จากประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมา ผมจะพบลักษณะในการทำงานของคนอยู่สองประเภท คือ
ประเภทจับถูก และ ประเภทจับผิด
คนประเภทจับถูก
จะเป็นคนที่ให้การยอมรับคนอื่นก่อนในเบื้องต้น มีความเป็นกันเอง ให้ความสนใจ พร้อมกับชมเชย หากมีข้อบกพร่อง ก็จะให้คำแนะนำในเชิงเสนอแนะ เป็นที่ยอมรับด้วยความเต็มใจ
คนประเภทจับถูก เข้าไปนิเทศติดตามงานที่ไหน หรือเป็นผู้ตรวจงานเรื่องใด ก็สบายอกสบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายครับ งานก็ได้ผล คนก็เป็นสุข ประเภท I am OK You are OK
คนประเภทจับผิด
จะเป็นคนที่ต้องหาความผิดของคนอื่นให้ได้ก่อนในเบื้องต้น ไม่มีความเป็นกันเอง ไม่สนใจงานที่ทำ และ ไม่ให้การยอมรับ จะต้องจับผิด และ ตำหนิก่อนในเบื้องต้น พร้อมกับสั่งแก้ไขใหม่ โดยบอกว่าต้องทำตามที่ตัวเองบอกเท่านั้น จึงจะถูกต้อง ที่ทำมา ใช้ไม่ได้
คนประเภทจับผิด เข้าไปนิเทศติดตามงานที่ไหน หรือ ผ่านงานเรื่องใด ก็จะมีแต่ความอึดอัด คับข้องใจ และ ขุ่นมัว การแก้งานตามที่บอก ก็แก้เพื่อให้ผ่าน แต่ไม่ได้เนื้องานที่แท้จริง งานก็ไม่ได้ผล คนก็ไม่เป็นสุข เพราะคนประเภท I am OK You are not OK

ผมว่าถ้าจะพัฒนางานอย่างยั่งยืน ก็น่าจะต้องพัฒนางานด้วยการจับถูกก่อนเป็นเบื้องต้นนะครับ เพราะตามหลักจิตวิทยา มนุษย์ทุกคนต้องการการยอมรับ ต้องการการมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีด้วยกันทั้งนั้น
การจับผิด จึงถือเป็นไม่ให้การยอมรับ เป็นการทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีที่เขามีอยู่
ไม่เป็นผลดีต่อการทำงานเลยครับ

สวัสดีค่ะ..ท่านรอง
ทำงานกับคนจับถูกก็สบายใจครับ
ทำงานกับคนจับผิด ต้องทำใจ มองอีกอย่าง เป็นครูฝึกจิตเราครับ
ขอบคุณมากครับ
สองคนนี้ไม่เคยจางหายไปจากวงการศึกษาเรา
แต่คนหลัง เหมือนจะมีเยอะขึ้นไหมคะ
ตอนนี้ มีเรื่องเข้ามาให้แก้ปัญหาหลายเรื่องครับ การแก้ปัญหาแต่ละเรื่อง ก็นำมาเขียนครับ
ขอบคุณครับ
แต่บางครั้งถ้าขาดคนจับผิดเราอาจจะไม่เห็นความผิดของคนบางกลุ่มนะท่านรอง..
ถ้าจับผิดเพื่อหาทางแก้ไขก็ไม่มีใครว่าอะไรนะ
แต่จับผิดเพราะไม่ยอมผู้อื่นสิน่าคิด
ธรรมะยามเช้าท่านรอง..
