่วน  คือ

            1. Mission: เราคือใคร  เช่นคำถามว่า เป้าประสงค์ปัจจุบันของเราคืออะไร  พันธกิจของสถาบันเราคืออะไร  อะไรที่ควรเป็น function หรือบริการหลัก หน่วยงานภายใน/ภายนอกใด ที่เราต้องพึ่งพาหรือมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้งานสำเร็จ เป็นต้น

            2. Vision: เรากำลังจะไปไหน  เช่นคำถามว่า  กำลังเกิดอะไรขึ้นในโลกของอุดมศึกษาวันนี้  และจะทำอย่างไรในอีก 3 ปีข้างหน้า เพื่อตามสิ่งเหล่านั้นให้ทัน เช่น ข้อจำกัดจากเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน/ กระแสของเทคโนโลยีในปีหน้า หรือแนวโน้มในช่วง 5 ปีนี้/ ความต้องการของนิสิตนักศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป/ ตลาดการแข่งขัน ฯลฯ  โดยนำประเด็นต่างๆ เหล่านี้มาทำ  SWOT Analysis  แล้วร่างวิสัยทัศน์  กำหนดเป้าหมาย/ตัวบ่งชี้ และวัตถุประสงค์  ผู้รับผิดชอบ  ทรัพยากร และงบประมาณ ที่จะทำให้บรรลุวิสัยทัศน์ได้ในเวลาที่กำหนด  รวมถึงต้องมีการทบทวนและปรับปรุงเป็นประจำทุกปี

                Harry Beckwith  ได้กล่าวถึงประโยคน่าสนใจไว้ในหนังสือ “Selling the Invisible” ว่า “Don’t value planning only for its results: The Plan. The greatest value is in the process: The Thinking”   สิ่งสำคัญในการทำแผนก็คือ การได้เข้ามามีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร โดย Pooling ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ นำมาสร้างเป็น Ideas ให้แก่กันและกัน จึงจะประสบความสำเร็จร่วมกันได้  แล้วไม่ว่าจะเรียกแบบไหน จุดแข็ง/จุดอ่อน ของกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ อยู่ที่ความร่วมมือ  การเปิดกว้างให้ได้แสดงความคิดเห็น  และนั่นต่างหากคือกลยุทธ์