โอ้โห!!! นักเขียน
บินหลา...คืนคอน
ฝนตกลงมาไม่ขาดสาย รถราในท้องถนนติดกันเป็นตังเม ผู้คนต่างรีบเร่งหาที่หลบฝน ทว่า "บินหลา"กลับเดินอย่างเชื่องช้าไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกับความรุนแรงของสายฝน ที่ป้ายรถเมล์มีคนเบียดเสียดกันแน่น พนักงานบริษัทหลายคนกำลังรอรถด้วยใจจดจ่อหลังจากที่เป็นหุ่นยนต์แลกเงินหลายชั่วโมง
ภาพในวันนั้นผุดเข้ามาในความคิด
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเรียกประชุมพนักงานทุก
พนักงานทุกคนครับ ทางบริษัทขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
       เกิดอะไรขึ้นค่ะใครคนถามขึ้น ตามด้วยเสียงคุยกันจอแจ
ผู้จัดการเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะพิษของเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ เพื่อความอยู่รอดของบริษัทเราจึงต้องปลดพนักงานบางส่วนออก
เสียงคุยกันเงียบลงทันที่! แน่นอนบินหลาเป็นหนึ่งในพนักงานที่ถูกปลดออกเธอรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักหล่นใส่ตัว
สมองหนักอึ้งคิดอะไรไม่ออก น้ำใสๆไหลออกจากตา เธอถูกไล่ออกทั้งๆที่ทำงานยังไม่ครบปี
เมื่อปีที่แล้วหลังจากเรียนจบปริญญาตรีสาขาศิลปะศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในตัว จังหวัด บินหลามุ่งหน้าสู่กรุงเทพเมืองที่เธอใฝ่ฝันอยากใช้ชีวิต
อย่าไปเลยนะลูก กรุงเทพฯใหญ่โต อันตรายก็มีมากหางานแถวบ้านเราทำดีกว่าเสียงแม่แสดงความห่วงใย
ทำงานอยู่ที่นี่ก็เท่านั้นแหละจ๊ะแม่ ห่างไกลความเจริญ บ้านนอก ถ้าหนูไปทำงานที่กรุงเทพจะทำอะไรก็สะดวกสบายและจะได้มีเงินเดือนส่งมาให้แม่ไงจ๊ะ   บินหลากล่าวแววตาแสดงความมุ่งมั่นโดยไม่ได้สนใจคำทัดทานของแม่
แล้วแม่จะอยู่กับใครละลูก
ก็อยู่กับน้องธนาสิแม่ แล้วก็หลวงพี่สุทินอีก เหงาเมื่อไหร่แม่ก็แวะไปคุยกับท่านก็ได้ ขาดหนูไปสักคนคงไม่เป็นไรหรอก
บ้านหลังไม่ใหญ่นักของบินหลาอยู่ในจังหวัดทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก แม่กับน้องชายอยู่กันเพียงสองคน พี่ชายวัยใกล้สามสิบบวชเมื่อเดือนที่แล้ว ท่ามกลางความดีใจของแม่ ส่วนน้องชายตอนนี้เป็นนักศึกษาปีสองของมหาวิทยาลัยในตัวจังหวัด
ผ่านมาหนึ่งเดือนสำหรับการตระเวนหางานทำ แต่ความหวังช่างดูริบหรี่เหลือเกินหลายบริษัทต้องปิดกิจการลง 
ฝนยังไม่หยุด บินหลาเดินมาถึงห้องพักด้วยสภาพเปียกปอนราวกับลูกนกตกน้ำ เงินที่มีอยู่ร่อยหรอลงทุกที มโนภาพเมืองกรุงเปลี่ยนไป เธอทรุดนั่งลงกับพื้น มองรูปถ่ายแม่ น้ำตาไหลมาตามจังหวะของสายฝน
ถ้าหางานไม่ได้ก็กลับบ้านนะลูก มาช่วยแม่เย็บผ้าก็ได้ เสียงแม่พูดก่อนเธอขึ้นรถไฟยังก้องอยู่ในใจ
บ่อยครั้งที่รู้สึกโดดเดี่ยว แต่ครั้งนี้ความโดดเดี่ยวได้เกาะกุมหัวใจมากกว่าครั้งไหนๆ  ความเจ็บช้ำใจทวีความรุนแรง บินหลาตัดสินใจกลับบ้าน กลับสู่ความเป็นบ้านนอกอีกครั้ง!
 
