ทฤษฎีของโยคะ คือ การบำบัดโดยการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ตามที่กำหนด โดยเน้นการหายใจ เข้า - ออก ให้สอดคล้องกับท่าฝึก และการทำสมาธิระหว่างการฝึก

ทฤษฎีของโยคะ (Theory of Yoga)

ทฤษฎีของโยคะ คือ การบำบัดโดยการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ตามที่กำหนด โดยเน้นการหายใจ เข้า - ออก ให้สอดคล้องกับท่าฝึก และการทำสมาธิระหว่างการฝึก

หลักสำคัญของการฝึกโยคะ [ Objectives ]

1.     หายใจแบบโยคะให้ถูกต้อง : หายใจเข้า - ท้องพอง, หายใจออก - ท้องแฟบ 
- สูดอากาศเข้าให้พอดีกับท่าฝึก เพื่อให้ได้ออกซิเจนมากพอ 
- ปล่อยลมหายใจออกให้สุด เพื่อขับอากาศเสียออกจากร่างกาย และลดความตึงเครียด ของกล้ามเนื้อ 
- หายใจเข้า - ออก ให้สอดคล้องเป็นจังหวะกับท่าฝึกแต่ละท่า

2.     ฝึกท่าแต่ละท่า ช้าๆ เป็นจังหวะที่ลงตัว ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ตามข้อจำกัดธรรมชาติร่างกายของแต่ละบุคคล อย่าฝืนเกินไป เช่น ยืดตัวมากเกินไป เกร็งเกินไป ตึงมากไป บิดมากเกินไป  
- ผู้มีปัญหาด้านสุขภาพแต่ละประเภท ให้บันทึกท่าฝึกที่ห้ามทำอย่างเคร่งครัด 

3.     การกำหนดจิต ( Concentration ) ให้เป็นหนึ่งเดียวกับการฝึกโดยไม่วอกแวก จะทำให้จิตสงบเข้าถึงสมาธิได้ดี ขึ้น ห้ามแข่งขัน หรือคุยกันระหว่างการฝึก ควรอดทนและขยันฝึกเป็นประจำควรฝึกอย่างน้อย อาทิตย์ละ 3 - 4 ครั้ง

4.     หยุดพักและผ่อนคลาย หลังแต่ละท่าฝึก ( Pause & Relax ) ให้หายใจเข้า - ออก ช้า ๆ ลึก ๆ 6-8 รอบ เพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และทำให้การเต้นของหัวใจปรับเข้าสู่สภาวะปกติก่อนที่ จะฝึกท่าต่อไป

พร้อมรึยังคะ ... ถ้าพร้อมแล้ว  เรามาเริ่มฝึกกันเลยนะค้า ... 

ท่ายืน

          การฝึกโยคะท่ายืน บางท่าจะค่อนข้างง่าย แต่บางท่าจะค่อนข้างยากต้องใช้ทั้งความแข็งแรงและการทรงตัว ผู้ฝึกไม่จำเป็นต้องทำทุกท่า ในการฝึกแต่ละครั้งควรจะมีท่ายืน 3-5 ท่าเพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงและความสมดุลของร่างกาย

 

ท่าภูเขา Tadasana (Mountain Pose)

วิธีฝึก

1.     ยืนตรงเท้าชิดกัน ส้นเท้าและฝ่าเท้าตรงกัน

2.     เหยียดเข่าให้ตึง เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาให้เข่ากระชับ

3.     เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง ยืดอก หลังเหยียดตรง คอตั้งตรง ตามองตรงไปข้างหน้า

4.     รักษาสมดุลของร่างกายให้น้ำหนักผ่านแนวตรงจากศีรษะ ไหล่มายังกึ่งกลางสะโพก ข้อเข่าและข้อเท้าไปยังฝ่าเท้าทั้งสองข้าง

5.     แขนอาจจะวางแนบลำตัว หรือพนมมือเหนือศีรษะ หรือพนมมือจรดหน้าอก

ประโยชน์  

  • ทำให้ยืนได้ถูกหลัก
  • ทำให้กล้ามเนื้อต้นขา เข่าและข้อเท้าแข็งแรง
  • กล้ามเนื้อหน้าท้องและก้นแข็งแรง
  • ลดอาการปวดหลังและฝ่าเท้าแบนราบ

ข้อห้ามฝึก

  • ปวดศีรษะ
  • นอนไม่หลับ
  • ความดันโลหิตต่ำ

 ท่านักรบ Virabhadrasana II (Warrior II Pose)

 

วิธีฝึก

1.     ยืนท่าภูเขา หายใจออกช้าๆกระโดแยกเท้าออกกว้าง 3-4 ฟุต กางแขนออกขนานกับพื้น

2.      หมุนเท้าซ้ายไปทางซ้าย 90 องศา ส่วนเท้าขวาเฉียงมาทางซ้ายเล็กน้อย

3.     งอเข่าซ้ายลงจนสะโพกซ้ายอยู่ในระดับเข่าซ้าย เข่าซ้ายและส้นเท้าซ้ายอยู่ในแนวเดียวกันในแนวดิ่ง ขาขวาตึง

4.     เหยียดแขนทั้งสองข้าง แขนซ้ายไปทางซ้าย แขนขวาไปทางขวา แขนทั้งสองขนานกับพื้นหันหน้าไปทางซ้ายมองที่ปลายนิ้ว

5.     ยืดเอว ลำตัวและแขนไปทางซ้ายให้มากที่สุด

6.     ค้างไว้ 30วินาที-1นาที คลายท่า

7.     สลับข้าง ทำท่าเดิม

ประโยชน์

 

  • ทำให้กล้ามเนื้อต้นขา น่อง ข้อเท้า หลังแข็งแรง
  • กระตุ้นอวัยวะในช่องท้อง
  • ลดอาการปวดหลัง

 

ข้อห้ามฝึก

  • ท้องร่วง
  • ความดันโลหิตสูง
  • มีโรคที่คอ

ท่าต้นไม้ Vrksasana (Tree Pose)

วิธีฝึก

1.     ยืนในท่าภูเขา เท้าทั้งสองข้างยืนบนพื้น มืออยู่ข้างลำตัว

2.     งอเข่าขวา ใช้มือจับข้อเท้าขวาให้ฝ่าเท้าขวาติดด้านในของต้นขาซ้าย นิ้วเท้าขวาชี้ลงพื้น

3.     ทรงตัวด้วยขาข้างซ้าย

4.     การวางของมือ อาจจะพนมมือจรดบริเวณหน้าอก หรือยกมือขึ้นเหนือศีรษะหรือพนมมือแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะ

5.     หายใจเข้าออก 10 ครั้งหรือยืนนาน 1 นาทีแล้วคลายท่าไปสู่ท่าภูเขา

6.     สลับเท้าทำท่านี้อีกครั้งดังรูป

7.     ส่วนผู้ที่ไม่แข็งแรงหรือเริ่มฝึกหรือการทรงตัวไม่ดีอาจจะเริ่มโดยการมีเก้าอี้ไว้จับประคองตัว

ประโยชน์

  • ยืดและทำให้กล้ามเนื้อต้นขา น่อง ข้อเท้าและสันหลังแข็งแรง
  • ช่วยให้การสมดุลดีขึ้น
  • ลดอาการปวดหลังและฝ่าเท้าแบน

ข้อห้ามฝึก

  • ปวดศีรษะ

พรุ่งนี้ค่อยมาฝึกท่านั่งกันนะคะ