ถ้าจับผิดเพื่อหาทางแก้ไขก็ไม่มีใครว่าอะไรนะ
แต่จับผิดเพราะไม่ยอมผู้อื่นสิน่าคิด
ตรงนี้เป็นเรื่องจริง และ ถูกที่สุดเลยครับ
ขอบคุณมากครับ ที่กรุณาเสริมเติมเต็ม
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่ที่แวะไปเยี่ยมกัน
จิตมีความไวมาก เราตามไม่ค่อยทันค่ะ มักจะรู้ตัวเมื่อเกิดอกุศลจิตขึ้นแล้ว
ดิฉันถือหลักว่า เมือจับได้ว่าอกุศลจิตเกิดขึ้น ก็ถอยออกมาดู ควบคุมด้วยการเฝ้ามอง ไม่ปรุงแต่งต่อจนมันเติบโต เมื่ออกุศลจิตดับลง จึงใช้ปัญญาอบรมจิต เพื่อให้เกิดอกุศลจิตชนิดนี้เกิดขึ้นน้อยลงๆเรื่อยๆค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ.
ขอบคุณค่ะ ที่ให้เนื้อที่ระบายบ้าง
ขอบคุณข้อคิดค่ะ
จะลองนำไปปรับใช้ดูนะค่ะ
คิดดีๆอีกที
ก็เหมือนกับจิตวิทยาการทำงานนะค่ะ
ก็คงคล้ายๆกันครับ สำหรับการปราบอกุศลจิต ผมขอเสริมอีกนิดครับ สำหรับผม ต้องคอยหมั่นเติม "สัญญา" ทางธรรมะ ที่ดีๆ จากการอ่านหนังสือธรรมะ ครับ ความรู้ประเภทสัญญา ที่เราอ่าน ก็อาจกลายมาเป็น ปัญญา ได้ครับ ถ้าเรานำมาใช้
ขอบคุณมากครับ
ขอชื่นชมการทำงานสไตล์ครูอ้อย ด้วยใจจริงครับ
นี่แหละครับ ผู้นำตัวจรืง
ขอบคุณครับ
ติเพื่อก่อ ก็จะมีสไตล์ที่เรายอมรับได้ครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยม
สวัสดีค่ะท่านรอง
นี่คือที่มาของคำว่าผิดเป็นครู
กอสงสัยตั้งนานแล้วว่าทำไมเค้าถึงได้ว่าผิดเป็นครู
ท่านรองเฉลยวันนี้นี่เอง
ท่านรองหมายถึงยังไงค่ะ
หมายถึงว่าเวลาท่านรองไปนิเทศงาน ท่านรองอยากให้คนนิเทศงานมุ่งหน้าไปหาความถูกก่อน ดึงความถูกที่ได้เห็นเป็นจุดเด่น ส่วนที่เห็นว่าผิดก็จะเป็นครูให้เราในฐานะผู้นิเทศได้ถามคุณครูว่าผิดเพราะอะไร คนที่ทำงานผิดเค้าก็จะได้รับเกียรติเป็นครูสำหรับเรา เราจะได้เรียนรู้ว่าเราในฐานะนิเทศสามารถไปนิเทศเค้าได้เพราะเรามักจะเป็นคนทำถูก ได้ไปเรียนรู้ความผิดซึ่งมันน่าจะมีหลายรูปแบบ
แบบนี้ท่านรองก็จะได้เจอครูหลายรูปแบบ ซึ่งเมื่อท่านรองมุ่งหน้าไปหาความถูกก่อน ทั้งคนที่ไปนิเทศและคนที่ถูกตรวจสอบก็มีกำลังใจ และแก้ไขความผิดต่อไป
เข้าใจถูกต้มหรือใกล้เคียงบ้างมั้ยค่ะ อิอิ
ดึงความถูกที่ได้เห็นเป็นจุดเด่น ส่วนที่เห็นว่าผิดก็จะเป็นครูให้เราในฐานะผู้นิเทศได้ถามคุณครูว่าผิดเพราะอะไร
ตรงครับ ถูกต้ม เอ๊ย ถูกต้อง
ขอบคุณมากครับ
ว่าแต่คุณสุดสายป่านใช้ครีมอะไรทาหน้าครับ
สวัสดีครับท่านรองฯ
ข้อคิด คำคม และการหารูปภาพมาประกอบของท่านสุดยอดขั้นเทพครับ