หลายชั่วโมงกับการเดินทำให้ร่างกายปวดเมื่อยไม่น้อย แต่ภาพอันคุ้นเคยที่ปรากฏสู่สายตาทำให้บินหลาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
ท้องทะเลยามเย็น ตะวันทอแสงเกือบตกดินท้องฟ้าอาบด้วยสีแดงระเรื่อ แตะแต้มสีทองตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อย กับหาดทรายสีนวลขาว มีเด็กชายหญิงกลุ่มหนึ่งเล่นน้ำกันส่งเสียงเอะอะ เจี๊ยวจ๊าวสนุกสนาน
บ้านยังเหมือนเดิม ใบของต้นมะยมหน้าบ้านสั่นไหวตามแรงลมราวกับต้อนรับการกลับมาของเธอ แม่ยังนั่งอยู่หน้าจักรเย็บผ้าตัวเก่าตัวที่ใช้ทำมาหากินส่งบินหลาเรียนจนจบแม่ดูผอมไป อาจด้วยวัยที่ล่วงเลยมาและการทำงานหนัก เพราะหลังจากที่พ่อจากไปขณะที่บินหลามีอายุเพียง 7 ขวบ แม่ก็หาเลี้ยงครอบครัวเพียงลำพังมาโดยตลอด สิ่งนี้เองที่ทำให้บินหลาศรัธทาในความเป็นหญิงแกร่งของแม่ยิ่งนัก
อ้าว! บินหลามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ แม่ไม่อาจซ่อนความปิติ กัญโผเข้าหาอ้อมกอดอันอบอุ่นที่โหยหามานาน มือหยาบของแม่ลูบลงบนศีรษะ
แม่จ๋า หนูกลับมาหาแม่แล้วบินหลาพูดเสียงปนสะอื้น ดวงตาพร่ามัวไปด้วยน้ำตา
โธ่ ขี้แยเป็นเด็กไปได้แล้วนี่จะมาอยู่กี่วันละลูก
แล้วนี่น้องธนาไปไหนล่ะ หนูยังไม่เห็นเลย บินหลาเฉไฉไปเรื่องอื่น
ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนนะลูก จะได้มากินข้าว น้องแวะไปคุยกับพระทินที่วัด เดี๋ยวคงกลับมา เมื่อไม่ตอบแม่ก็ไมได้ซักอะไรมาก ตัวบินหลาเองก็ยังไม่พร้อมที่จะพูดถึงเรื่องนี้มาก
อาหารมื้อเย็นผ่านไปท่ามกลางบรรยากาศของความสุข
ดวงจันทร์สุกสว่างสดใส ส่งแสงกระทบบนผิวโลก เสียงคลื่นกระทบฝั่งก้องกังวาน บรรยากาศในวันวานคืนสู่ความทรงจำอีกครั้งเมื่อได้มานั่งเล่นที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านกับบุคคลอันเป็นที่รักทั้งสอง เรื่องราวต่างๆพรั่งพรูออกจากปากบินหลาสายลมเบาๆพัดผ่านมาพร้อมกับหอบเอาความทุกข์ของเธอไปด้วย
เช้านี้บินหลาบินหลากับแม่ไปกราบพระที่วัดหลังจากพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบ และระบายเรื่องทุกข์ใจออกมาบินหลาก็รู้สึกดีขึ้น ขากลับได้แวะไปซื้อผ้าที่ตลาด
ตลาดเต็มไปด้วยชาวบ้านและมีนักท่องเที่ยวบางส่วนซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ชาวบ้านบางคนนำสินค้าของตัวเองมาขาย
แม่ เราลองซื้อผ้าบาติกไปตัดชุดดีไหมจ๊ะ บินหลากล่าวขึ้นขณะเลือกซื้อผ้า
เออ ก็น่าสนใจนะ แต่แม่ว่ามันแปลกๆนะ จะมีคนซื้อรึเปล่าล่ะ แม่ออกความเห็น
ไม่ลองจะรู้เหรอแม่ ลองดูนะจ๊ะ
นี่แหล่ะบินหลา ผู้ที่มีความมั่นใจในตัวเอง ชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด
 
บาติก...ปีกแห่งฝันชื่อร้านขายเสื้อผ้าเล็กๆ ในมุมหนึ่งของตลาด ร้านที่มีชื่อ "บินหลา" เป็นเจ้าของ กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ในแต่ละวันจะมีลูกค้าเข้าออกร้านไม่เคยขาดสร้างความภูมิใจให้กับผู้เป็นเจ้าของยิ่งนัก จากก้าวแรกที่ทำเพียงเล็กน้อยแล้วนำไปส่งที่ร้าน แต่บัดนี้บินหลาได้สร้างร้านของตัวเองขึ้นมา เธอลงมือทำผ้าบาติกเอง ด้วยกับฝีมือการวาดและการลงสี
ของบินหลา และลวดลายบนผ้ายังแปลกจึงเป็นที่ติดอกติดใจของนอกจากนี้เธอยังได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อื่นๆจากผ้าบาติก 
บินหลามีความสุขกับการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก มีความสุขกับการได้เป็นลูกจ้างของตัวเอง มีความสุขกับการใช้ชีวิตเช่นคนบ้านนอก การตัดสินใจครั้งนั้นได้กลายบทเรียนบทสำคัญของชีวิต การใช้ชีวิตในเมืองกรุงทำให้บินหลาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย ด้วยความอยากเรียนรู้โลกกว้างทำให้บินหลาออกโผบินโดยหารู้ไม่ว่าปีกของตัวเองยังบางเกินกว่าที่จะทำเช่นนั้น สุดท้ายเธอตัดสินใจกลับมา...คืนคอน.
             

 

 

 

ตอนเรียนมัธยมข้าพเจ้าชอบอ่านนิยาย เรื่องสั้นมาก คือต้องอ่านทุกวัน วันไหนไม่ได้อ่านแล้วรู้สึกเหมือนชีวิตขาดอะไรไป อ่านไปอ่านมาจนวันหนึ่งเกิดความคิดที่ว่าอยากลองเขียนดูบ้างจึงเริ่มฝันที่จะเป็นนักเขียน

แต่พอจะเริ่มเขียนก็เกิดปัญหามากมาย ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนจะวางโครงเรื่องยังไง เลยพักความคิดนั้นไว้ก่อน มาอ่านนิยาย เรื่องสั้นโดยไม่ได้อ่านเพื่อความสนุกอย่างเดียว แต่ได้ลองสังเกตการณ์วางเรื่อง การกล่าวถึงตัวละครแต่ละตัว เอกลักษณ์การเขียนของนักเขียนแต่ละคน ใช้เวลาในการอ่านมากขึ้นจนคิดโครงเรื่องออก จากนั้นอ่านนิตยสาร ดูข่าวเพื่อเก็บข้อมูล และได้ไปปรึกษาคุณครูสอนภาษาไทยแล้วจึงได้เริ่มเขียนจริงๆ สักที เสร็จได้เรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง

080920195904-vertชื่อเรื่อง บินหลา...คืนคอน เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิถีชีวิตของสาวชาวใต้คนหนึ่งที่ออกจากบ้านตามหาความฝันในเมืองกรุง แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้คือความช้ำจนสุดท้ายต้องหอบความความช้ำกลับบ้าน ใช้เวลาเขียนไม่นานนัก แต่เสียเวลากับการแก้ไขมากกว่า เพราะต้องนำไปให้เพื่อนๆและครู อ่านแล้วติชม ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเหมือนการเล่าเรื่องธรรมดา จึงได้นำมาปรัปปรุงใหม่จนเสร็จสมบูรณ์ ข้าพเจ้าภูมิใจมากที่มีเรื่องสั้นเป็นของตัวเองสักที จากที่ได้ลองเขียนเรื่องสั้นเลยได้รู้ว่ากว่าจะได้เรื่องสั้นแต่ละเรื่องไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ก่อนก็งงว่าหนังสือนิยายแต่ละเล่มทำไมราคาสูงจัง เพิ่งจะเข้าใจตอนนี้เองว่าต้องใช้ความสามารถล้วนๆ การเขียนเรื่องสั้นครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่าไม่มีสิ่งใดได้มาง่าย เราต้องใช้ความพยายามเท่านั้นจึงจะสำเร็จได้

แหล่งอ้างอิง

http://www.sakulthai.com/ruengson/2703.asp

http://campus.sanook.com/u-write/read.php?id=390